ฟิล์มชีวภาพจากเปลือกฟักทองและเศษอาหาร นวัตกรรมจากของเหลือทิ้ง สู่โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ พลิกโฉมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ลดขยะอาหารและพลาสติก พร้อมเปิดโอกาสธุรกิจสีเขียว
ฟิล์มชีวภาพ เปลี่ยนเปลือกฟักทองเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคิวชู ประเทศญี่ปุ่น พัฒนานวัตกรรม ฟิล์มชีวภาพ จาก “เปลือกฟักทองเหลือทิ้ง” โดยใช้เทคโนโลยีนาโนเพื่อยืดอายุอาหารและลดขยะอาหาร ขณะที่ประเทศไทยก็มีผลงานไม่แพ้กัน เมื่อทีม WHOLESOME LAB สามารถแปรรูปผักและผลไม้เหลือทิ้งให้กลายเป็นฟิล์มรับประทานได้และย่อยสลายได้ 100% สะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุทางการเกษตร พร้อมตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และความยั่งยืน
หนึ่งในความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก คือการลดการสูญเสียอาหารระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ ควบคู่กับการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคิวชูจึงเลือกนำ เปลือกฟักทองเหลือทิ้ง ซึ่งมักถูกกำจัดเป็นขยะอินทรีย์ มาสกัดด้วยความร้อนภายใต้แรงดันสูง ก่อนผ่านกระบวนการ Freeze Dry จนได้เป็น คาร์บอนควอนตัมดอท (Carbon Quantum Dots: CQDs) หรือผงนาโนสีดำ
วัสดุนาโนชนิดนี้มีคุณสมบัติสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และช่วยกรองรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้อาหารเกิดการเปลี่ยนสีและเสื่อมคุณภาพเมื่อสัมผัสแสง

เพิ่มความแข็งแรง พร้อมยืดอายุอาหารได้จริง
เมื่อนำผง CQDs ไปผสมกับเจลาตินและเซลลูโลส นักวิจัยสามารถผลิตเป็น ฟิล์มชีวภาพ ที่มีความเหนียว แข็งแรง และยืดหยุ่นสูง
คุณสมบัติดังกล่าวช่วยให้บรรจุภัณฑ์สามารถปกป้องอาหารจากแรงกระแทกระหว่างการขนส่ง ลดการสูญเสียความชื้น และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่าฟิล์มทั่วไป
ผลการทดลองกับ มะเขือเทศราชินี เป็นเวลา 20 วัน พบว่า ฟิล์มชีวภาพชนิดนี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ชะลอการเหี่ยวนิ่ม และรักษาความสดใหม่ได้ดีกว่าการห่อด้วยพลาสติกทั่วไปอย่างชัดเจน
นอกจากการผลิตเป็นแผ่นฟิล์มแล้ว วัสดุดังกล่าวยังสามารถพัฒนาเป็นรูปแบบ การฉีดพ่นเฉพาะจุดเสี่ยงของอาหาร ช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น และช่วยลดต้นทุนด้านวัสดุได้อีกทางหนึ่ง
WHOLESOME LAB โชว์นวัตกรรมไทย เปลี่ยนผักผลไม้เหลือทิ้งเป็นฟิล์มกินได้
ในประเทศไทย แนวคิดการเพิ่มมูลค่าของเหลือทิ้งทางอาหารกำลังได้รับการพัฒนาเช่นกัน WHOLESOME LAB ซึ่งเป็นความร่วมมือของกลุ่มนักศึกษา นักวิจัย และอาจารย์ไทย ได้นำผลผลิตที่สุกงอม หรือผักผลไม้ที่ถูกตัดแต่งจนไม่สวยและจำหน่ายไม่ได้ มาแปรรูปด้วยกระบวนการคล้ายการผลิต “มะม่วงแผ่น”
ผลลัพธ์คือ ฟิล์มชีวภาพที่ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ 100% และสามารถรับประทานได้ โดยยังคงรักษากลิ่น รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการของวัตถุดิบเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยผลิตภัณฑ์นี้ คือ LeafTastic ผลิตภัณฑ์ฟิล์มรับประทานได้ (Edible film) ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง คงสีและกลิ่นรสของวัตถุดิบที่ใช้ เช่น ผักชี เห็ดหอม หรือแครอท ไว้ได้เป็นอย่างดี ฟิล์มนี้เตรียมขึ้นจากผัก ผลไม้ หรือสมุนไพร (ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 90) และวัตถุเจือปนอาหารเพื่อช่วยในการขึ้นรูป มีความอ่อนตัวและยืดหยุ่น มีจำหน่ายเป็นแผ่นขนาด 6 นิ้ว x 9 นิ้ว สามารถผลิตตามสั่งได้ มีสีตามส่วนประกอบของวัตถุดิบที่ใช้ เหมาะที่จะนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของมื้ออาหาร หรือเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารพร้อมรับประทาน

นวัตกรรมดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร พร้อมลดปริมาณขยะอาหารที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน
บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก กำลังกลายเป็นโอกาสใหม่ของธุรกิจอาหาร
กระแสการลดขยะพลาสติกและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ากำลังผลักดันให้ ฟิล์มชีวภาพ และ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก
นอกจากช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว วัสดุชีวภาพยังมีศักยภาพในการลดการสูญเสียอาหาร เพิ่มอายุการเก็บรักษา และสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทิ้งทางการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้าน ESG และโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนที่หลายองค์กรกำลังเร่งขับเคลื่อน
หากสามารถต่อยอดสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้สำเร็จ เทคโนโลยีเหล่านี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอาหารและบรรจุภัณฑ์ในอนาคต
วิทยาศาสตร์เปลี่ยน “ขยะอาหาร” ให้กลายเป็นทรัพยากรแห่งอนาคต
แม้จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมทั้งจากญี่ปุ่นและประเทศไทยจะมาจากวัสดุเหลือทิ้งที่หลายคนมองข้าม แต่ทั้งสองตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ สามารถเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้
การพัฒนา ฟิล์มชีวภาพ ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างบรรจุภัณฑ์ทางเลือกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหารที่กำลังมุ่งสู่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดขยะอาหาร ลดการใช้พลาสติก และสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

