ปตท.สผ. ขับเคลื่อนแผนพัฒนาธุรกิจทั้งในและต่างประเทศต่อเนื่อง ลงทุนพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติบุษบง ขยายพื้นที่สำรวจปิโตรเลียมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งการต่ออายุโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย A18-01 อีก 35 ปี พร้อมเพิ่มความร่วมมือในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผลักดันความแข็งแกร่งรายได้ เผย 9 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 268,375 ล้านบาท กำไรสุทธิ 53,742 ล้าน
รักษาฐานการผลิต เพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากแหล่งพลังงานใหม่
คณิตา ศาศวัตายุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวว่า ในไตรมาส 3 ปี 2569 บริษัทดำเนินธุรกิจตามแผนกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตในต่างประเทศ
หนึ่งในแผนพัฒนาธุรกิจในประเทศคือ การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision: FID) เพื่อเดินหน้าพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติบุษบง ภายใต้โครงการ G3/65 ในอ่าวไทย โดยคาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาแหล่งประมาณ 2 ปี และเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในปี 2571
แหล่งก๊าซบุษบงมีอัตราการผลิตที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันภายในปี 2573 เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของประเทศที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
อีกด้านหนึ่ง บริษัทได้ชนะการประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 25 ในแปลงสำรวจบนบก L1/66 และ L3/66 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งสินภูฮ่อม การได้รับสัมปทานดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสในการสำรวจและพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาค

ต่ออายุโครงการ A18-01 อีก 35 ปี รักษาความต่อเนื่องของการจัดหาก๊าซ
สำหรับโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย A18-01 ปตท.สผ. และ PC JDA ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PETRONAS Carigali Sdn Bhd. ได้รับสิทธิในสัญญาแบ่งปันผลผลิตจากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย เพื่อดำเนินการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมต่อไปอีก 35 ปี
ปัจจุบันโครงการมีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 300-400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยส่งให้ประเทศไทยและมาเลเซียในสัดส่วนเท่ากัน การดำเนินงานต่อเนื่องจึงมีส่วนช่วยรักษาความต่อเนื่องในการผลิตและจัดหาก๊าซธรรมชาติให้แก่ทั้งสองประเทศในระยะยาว
สำหรับประเทศไทย ก๊าซธรรมชาติจากโครงการดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าสำหรับพื้นที่ภาคใต้
ขยายความร่วมมือใน UAE เพิ่มโอกาสลงทุนและต่อยอดความเชี่ยวชาญ
การพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศเป็นอีกส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ โดยบริษัท พีทีทีอีพี มีนา จำกัด (PTTEP MENA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ร่วมกับ Eni Abu Dhabi B.V. (Eni) จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Seela Energies B.V. ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นฝ่ายละ 50%
ภายใต้โครงสร้างดังกล่าว ปตท.สผ. และ Eni ถือสัดส่วนการลงทุนทางอ้อมในโครงการสัมปทานกาชา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฝ่ายละ 10% ผ่านการถือหุ้นใน Seela Energies B.V.
การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการ เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาขีดความสามารถ และแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญ รวมถึงเปิดโอกาสสำหรับการลงทุนร่วมกันในอนาคต
ผลประกอบการ 9 เดือน รายได้ 2.68 แสนล้านบาท ยอดขายปิโตรเลียมเพิ่ม 10%
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 268,375 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 8,251 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 53,742 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 1,653 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 549,020 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากการขายก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในโครงการอ่าวไทย และโครงการที่บริษัทเข้าร่วมลงทุนในปีที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย A18-01 โครงการแอลจีเรีย ทูอัต และโครงการมาเลเซีย SK408
ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 50.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
สร้างประโยชน์แก่ประเทศกว่า 70,100 ล้านบาท
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปตท.สผ. นำส่งรายได้ให้ภาครัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ รวมถึงรัฐได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 70,100 ล้านบาท
รายได้ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา
การดำเนินธุรกิจในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 สะท้อนทั้งผลประกอบการจากการผลิตปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น และการเดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตในอนาคต โดย ปตท.สผ. ยังคงมุ่งดำเนินแผนธุรกิจเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการขยายการเติบโตในต่างประเทศ




