VinFast ประกาศเปิดตัวโชว์รูมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการพร้อมกัน 20 แห่งทั่วประเทศอินโดนีเซีย ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 เผยกลยุทธ์การขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายในตลาดรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
VinFast ใช้กลยุทธ์เปิดประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้ลองขับ ทดลองใช้ นอกเหนือจากงาน VinFast E-Motorcycle Experience Day ที่เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่น VinFast Evo, VinFast Feliz II และ VinFast Viper และเปิดโชว์รูม 20 แห่ง พร้อมเรียนรู้ระบบนิเวศการเดินทางสีเขียว (Green Mobility Ecosystem) ของบริษัทอย่างใกล้ชิด
โชว์รูมทั้ง 20 แห่งกระจายอยู่ในเมืองและจังหวัดสำคัญ ได้แก่ จาการ์ตา, บันดุง, เซมารัง, ยอกยาการ์ตา, เมดาน, ปาเล็มบัง, มากัสซาร์ และเมืองสำคัญอื่น ๆ ทั่วประเทศ
การขยายเครือข่ายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก โครงการ Early Booking Program ของ VinFast ได้รับการตอบรับอย่างแข็งแกร่ง โดยมีลูกค้าในอินโดนีเซียวางเงินจองรถแล้วหลายพันราย
มอบบริการครบวงจรตามมาตรฐานระดับโลก
โชว์รูม VinFast ทุกแห่งจะให้บริการ ประกอบด้วย จำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า, ให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์, บริการหลังการขาย และการดูแลลูกค้าตามมาตรฐานสากลของ VinFast บริการทั้งหมดเป็นการ engage กับผู้บริโภคอย่างเข้าถึง และยังเสริมด้วย การเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ ทดลองขับ (Test Ride), ทดลองใช้งานระบบสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping), เรียนรู้ระบบชาร์จไฟที่บ้าน และศึกษารูปแบบการเป็นเจ้าของรถและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของ VinFast
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมทดลองขับ สาธิตการสลับแบตเตอรี่ กิจกรรมขับขี่ปลอดภัย เกมอินเตอร์แอ็กทีฟ และการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของ VinFast

มุ่งสร้างระบบนิเวศ EV ที่สมบูรณ์
Vo Thi Cam Tu กรรมการผู้จัดการฝ่ายตลาดต่างประเทศ ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า VinFast กล่าวว่า กลยุทธ์ของ VinFast ไม่ได้มีเพียงการนำเสนอรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ต้องการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้การเป็นเจ้าของและการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าสะดวกกว่าที่เคย การเปิดโชว์รูม 20 แห่งทั่วอินโดนีเซีย ควบคู่กับเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ และบริการหลังการขาย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันวิสัยทัศน์ดังกล่าว เราหวังว่าผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียจะหันมาเลือกใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในฐานะทางเลือกด้านการเดินทางที่ชาญฉลาด ประหยัด และยั่งยืน
ส่วนการเปิดตัว 3 รุ่น เพื่อรองรับผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม ทั้งด้านดีไซน์สปอร์ต เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี การใบ้งาน ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอินโดนีเซียมากยิ่งขึ้น โดวรถทั้ง 3 รุ่นใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีเดียวกัน และรองรับระบบสลับแบตเตอรี่ของ VinFast ทุกสมรรถนะตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
นอกจากี้ ยังมีโปรโมชั่น อาทิ เลือกซื้อพร้อมแบตเตอรี่ หรือสมัครแพ็กเกจเช่าแบตเตอรี่ได้ มีแพ็กเกจสมัครสมาชิกแบตเตอรี่ (Battery Subscription) และนอกจากสลับแบตเตอรี่ผ่านสถานีของ VinFast แล้ว รถทุกคันยังรองรับการชาร์จไฟที่บ้านได้ด้วย เรียกว่าเป็นโปรแกรมกระตุ้นกำลังซื้อแบบเต็มแพ็ค
เดินหน้าสร้าง Green Mobility Ecosystem ระยะยาวในอินโดนีเซีย
การเปิดโชว์รูมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมกัน 20 แห่ง สะท้อนการดำเนินธุรกิจระยะยาวของ VinFast ขณะเดียวกันยังขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เป็นการสร้าง ระบบนิเวศการเดินทางสีเขียว (Green Mobility Ecosystem) ครบวงจร เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งที่ยั่งยืนในหนึ่งในตลาดรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก

ไทยโอกาสเติบโตสูง แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
แม้ว่าประเทศไทยจะเป็น ตลาดรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก และมีรถจักรยานยนต์จดทะเบียนสะสมกว่า 23.3 ล้านคัน แต่ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle หรือ E-Motorcycle) ยังมีสัดส่วนค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการลงทุนจากผู้ผลิตรายใหม่ การสนับสนุนของภาครัฐ และการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV กำลังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ตลาดเติบโตในระยะยาว
ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐของไทยที่เปิดเผยมูลค่าตลาด (Market Value) ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าโดยตรง แต่ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกรุงศรี (Krungsri Research) ระบุว่า
- ปี 2568 (2025) มีการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ 23,971 คัน
- คิดเป็นเพียง 1.3% ของยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ใหม่ทั้งหมด
- ระหว่างปี 2565–2568 มีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสม 80,752 คัน
- ตลาดเติบโตเฉลี่ย 141.6% ต่อปี ในช่วงปี 2565–2566 จากมาตรการ EV 3.0 ก่อนชะลอลงเหลือเฉลี่ย 4.6% ต่อปี ในช่วงปี 2567–2568 ภายใต้มาตรการ EV 3.5 ที่ลดเงินอุดหนุนลง
ข้อมูลจาก EVAT ยังระบุว่า ณ ต้นปี 2568 ประเทศไทยมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมกว่า 64,800 คัน และจำนวนดังกล่าวยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในไทย
ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผย Market Share อย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบก แต่ผู้เล่นหลักในตลาดไทยประกอบด้วย
- Honda
- ครองตลาดรถจักรยานยนต์โดยรวมของไทย
- เริ่มรุกตลาด EV ผ่านรุ่น EM1 e: และโครงการ Battery Sharing
- มีจุดแข็งด้านเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ
- Yadea
- แบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลกจากจีน
- ขยายตัวอย่างรวดเร็วในไทยผ่านตัวแทนจำหน่ายหลายร้อยแห่ง
- แข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยี
- DECO
- แบรนด์ไทยที่เน้นตลาดแมส
- มีฐานลูกค้าในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปและธุรกิจเดลิเวอรี
- ETRAN
- ผู้ผลิตสัญชาติไทย
- เน้นกลุ่ม Fleet และธุรกิจขนส่ง
- มีจุดเด่นด้านระบบ Battery Swapping
- VinFast
- ผู้เล่นใหม่จากเวียดนาม
- กำลังขยายธุรกิจในอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย
- มีโอกาสเข้าสู่ตลาดไทยมากขึ้นจากระบบนิเวศ EV ที่ครบวงจร
นอกจากนี้ยังมีแบรนด์อื่น ๆ เช่น H SEM, Edison Motor, NIU และ Segway ที่เข้ามาทำตลาดในไทยเช่นกัน
แนวโน้มการเติบโตในอีก 3–5 ปี
Krungsri Research ประเมินว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยโดยรวมจะเติบโตเฉลี่ย 1.5–2.5% ต่อปี ในช่วงปี 2568–2570 ขณะที่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตเร็วกว่าตลาดรวม จากแรงหนุนของการลงทุน การเพิ่มจำนวนผู้ผลิต และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แม้ปัจจุบันจะยังมีข้อจำกัดด้านราคา พฤติกรรมผู้บริโภค และความครอบคลุมของสถานีชาร์จและสลับแบตเตอรี่
นพหรับตลาดประเทศไทย ที่ VinFast เข้ามาทำตลาดแล้วเช่นกัน และยังมองไทยเป็นฐานสำคัญในภูมิภาค โดย VinFast มีความแข็งแกร่งด้านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในเวียดนาม และมีแผนขยายธุรกิจสู่หลายประเทศในเอเชีย รวมถึงประเทศไทยในอนาคต ผ่านระบบจำหน่ายและโครงสร้างพื้นฐานด้านแบตเตอรี่และการชาร์จ
อย่างไรก็ตาม ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไทยยังมีขนาดเล็ก โดยในปี 2568 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนเพียง 1.3% ของยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ใหม่ทั้งหมด แม้จะมีการเติบโตจากมาตรการภาครัฐ ดังนั้น คงต้องติดตามกันต่อไป ว่า VinFast จะรุกตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วยรูปแบบใด จึงจะคว้าชัยจากคู่แข่งได้

