GCNT EXPO 2026 เปิดเวที From SHOCK To SHIFT ผนึกรัฐ UN และ 22 องค์กรธุรกิจ ชู Nature Positive, Circular Economy, AI และ Sustainable Transition พลิกวิกฤตสู่โอกาสเศรษฐกิจไทย
ในงาน GCNT EXPO 2026 จัดโดย สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand: GCNT) ระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “From SHOCK To SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World”
ศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และรองประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญแรงกระแทกหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี และกติกาด้านความยั่งยืน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ รายได้เกษตรกร ความมั่นคงของชุมชน โอกาสทางเศรษฐกิจ และความเหลื่อมล้ำ
ความเข้มแข็งของประเทศจึงไม่ควรวัดเพียงความสามารถในการรับมือวิกฤต แต่ต้องวัดจากความสามารถของคนและสังคมในการ “เรียนรู้ ปรับตัว และสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม” โดยคนทุกเพศทุกวัยต้องเป็น “ผู้ร่วมสร้าง” การพัฒนา ไม่ใช่เพียงผู้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกัน รายงานบทบาทภาคธุรกิจไทยในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจัดทำโดย GCNT, United Nations Global Compact และภาคีเครือข่าย พบว่าสมาชิกมีการดำเนินงานเชื่อมโยงกับ SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย โดยเฉพาะ SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ที่ปรากฏในการดำเนินงานของทุกองค์กร

โจทย์ต่อไปจึงอยู่ที่การบูรณาการ SDGs เข้าด้วยกัน และเปลี่ยนการดำเนินงานให้เกิดผลลัพธ์ที่สามารถพิสูจน์ได้
“ก้าวต่อไปของภาคธุรกิจ ต้องเปลี่ยนจากการลงมือทำ ไปสู่ผลกระทบที่วัดผลได้จริง”
ศุภชัย ยังชวนทุกภาคส่วนกลับออกจากงานพร้อม “หนึ่งเรื่องที่จะเริ่มทำ หนึ่งความร่วมมือที่จะเริ่มสร้าง หนึ่งผลลัพธ์ที่จะเริ่มวัดผล และหนึ่งประสบการณ์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนในปีหน้า” เพื่อเปลี่ยนแรงกระแทกของโลกเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืน
UN ย้ำ วิกฤตไม่สร้างการเปลี่ยนแปลง หากขาด 3 พลังสำคัญ
มิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้ประสานงาน สหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวว่า “From SHOCK To SHIFT” สะท้อนโลกที่กำลังเผชิญ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การหยุดชะงักของการค้า ต้นทุนที่สูงขึ้น ภาวะโลกรวน ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม วิกฤตไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ แต่ต้องอาศัย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ภาวะผู้นำ (Leadership) การลงทุน (Investment) และความร่วมมือ (Collaboration) ที่เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
โดยเฉพาะภาคธุรกิจซึ่งทุกการตัดสินใจ ทั้งการลงทุน การจัดซื้อ นวัตกรรม และการจ้างงาน ล้วนสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน ผู้คน และชุมชน

มิเกลล่า เสนอ 3 การเปลี่ยนผ่านสำคัญ ได้แก่ จากคำมั่นสัญญาสู่ความรับผิดชอบที่วัดผลได้ จากเงินทุนที่ให้คำมั่นสู่เงินทุนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง และจากองค์กรชั้นนำสู่ระบบนิเวศที่ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อสร้าง Just Transition ที่แรงงาน SMEs และชุมชนเข้าถึงได้
รัฐชู “Nature Positive” ให้ธรรมชาติเป็นฐานเศรษฐกิจใหม่
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่ เศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น ธุรกิจไทยที่แข่งขันได้ดีขึ้น และประชาชนที่มีโอกาสมากขึ้น โดยภาครัฐต้องสร้างระบบที่ทำให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสามารถเปลี่ยนได้ และผู้ที่พร้อมไปต่อสามารถไปได้ไกลขึ้น
โดยเฉพาะการรับมือภัยพิบัติและการฟื้นฟูธรรมชาติ ผ่านแนวคิด “Nature Positive” ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมใช้ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สร้างมูลค่าจากทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ ต่อยอด Circular Economy ให้สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนและเกษตรกร
อีกด้านคือการสร้างโอกาส ความเท่าเทียมทางการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน เพราะเมื่อเยาวชนได้รับโอกาสในการเติบโต คนเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องและพัฒนาประเทศไทย
หัวใจจึงอยู่ที่การสร้าง “ระบบนิเวศความร่วมมือ” เชื่อมโยงนโยบาย เงินทุน มาตรการภาษี มหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน และคนรุ่นใหม่
“ความยั่งยืนไม่ควรเป็นโครงการขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องเป็นระบบนิเวศที่เปิดให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปด้วยกันได้”

GCNT EXPO 2026 จากเวทีความคิด สู่พื้นที่ลงมือทำ
GCNT EXPO 2026 ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานประชุมด้านความยั่งยืน แต่เป็นพื้นที่ “เห็น–เรียนรู้–ทดลอง–เชื่อมโยง” เพื่อนำโจทย์ระดับโลกกลับมาเชื่อมกับประเทศไทย ธุรกิจ และชีวิตจริง
ตลอด 3 วัน ครอบคลุม 6 โจทย์สำคัญ ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก, กติกาสีเขียวและการเงิน, การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน, ธรรมชาติ เมืองและการปรับตัว, เทคโนโลยีและ AI และทุนมนุษย์
ภายในงานมี SDGs Exhibition จัดแสดงแนวทางขับเคลื่อน SDGs ของภาคธุรกิจและเครือข่าย, Workshop สำหรับการเรียนรู้และค้นหาทางออกที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และ Innovation Showcase นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เชื่อมความยั่งยืนเข้ากับโอกาสทางธุรกิจ
อีกหนึ่งพื้นที่คือ Soul Connect Space ดำเนินงานโดยเครือข่าย Soul Connect และได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดบทสนทนาเรื่อง Spiritual Health และ Well-being โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงาน สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืนต้องเกิดจาก “การเปลี่ยนแปลงของผู้คน” ควบคู่กับนโยบาย เทคโนโลยี และการลงทุน
สำหรับ วันที่ 2 กันยายน เน้นภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก และทิศทางประเทศไทย วันที่ 3 กันยายน ลงลึก Green Rules, Green Supply Chain, Transition Finance และ Natural Capital ขณะที่ วันที่ 4 กันยายน มุ่งสู่ Energy, Technology, AI, Innovation และ Human Capital เพื่อเตรียมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต

22 องค์กรธุรกิจ ผนึกกำลังขับเคลื่อน Sustainable Transition
GCNT EXPO 2026 ได้รับการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากสมาชิก GCNT จำนวน 22 องค์กร ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย, บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด, บริษัท คอรัล ไลฟ์ จำกัด, บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และ โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน
การรวมตัวครั้งนี้สะท้อนว่า Sustainable Transition ไม่ได้เป็นเพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับยุทธศาสตร์ธุรกิจ การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาคน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เป้าหมายของ GCNT EXPO 2026 คือการเปลี่ยน “SHOCK” จากความไม่แน่นอนและแรงกดดันของโลก ให้กลายเป็น “SHIFT” ของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือ การลงทุน นวัตกรรม การพัฒนาคน และการลงมือทำที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง เพื่อให้ไทยไม่เพียงปรับตัวทันโลก แต่สามารถสร้างการเติบโตที่เข้มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืนไปพร้อมกัน

