สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จับมือ GUNKUL ขยาย Solar Rooftop สู่ Solar-plus-Battery ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54,400 ตร.ม. ตั้งเป้าใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ส่วนกลาง 100% พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตอกย้ำทิศทางธุรกิจค้าปลีกไทยสู่ Green Destination
บริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด ผนึกกำลังกับ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เดินหน้าขยายโครงการพลังงานแสงอาทิตย์จาก Solar Rooftop สู่โมเดล Solar-plus-Battery ให้กับ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร ทั้งบริเวณหลังคาอาคารและพื้นที่จอดรถ พร้อมติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานสะอาด
โครงการดังกล่าวสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 5,115,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้กว่า 267,200 ต้นต่อปี สะท้อนศักยภาพของสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ในการเป็นหนึ่งในศูนย์การค้าเอาท์เล็ตของไทยที่มีความพร้อมด้านพลังงานหมุนเวียน

GUNKUL ชู Solar-plus-Battery โมเดลใหม่ ต่อยอดพลังงานสะอาดสู่ภาคธุรกิจ
นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง GUNKUL และสยามพิวรรธน์ สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการผลักดันศูนย์การค้าให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ส่วนกลาง หรือ Common Area ได้ 100% (RE100) ภายในปี 2030 ผ่านการประยุกต์ใช้โมเดล Solar-plus-Battery
จากเดิมที่การติดตั้ง Solar Rooftop สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้เป็นหลักในช่วงกลางวัน การเพิ่มระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการและนำพลังงานสะอาดมาใช้ในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้เกิดโอกาสในการประหยัดค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
GUNKUL ระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของตลาดพลังงานโลก โดย BloombergNEF คาดการณ์ว่าต้นทุนของโมเดลโซลาร์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานกำลังเข้าสู่ช่วงที่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนได้ ขณะที่การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกในปี 2026 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 41% จากปี 2025
การเติบโตดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายระดับ ตั้งแต่ภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ไปจนถึงระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือ Utility-scale

สำหรับ GUNKUL บริษัทมองบทบาทของตัวเองในฐานะ “Net Zero Partner” ที่เข้ามาช่วยภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยกลยุทธ์และโซลูชันพลังงานสะอาดที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถออกแบบระบบให้เหมาะสมกับ Load Profile ที่แตกต่างกันของลูกค้า ภายใต้บริบทตลาดพลังงานไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืน
สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เร่งเป้า RE100 ก่อนกำหนด
ไมเคิล ถัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพิวรรธน์ไซม่อน จำกัด กล่าวว่า การพัฒนา Solar Rooftop บนพื้นที่สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ร่วมกับ GUNKUL ใน Phase 2 ถือเป็นการต่อยอดการขับเคลื่อนด้านพลังงานทดแทน โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Battery Energy Storage System (BESS) ขนาด 250 กิโลวัตต์-ชั่วโมง บริเวณหลังคาลานจอดรถ
การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับเจตนารมณ์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ซึ่งตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2
ทั้งนี้ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ นับเป็น พรีเมี่ยม เอาท์เล็ตแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ตั้งแต่ปี 2022 และจากความร่วมมือครั้งนี้สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในพื้นที่ส่วนกลาง หรือ Common Area ได้ก่อนกำหนด ในไตรมาส 2 ปี 2026
ระบบโซลาร์ที่ติดตั้งบนหลังคาอาคารและลานจอดรถครอบคลุมพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร ดำเนินการในรูปแบบสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้า หรือ Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) แบบผลิตและใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เดียวกัน หรือ On-site
ผลจากโครงการสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 5,115,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือคิดเป็นปริมาณการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต้นไม้กว่า 267,200 ต้นต่อปี

Solar + Battery กับโจทย์ใหม่ธุรกิจค้าปลีกไทย
ความร่วมมือระหว่างสยามพิวรรธน์และ GUNKUL ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ แต่เป็นการขยับไปสู่ระบบพลังงานแบบครบวงจร ตั้งแต่ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การกักเก็บพลังงาน และการบริหารจัดการพลังงาน รวมถึงการเชื่อมต่อผ่าน Direct PPA
โมเดลดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจค้าปลีกไทย จากการเป็นเพียงผู้ใช้พลังงาน ไปสู่การมีส่วนร่วมในการผลิต กักเก็บ และบริหารจัดการพลังงานสะอาดด้วยตัวเอง
สำหรับ GUNKUL การดำเนินโครงการนี้ยังสะท้อนศักยภาพจากประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานกว่า 40 ปี และความพร้อมในการดูแลห่วงโซ่พลังงานแบบครบวงจร พร้อมทำหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์ให้กับผู้ประกอบการไทยในการออกแบบโซลูชันด้านพลังงานให้ตอบโจทย์เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG
ขณะเดียวกัน การผลักดันพลังงานหมุนเวียนในภาคธุรกิจยังเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนประเทศไทยให้สามารถก้าวสู่การเป็น Green Destination ของภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยบนเวทีภูมิภาค รวมถึงในห่วงโซ่อุปทานโลก หรือ Global Supply Chain
ท้ายที่สุด โมเดล Solar-plus-Battery ของสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ จึงเป็นมากกว่าการลงทุนด้านพลังงานสะอาด แต่เป็นกรณีศึกษาของการนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนมาผสานเข้ากับธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดต้นทุนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมรองรับทิศทางธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ESG และเป้าหมาย Net Zero มากขึ้น

