ยอดจองเที่ยวบินจากจีนไปภูเก็ตในช่วง Golden Week 2026 เพิ่ม 78% จากปีก่อน ขณะที่ยอดจองโรงแรมตั้งแต่ 7 คืนขึ้นไปโตถึง 123% สะท้อน นักท่องเที่ยวจีนกำลังออกเดินทางเร็วขึ้น พักนานขึ้น และใช้หนึ่งทริปเยือนหลายเมือง แนวโน้มนี้เพิ่มโอกาสให้โรงแรม สายการบิน ร้านอาหาร และผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทย แต่การเติบโตจะสร้างมูลค่าได้อย่างยั่งยืนเพียงใด ขึ้นอยู่กับการกระจายนักท่องเที่ยวและการจัดการขยะ น้ำเสีย การจราจร และทรัพยากรในเมืองปลายทาง
Golden Week 2026 หนุนภูเก็ต แต่ตัวเลขยอดจองไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั้งหมด
ข้อมูลจาก Trip.com Group ระบุว่า ภูเก็ตเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่ได้รับแรงส่งจากนักท่องเที่ยวจีน โดยยอดจองเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนเชียงใหม่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มเจน Z หรือผู้เดินทางอายุระหว่าง 18–24 ปี
Golden Week คือวันหยุดยาวเนื่องในวันชาติจีน ซึ่งเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม ปีนี้เทศกาลไหว้พระจันทร์อยู่ก่อนช่วง Golden Week ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนใช้วันลางาน 3 วันต่อเนื่องกับวันหยุดจนวางแผนเดินทางได้ยาวถึง 13 วัน
Trip.com คาดว่า การเดินทางออกนอกประเทศจีนจะเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน โดยระยะเวลาเดินทางเฉลี่ยมากกว่า 9 วัน มากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดจองเที่ยวบินระหว่างประเทศเป็นเที่ยวบินที่ออกก่อนวันที่ 1 ตุลาคม และวันที่มีการเดินทางออกนอกประเทศสูงสุดกระจุกอยู่ระหว่าง 25–30 กันยายน

สัญญาณจากแพลตฟอร์มสอดคล้องกับประมาณการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ซึ่งคาดว่า ระหว่างวันที่ 25 กันยายน–7 ตุลาคม 2569 ไทยจะรับนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 250,000 คน เพิ่มขึ้น 24% และสร้างรายได้ประมาณ 11,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดจองเดินทางเข้าไทยในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 16% และการค้นหาเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 24% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็น “ประมาณการ” และต้องติดตามผลการเดินทางกับรายได้จริงหลังสิ้นสุดเทศกาล (TAT Newsroom)
สำหรับภาคธุรกิจ โอกาสไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้โดยสารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงระยะเวลาพำนักด้วย เนื่องจากยอดจองที่พักตั้งแต่ 7 คืนขึ้นไปเพิ่มขึ้น 123% จากปีก่อน การพักนานขึ้นมีโอกาสเพิ่มการใช้จ่ายในโรงแรม อาหาร การเดินทางภายในประเทศ สุขภาพและเวลเนส ตลอดจนกิจกรรมทางวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเพิ่มขึ้น 78% ของภูเก็ตเป็นข้อมูลยอดจองบนแพลตฟอร์ม Trip.com ไม่ใช่จำนวนผู้เดินทางเข้าภูเก็ตทั้งหมด ต้นฉบับยังไม่ได้ระบุจำนวนฐานการจองหรือช่วงเวลาที่ใช้รวบรวมข้อมูล จึงควรใช้เป็น “สัญญาณอุปสงค์” มากกว่าข้อสรุปขนาดตลาดทั้งหมด

พักนาน–เที่ยวหลายเมือง เปิดโอกาสกระจายรายได้สู่เมืองรอง
อีกพฤติกรรมที่ธุรกิจไทยควรจับตาคือการเดินทางหลายจุดหมายในทริปเดียว ซึ่งมียอดจองเพิ่มขึ้น 84% จากปีก่อน เส้นทางที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สิงคโปร์–บาหลี ฮ่องกง–ซิดนีย์ และอัมสเตอร์ดัม–มิลาน สะท้อนว่านักเดินทางต้องการใช้ทริประยะไกลให้คุ้มค่าด้วยการเยือนหลายเมือง
สำหรับประเทศไทย เทรนด์นี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการออกแบบเส้นทางที่เชื่อมภูเก็ตกับจุดหมายอื่น แทนการกระจุกตัวอยู่เพียงเมืองเดียว ขณะที่เชียงใหม่มีสัญญาณเติบโตในตลาดเจน Z ซึ่งอาจช่วยกระจายรายได้สู่ธุรกิจที่พัก อาหาร งานหัตถกรรม ชุมชน และบริการสร้างสรรค์ในภาคเหนือ
กลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยกลุ่มอายุ 18–24 ปีมียอดจองเติบโตสูงที่สุดในทุกช่วงอายุ จุดหมายธรรมชาติอย่างควีนส์ทาวน์และโอ๊กแลนด์มียอดจองเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 314% และ 276% ตามลำดับ ส่วนอินชอนและเชียงใหม่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มเดียวกัน แม้ต้นฉบับไม่ได้เปิดเผยอัตราการเติบโตของสองเมืองหลัง

ความสนใจด้านธรรมชาติปรากฏชัดจากการค้นหาคำว่า “scenic trips” และ “nature getaways” ซึ่งเพิ่มขึ้น 53% เมืองชายฝั่งและเมืองบนที่สูงของจีน เช่น ชิงเต่า ลาซา และคาชการ์ มีการเดินทางทางอากาศเติบโตเร็ว ขณะที่เซียงซี จางเจียเจี้ย และกุ้ยหลินได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เดินทางด้วยรถไฟ
การท่องเที่ยวเกาะก็เติบโตเช่นกัน โดยเชจูและบาหลีติด 10 อันดับจุดหมายที่มียอดจองเที่ยวบินสูงสุด ส่วนเซบูและภูเก็ตมียอดจองเพิ่มขึ้น 111% และ 78% ตามลำดับ ขณะที่บรัสเซลส์และเอเธนส์ได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวที่มองหามรดกทางวัฒนธรรม
เส้นทางระยะไกลไปยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ เติบโตในอัตราสองหลัก โดยลอนดอนและปารีสมีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว ด้านโซลขึ้นเป็นจุดหมายต่างประเทศอันดับหนึ่งของช่วง Golden Week ด้วยยอดจองเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 91% ส่วนปูซาน ชองจู และแทกูเติบโตในระดับสามหลัก
ญี่ปุ่นยังเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ไทย และเกาหลีใต้ สะท้อนว่า Golden Week ไม่ได้กระตุ้นเฉพาะการเดินทางจากจีน แต่เชื่อมโยงกับการเดินทางข้ามพรมแดนทั่วเอเชีย รวมถึงตลาดคนไทยเดินทางไปญี่ปุ่นด้วย

รายได้ท่องเที่ยวต้องเดินคู่กับขีดความสามารถรองรับของเมือง
ในมิติความยั่งยืน การพักนานขึ้นเป็นโอกาสเพิ่มรายได้ต่อคน และลดการพึ่งพาปริมาณนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว หากธุรกิจสามารถเชื่อมการใช้จ่ายไปยังอาหารท้องถิ่น ชุมชน เมืองรอง และกิจกรรมที่สร้างมูลค่าสูงได้จริง
แต่ความนิยมของภูเก็ตและจุดหมายชายฝั่งยังสร้างโจทย์ด้าน “ขีดความสามารถรองรับ” หรือปริมาณกิจกรรมท่องเที่ยวที่พื้นที่รองรับได้โดยไม่ทำให้ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่เสื่อมลง
จำนวนเที่ยวบินและผู้เข้าพักที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ความต้องการใช้น้ำ พลังงาน การเดินทาง และการจัดการขยะสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การเติบโตของเที่ยวบินระยะไกลย่อมเชื่อมโยงกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทาง อย่างไรก็ดี ข้อมูล Trip.com ชุดนี้ไม่ได้รายงานคาร์บอนฟุตพรินต์หรือผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าแนวโน้มการเดินทางดังกล่าวมีความยั่งยืนมากขึ้นหรือน้อยลง

โจทย์ของภูเก็ตจึงไม่ควรจำกัดอยู่ที่การเพิ่มห้องพักหรือรับผู้โดยสารให้ได้มากที่สุด แต่ควรครอบคลุมการบริหารเที่ยวบินและระบบขนส่งสาธารณะ การใช้น้ำและพลังงานของโรงแรม การจัดการขยะและน้ำเสีย ตลอดจนการพานักท่องเที่ยวไปใช้จ่ายกับผู้ประกอบการท้องถิ่นในพื้นที่อื่นมากขึ้น
ด้านตลาดจีน ททท. เริ่มโครงการ Nihao Month 2026 ระหว่างวันที่ 15 กันยายน–31 ตุลาคม โดยร่วมกับ Meituan ใช้ข้อมูลและบริการระบุตำแหน่งเพื่อเสนอร้านอาหาร โรงแรม เที่ยวบิน และกิจกรรมใกล้ตัว พร้อมสิทธิประโยชน์จากพันธมิตร 20 ราย โครงการยังจัดเส้นทางสื่อและอินฟลูเอนเซอร์ไปยังกระบี่ เพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์ เชียงราย และระยอง–เกาะเสม็ด เพื่อขยายการรับรู้ไปยังจุดหมายอื่นนอกเหนือจากภูเก็ตและกรุงเทพฯ
นอกจากนักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกแล้ว จีนเองกำลังรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น เมืองรองอย่างหยานจี๋ ตุนหวง และไห่ลาร์มียอดจองเที่ยวบินเติบโตเร็ว ขณะที่เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และกว่างโจวยังได้รับความนิยมจากตลาดฮ่องกง เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และออสเตรเลีย
สถานที่ซึ่งได้รับความนิยม ได้แก่ กำแพงเมืองจีน เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์รีสอร์ท พิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้ และอุทยานป่าแห่งชาติจางเจียเจี้ย โดยเส้นทางกำแพงเมืองจีนมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของยอดจอง Beijing Express ซึ่งเป็นทัวร์ฟรีสำหรับผู้โดยสารต่างชาติที่มีเวลาต่อเครื่องมากกว่า 8 ชั่วโมง และเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024

ช่วงเวลาดังกล่าวยังคาบเกี่ยวกับเทศกาลชูซอกของเกาหลีใต้ นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้สามารถใช้วันลา 3 วันต่อเนื่องเป็นวันหยุดระหว่างวันที่ 19–27 กันยายน ส่งผลให้ยอดจองเที่ยวบินไปฟุกุโอกะและเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้น 70% และ 68% ตามลำดับ โดยมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและจีนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเดินทางในภูมิภาค
วัดคุณภาพรายได้ ไม่ใช่ดูเฉพาะจำนวนการจอง
หลังสิ้นสุด Golden Week ภาครัฐและภาคธุรกิจควรติดตามอย่างน้อย 5 ตัวชี้วัด ได้แก่ จำนวนผู้เดินทางจริง ระยะเวลาพำนัก ค่าใช้จ่ายต่อคน การกระจายรายได้สู่เมืองรอง และภาระด้านน้ำ ขยะ น้ำเสียกับการจราจร
สำหรับผู้ประกอบการ ช่วงเวลาระหว่าง 25 กันยายน–7 ตุลาคมเป็นหน้าต่างสำคัญในการออกแบบแพ็กเกจพักระยะยาว เส้นทางหลายเมือง อาหารท้องถิ่น เวลเนส และกิจกรรมธรรมชาติ แต่ควรบริหารจำนวนผู้ใช้บริการตามขีดความสามารถของพื้นที่ พร้อมรายงานผลลัพธ์ด้านพลังงาน น้ำ ขยะ และประโยชน์ที่เกิดแก่ชุมชน

หากรายได้เพิ่มเร็วกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว และกระจายออกจากเมืองหลักได้มากขึ้น Golden Week 2026 อาจเป็นโอกาสขยับการท่องเที่ยวไทยจากการแข่งขันด้าน “ปริมาณ” ไปสู่การสร้างมูลค่าต่อทริป แต่หากการเติบโตยังพึ่งพาเมืองชายฝั่งและเที่ยวบินจำนวนมากโดยไม่มีระบบจัดการผลกระทบ ความสำเร็จด้านยอดจองก็อาจสร้างต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เมืองต้องรับในระยะยาว




