Smart Hospital รามาธิบดี ใช้ AI หุ่นยนต์ และ IoT ยกระดับการรักษา ลดเวลารอผู้ป่วย พร้อมระดมทุน 10,000 ล้านบาท สร้างระบบการแพทย์แห่งอนาคต
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เดินหน้ายกระดับระบบสาธารณสุขไทยผ่านแนวคิด Smart Hospital ภายใต้โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี ผสาน AI หุ่นยนต์ และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ลดเวลารอคอย และขยายโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์คุณภาพ พร้อมตั้งเป้าระดมทุน 10,000 ล้านบาท วางรากฐานระบบการแพทย์แห่งอนาคตของประเทศ
Smart Hospital สังคมสูงวัยและความท้าทายด้านสุขภาพ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ขณะที่จำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังและโรคซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขต้องเผชิญแรงกดดันทั้งด้านบุคลากร ทรัพยากร และความต้องการบริการทางการแพทย์ที่สูงขึ้น
เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายดังกล่าว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงพัฒนา “โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี” ภายใต้แนวคิด Smart Hospital หรือโรงพยาบาลอัจฉริยะ ที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และ Internet of Things (IoT) มาผสานเข้ากับระบบการดูแลรักษา การศึกษา การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบบริการสุขภาพที่รวดเร็ว แม่นยำ และเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม

“เทคโนโลยี” ผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้แพทย์ดูแลผู้ป่วยได้ดีขึ้น
ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า ภายใต้แนวคิด Smart Hospital เทคโนโลยีเข้ามาเป็น ‘ผู้ช่วย’ สำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่ AI ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล หุ่นยนต์ที่ช่วยลดภาระงาน ไปจนถึงอุปกรณ์ IoT ที่ช่วยติดตามอาการผู้ป่วยแบบ Real-Time โดยมีเป้าหมายสำคัญร่วมกัน คือการทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาการรอคอย เพิ่มความแม่นยำในการรักษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสุขภาพจากระบบรักษาแบบดั้งเดิม สู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์

หุ่นยนต์จัดยา ลดเวลารอ
หนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการนำ ระบบหุ่นยนต์ช่วยจัดยา และ Automated Dispensing Pharmacy System มาใช้งานที่ห้องจัดยาผู้ป่วยนอกระบบอัตโนมัติ ชั้น 1 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์
ระบบดังกล่าวช่วยลดระยะเวลารอรับยาของผู้ป่วยจากเดิมเฉลี่ย มากกว่า 1 ชั่วโมง เหลือประมาณ 20 นาที
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงช่วยให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้เร็วขึ้นหลังพบแพทย์ แต่ยังช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่เดินทางไกล และลดความแออัดภายในโรงพยาบาลได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในอนาคต รามาธิบดียังมีแผนนำ Humanoid Robot หรือหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ เข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยและสนับสนุนการทำงานของบุคลากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการมากยิ่งขึ้น
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ยกระดับมาตรฐานรักษาโรคซับซ้อน
ปัจจุบัน โรงพยาบาลรามาธิบดีนำ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) มาใช้รักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อน โดยเฉพาะกลุ่มโรคมะเร็งตับอ่อน มะเร็งท่อน้ำดี และมะเร็งลำไส้
เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) ที่ช่วยลดข้อจำกัดของการผ่าตัดผ่านกล้องแบบเดิม สามารถเข้าถึงอวัยวะภายในที่มีพื้นที่จำกัดและมองเห็นได้ยาก
จุดเด่นสำคัญคือระบบภาพที่สามารถขยายได้มากกว่าสายตามนุษย์ถึง 10 เท่า ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเย็บแผลและห้ามเลือด พร้อมลดความเหนื่อยล้าของศัลยแพทย์ที่สามารถควบคุมการผ่าตัดในท่านั่งได้ ต่างจากการผ่าตัดทั่วไปที่ต้องยืนต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้การผ่าตัดที่มีความซับซ้อนสูงสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

AI และ IoT เปลี่ยน “ข้อมูลสุขภาพ” ให้เป็นโอกาสในการรักษา
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของ Smart Hospital คือการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพแบบ Real-Time ผ่าน AI และ IoT เพื่อช่วยให้แพทย์ติดตาม วิเคราะห์ และวางแผนการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ตัวอย่างที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น ได้แก่
- Continuous Glucose Monitoring (CGM) หรืออุปกรณ์ติดตามระดับน้ำตาลแบบต่อเนื่อง
- อุปกรณ์ติดตามการเต้นของหัวใจแบบพกพา
- ระบบส่งข้อมูลสุขภาพผ่านสมาร์ตโฟนแบบ Real-Time
เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถติดตามอาการผู้ป่วยได้ต่อเนื่อง แม้ผู้ป่วยจะอยู่นอกโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที
RAMAAI CXR Solution นวัตกรรม AI สัญชาติไทย วิเคราะห์เอกซเรย์แม่นยำ
AI ผู้ช่วยแพทย์คัดกรองความผิดปกติได้ถึง 16 ประเภท ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ กล่าวว่า AI เข้ามาทำหน้าที่เป็น ‘ผู้ช่วย’ ของแพทย์ ในการวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจทางการแพทย์ โดยช่วยแจ้งเตือนความเป็นไปได้ของโรคหรือภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติม เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้รอบด้านและแม่นยำยิ่งขึ้น
หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญคือ RAMAAI (ระไม) CXR Solution ระบบ AI ที่พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ทำหน้าที่วิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอกและคัดกรองความผิดปกติได้ถึง 16 ประเภท
จุดแข็งของระบบคือการพัฒนาจากฐานข้อมูลภาพเอกซเรย์ทรวงอกของผู้ป่วยชาวไทยมากกว่า 2 ล้านภาพ โดยกว่า 99% เป็นข้อมูลสรีระของคนไทย และผ่านการปรับจูนร่วมกับรังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน มากกว่า 15-20 ครั้ง
ผลลัพธ์ดังกล่าวส่งผลให้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งแรกของไทยที่ได้รับ ISO 13485 สำหรับการผลิตเครื่องมือแพทย์
ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ กล่าวว่า RAMAAI CXR Solution ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยและลดระยะเวลาการรอคอยของผู้ป่วย แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสำหรับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านบุคลากรหรือการเข้าถึงแพทย์เฉพาะทางอีกด้วย
เบื้องหลังการพัฒนา Smart Hospital จำเป็นต้องอาศัยทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีทางการแพทย์ เครื่องมือที่ทันสมัย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ควบคู่กันไป
ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงตั้งเป้าระดมทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี
การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์ แต่เป็นการวางรากฐานของระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และทั่วถึงมากขึ้น
Smart Hospital กับอนาคตของอุตสาหกรรมสุขภาพไทย
การพัฒนา Smart Hospital ของรามาธิบดีสะท้อนให้เห็นทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมการแพทย์ไทย ที่เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนที่บุคลากร แต่เข้ามาเสริมศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตั้งแต่หุ่นยนต์จัดยา หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด AI วิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ ไปจนถึงระบบ IoT ติดตามสุขภาพแบบ Real-Time ทุกนวัตกรรมล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการ “เพิ่มเวลา เพิ่มโอกาส และเพิ่มความหวัง” ให้กับผู้ป่วย พร้อมยกระดับขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต

