ไดเซล คอร์ปอเรชัน รุกตลาดพลาสติกวิศวกรรมที่การแข่งขันกำลังขยับจากเรื่อง “สมรรถนะของวัสดุ” ไปสู่การวัดกันที่ “ความยั่งยืนและความสามารถในการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่” เปิดตัว DURACON® POM 4 เกรดใหม่ ชูส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลจากสินค้าใช้งานแล้ว หรือ PCR ในสัดส่วน 30%
บริษัท ไดเซล คอร์ปอเรชัน (Daicel Corporation) หรือเดิมคือบริษัท โพลีพลาสติกส์ จำกัด (Polyplastics Co., Ltd.) ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านพลาสติกวิศวกรรมเข้าสู่การแข่งขันโดยตรงกับผู้ผลิต POM ระดับโลกที่ต่างเร่งพัฒนาวัสดุคาร์บอนต่ำ วัตถุดิบหมุนเวียน และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมรีไซเคิล เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนความแม่นยำสูง
โดย POM (Polyoxymethylene) หรือ โพลิออกซีเมทิลีน เป็นพลาสติกวิศวกรรม (Engineering Plastic) ประเภทเทอร์โมพลาสติกสมรรถนะสูง (High Performance Thermoplastic)
เปิด DURACON® PCR-POM 4 เกรด เจาะงานอุตสาหกรรมหลายรูปแบบ
หน่วยธุรกิจพอลิเมอร์สมรรถนะสูง หรือ High Performance Polymers ของไดเซล เปิดตัว DURACON® POM ที่มี PCR 30% จำนวน 4 เกรด ได้แก่
- เกรดมาตรฐาน
- เกรด VOC ต่ำ
- เกรดลดแรงเสียดทาน
- เกรดความเหนียวสูง
ไดเซลระบุว่า ผลิตภัณฑ์ชุดใหม่ ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าเลือกวัสดุได้เหมาะกับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยเกรดมาตรฐานมีอัตราการไหลของพลาสติกหลอมเหลวอยู่ที่ระดับ 9 ขณะที่เกรด VOC ต่ำผ่านเกณฑ์ที่กำหนดโดยผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิมหรือ OEM ส่วนเกรดลดแรงเสียดทานมุ่งตอบโจทย์ชิ้นส่วนที่มีการเคลื่อนที่ และเกรดความเหนียวสามารถรักษาสมรรถนะในระดับใกล้เคียง POM บริสุทธิ์ตามผลการทดสอบภายในของบริษัท
วัสดุทั้ง 4 เกรดถูกนำเสนอครั้งแรกในงาน CHINAPLAS 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนเมษายน 2569 ก่อนที่บริษัทจะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2569 (PR Newswire APAC)
ตลาดโต แต่การแข่งขันไม่ได้มีแค่เรื่องราคา
พลาสติกวิศวกรรมเป็นกลุ่มวัสดุที่มีคุณสมบัติทางกล ความทนทานต่อความร้อน สารเคมี และการสึกหรอสูงกว่าพลาสติกทั่วไป จึงถูกใช้ในชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องจักร และสินค้าอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำ
รายงานของ Fortune Business Insights ประเมินว่า ตลาดพลาสติกวิศวกรรมทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 135,040 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และอาจเพิ่มเป็นประมาณ 205,110 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2577 หรือเติบโตเฉลี่ยราว 5.4% ต่อปี โดยเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่ครองสัดส่วนตลาดสูงสุดประมาณ 40% ในปี 2568 (Fortune Business Insights)
สำหรับตลาด POM หรือ Polyoxymethylene โดยเฉพาะ Future Market Insights ประเมินว่าตลาดมีมูลค่าประมาณ 6,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และอาจเพิ่มเป็น 10,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2578 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 5.5% ต่อปี (Future Market Insights)
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการจากบริษัทวิจัยตลาด และอาจแตกต่างกันตามขอบเขตการนับประเภทผลิตภัณฑ์ ภูมิภาค และมูลค่าที่ใช้ในการคำนวณ
คู่แข่งขยับเร็ว ทั้ง PCR วัตถุดิบชีวภาพ และคาร์บอนต่ำ
การแข่งขันในตลาด POM ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะความแข็งแรง ความทนต่อการสึกหรอ หรือความแม่นยำของชิ้นส่วนอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่การลดคาร์บอนและการใช้วัตถุดิบหมุนเวียนด้วย
Celanese ผู้ผลิต Hostaform® และ Celcon® POM เคยประกาศพัฒนา POM ECO-R ซึ่งรองรับวัตถุดิบรีไซเคิลจากทั้งแหล่งหลังการผลิตและหลังการบริโภค โดยระบุสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลได้สูงสุด 30% นอกจากนี้ บริษัทยังมี POM ECO-B ที่ใช้วัตถุดิบชีวภาพผ่านระบบ Mass Balance และมีผลิตภัณฑ์ POM คาร์บอนต่ำในกลุ่ม ECO-C อีกด้วย (Celanese)
ด้าน Delrin มีผลิตภัณฑ์ Delrin® Renewable Attributed ซึ่งใช้วัตถุดิบชีวภาพจากของเสียผ่านระบบ Mass Balance ที่ได้รับการรับรอง ISCC Plus และระบุว่ายังคงคุณภาพและสมรรถนะเทียบเท่า Delrin เกรดมาตรฐาน (Delrin)
ในงาน CHINAPLAS 2026 บริษัท Delrin ยังเปิดตัว Delrin® ZA หรือ Zero Attributed ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นอะซีทัลคาร์บอนเป็นกลาง และได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมของงานในปีเดียวกัน สะท้อนว่าการแข่งขันด้านความยั่งยืนในตลาด POM กำลังยกระดับอย่างรวดเร็ว (Delrin)
ส่วน BASF ทำตลาด POM ภายใต้แบรนด์ Ultraform® ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ทั้งเกรดมาตรฐาน เกรดทนแรงกระแทก เกรดสำหรับงานเสียดสี และเกรด Low Emission สำหรับชิ้นส่วนภายในรถยนต์ที่ต้องควบคุมกลิ่นและการปล่อยสารระเหย (BASF Download)
ภาพการแข่งขันจึงไม่ได้มีผู้เล่นรายใดครองจุดขายด้านความยั่งยืนเพียงลำพัง แต่เป็นการแข่งขันหลายแนวทาง ทั้งการใช้ PCR วัตถุดิบชีวภาพ การลดคาร์บอน และการพัฒนาวัสดุที่ลูกค้าสามารถนำไปใช้แทนเกรดเดิมได้โดยไม่ต้องปรับกระบวนการมากนัก
จุดขายของไดเซลอยู่ที่ “ตัวเลือกเกรด” ไม่ใช่แค่สัดส่วนรีไซเคิล
เมื่อเทียบกับคู่แข่ง การมีวัสดุรีไซเคิล 30% เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความแตกต่าง เพราะ Celanese เคยประกาศผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนรีไซเคิลระดับเดียวกันมาแล้ว
จุดที่ไดเซลพยายามสร้างความได้เปรียบจึงอยู่ที่การเปิดตัวพร้อมกัน 4 เกรด ครอบคลุมสมบัติที่ตลาดใช้งานจริง ได้แก่ เกรดมาตรฐาน เกรด VOC ต่ำ เกรดลื่น และเกรดเหนียว
แนวทางนี้ช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลายกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ผลิตที่ต้องการลดการใช้วัสดุใหม่ แต่ยังมีข้อกำหนดเฉพาะด้านแรงเสียดทาน ความเหนียว การปล่อยสารระเหย หรือความสามารถในการขึ้นรูป
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ไดเซลไม่ได้ขายเพียงคำว่า “รีไซเคิล 30%” แต่พยายามทำให้ PCR-POM เป็นวัสดุที่พร้อมใช้ในงานวิศวกรรมหลากหลายประเภทมากขึ้น
โอกาสสำคัญอยู่ในยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนความแม่นยำสูง
DURACON® POM ถูกใช้ในชิ้นส่วนที่ต้องการความแข็งแรง ทนการสึกหรอ มีแรงเสียดทานต่ำ และคงรูปได้ดี เช่น
- เฟือง
- ข้อต่อ
- กลไกเคลื่อนที่
- ชิ้นส่วนความแม่นยำสูง
- ชิ้นส่วนยานยนต์
คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ POM มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับความต้องการชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเบา ใช้งานได้นาน และผลิตได้ด้วยความแม่นยำ โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นทั้งฐานการผลิตยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก
สำหรับไดเซล การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ CHINAPLAS ในเซี่ยงไฮ้จึงสะท้อนทิศทางการเข้าถึงตลาดเอเชียซึ่งมีขนาดใหญ่และมีห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมครบวงจร อย่างไรก็ตาม นี่เป็นข้อสังเกตจากสถานที่เปิดตัวและโครงสร้างตลาด ไม่ใช่เป้าหมายยอดขายหรือแผนลงทุนที่บริษัทเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
จากรีไซเคิลเศษโรงงาน สู่การนำสินค้าที่ใช้แล้วกลับมาเป็นวัตถุดิบ
ตั้งแต่ปี 2566 ไดเซลให้บริการ Re-compounding ภายใต้แบรนด์ DURACIRCLE® โดยนำเศษวัสดุที่เกิดในกระบวนการผลิตของลูกค้า หรือ PIR กลับมาแปรรูปอีกครั้ง
DURACON® PCR-POM ชุดใหม่ถือเป็นอีกขั้นของแนวทางดังกล่าว เพราะเปลี่ยนจากการใช้เศษวัสดุในโรงงาน ไปสู่การใช้ POM จากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานในตลาดแล้ว
ความท้าทายคือ PCR มักมีความผันผวนด้านคุณสมบัติ ความสะอาด และองค์ประกอบของวัตถุดิบ ไดเซลจึงใช้เทคโนโลยีการคอมพาวด์และระบบควบคุมคุณภาพเพื่อรักษาคุณสมบัติทางกลให้ใกล้เคียงวัสดุดั้งเดิม แม้มีส่วนผสมรีไซเคิล 30% โดยบริษัทระบุว่าผลลัพธ์ดังกล่าวอ้างอิงจากการทดสอบภายใน (PR Newswire APAC)
โอกาสของไดเซล: เปลี่ยนความยั่งยืนให้เป็นคุณสมบัติทางวิศวกรรม
การบุกตลาดครั้งนี้เปิดโอกาสให้ไดเซลในอย่างน้อย 3 ด้าน
- ประการแรก บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้าที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในผลิตภัณฑ์ แต่ไม่สามารถลดทอนสมรรถนะของชิ้นส่วนได้
- ประการที่สอง การมี PCR-POM หลายเกรดช่วยให้ไดเซลขยายจากตลาดวัสดุทั่วไปไปสู่งานเฉพาะทาง เช่น ชิ้นส่วน Low VOC ชิ้นส่วนเสียดสี และชิ้นส่วนที่ต้องรับแรงกระแทก
- ประการที่สาม เครือข่ายและฐานลูกค้าเดิมของ Polyplastics ในตลาดพลาสติกวิศวกรรมอาจช่วยให้บริษัทนำวัสดุใหม่เข้าสู่กระบวนการทดสอบและรับรองของลูกค้าได้ง่ายกว่าผู้เล่นหน้าใหม่
อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากคู่แข่งที่มีพอร์ตวัสดุยั่งยืนอยู่แล้ว รวมถึงความท้าทายด้านต้นทุน ความสม่ำเสมอของวัตถุดิบ PCR และข้อกำหนดการรับรองจากลูกค้าอุตสาหกรรม
ศึก POM รอบใหม่ วัดกันที่ใครทำวัสดุหมุนเวียนให้ “พร้อมใช้งานจริง”
การเปิดตัว DURACON® PCR-POM สะท้อนทิศทางสำคัญของตลาดพลาสติกวิศวกรรม ซึ่งกำลังเคลื่อนจากการขายสมรรถนะของเรซินเพียงอย่างเดียว ไปสู่การขายโซลูชันที่ต้องตอบทั้งคุณภาพ ต้นทุน ความยั่งยืน และข้อกำหนดของอุตสาหกรรมพร้อมกัน
สำหรับไดเซล ความได้เปรียบในการแข่งขันจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสัดส่วนรีไซเคิล 30% เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมคุณภาพให้สม่ำเสมอ การผ่านข้อกำหนดของ OEM และการขยายผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมงานที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
หากบริษัททำได้ตามเป้าหมาย DURACON® PCR-POM อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ไดเซลรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มผู้ผลิตที่กำลังมองหาวัสดุวิศวกรรมซึ่งผสานสมรรถนะเข้ากับเศรษฐกิจหมุนเวียน

