เอสซีจี ใช้เวที Cemtech ASIA 2026 แสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยี การผลิตปูนคาร์บอนต่ำและพลังงานสะอาด สะท้อนทิศทางการแข่งขันใหม่ของอุตสาหกรรมก่อสร้างในอาเซียน
การเปลี่ยนผ่านสู่ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ กำลังกลายเป็นวาระสำคัญของผู้ผลิตทั่วโลก หลังมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการลดคาร์บอนเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อทั้งผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และภาคก่อสร้างที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากเป้าหมาย Net Zero และข้อกำหนดด้านคาร์บอนที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก
ในงาน Cemtech ASIA 2026 เมื่อวันที่ 14-17 มิถุนายน 2569 เอสซีจีได้เปิดมุมมองขยายโอกาสทางธุรกิจท่ามกลางความท้าทาย และการปรับตัวรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรของโลก เพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ตามแนวทาง Net Zero
Cemtech ASIA 2026 สะท้อนแรงกดดันใหม่ของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์
งาน Cemtech ASIA 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญที่ผู้ผลิตปูนซีเมนต์จากหลายประเทศ ที่ใช้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ถูกจัดเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนสูงของโลก ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ เพื่อรองรับแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อมและความต้องการของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับวัสดุก่อสร้างที่มี Carbon Footprint ต่ำ
สุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ กล่าวว่า เอสซีจีมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เพื่อลดผลกระทบต่อการใช้ทรัพยากร เพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องในกระบวนการผลิต”
LC3 จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดปูนคาร์บอนต่ำ
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจคือ SCG LC3 Structural Cement หรือปูนซีเมนต์สูตร LC3 (Limestone Calcined Clay Cement) จุดเด่นของ LC3 คือ ใช้วัตถุดิบหลักจาก Limestone และ Calcined Clay สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 30-40% และ ไม่กระทบคุณสมบัติด้านโครงสร้างของปูนซีเมนต์ โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน EPD (Environmental Product Declaration)

นอกจากนี้ กระบวนการผลิตยังใช้เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) เช่น แกลบและฟางข้าว สัดส่วน 40% และพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 35% แนวทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์
Heat Battery เทคโนโลยีที่อาจเปลี่ยนเกมพลังงานภาคอุตสาหกรรม
อีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตาคือการติดตั้ง Rondo Heat Battery ที่โรงงานท่าหลวง จังหวัดสระบุรี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นการติดตั้งครั้งแรกในอาเซียน
Heat Battery เป็นระบบที่เปลี่ยนไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้เป็นพลังงานความร้อน และเก็บสะสมไว้ในอิฐทนไฟพิเศษที่อุณหภูมิสูงถึง 1,500 องศาเซลเซียส คุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ จ่ายความร้อนได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง มีประสิทธิภาพการกักเก็บพลังงานสูงถึง 97% มีอายุการใช้งานมากกว่า 40 ปี

วัสดุทนไฟกลายเป็นเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ของโรงงานยุคใหม่
ภายในงานยังมีการนำเสนอเทคโนโลยีจาก SRIC ซึ่งสะท้อนว่า “วัสดุทนไฟ” ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ประกอบการผลิตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน
ไฮไลต์สำคัญ คือ Anti-Hydration Brick พัฒนาเพื่อยืดอายุการจัดเก็บอิฐทนไฟ จากเดิม 6 เดือน เป็น 24 เดือน ช่วยลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต Thermal Media for Heat Battery พัฒนาร่วมกับ Rondo Energy รองรับการกักเก็บและจ่ายพลังงานความร้อนตลอด 24 ชั่วโมง และมีประสิทธิภาพการกักเก็บพลังงานสูงถึง 97%

Solar Floating เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในโรงงาน
ที่โรงงานปูนซีเมนต์ท่าหลวง ยังมีการใช้ระบบ Solar Floating

นวัตกรรมเขียว ปูนคาร์บอนต่ำ ก่อให้เกิดผลกระทบหลายส่วน ได้แก่
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์จะเปลี่ยนจาก “ราคา” สู่ “คาร์บอน”
ในอดีต ผู้ผลิตแข่งขันกันที่ต้นทุนการผลิตและกำลังการผลิตเป็นหลัก แต่ในอนาคต “ปริมาณการปล่อยคาร์บอน” อาจกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญไม่ต่างจากคุณภาพสินค้า
ผู้ประกอบการที่สามารถลด Carbon Footprint ได้เร็วกว่าจะมีความได้เปรียบในการเข้าถึงโครงการก่อสร้างสีเขียวและลูกค้าระดับสากล
- ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวตามห่วงโซ่อุปทานสีเขียว
เมื่อวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำเริ่มเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์และผู้รับเหมาก่อสร้างจะถูกกดดันให้เลือกใช้วัสดุที่มีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมชัดเจน เพื่อรองรับมาตรฐาน ESG และเป้าหมาย Net Zero ขององค์กร
- อาเซียนกำลังกลายเป็นฐานนวัตกรรมอุตสาหกรรมสีเขียว

การนำเทคโนโลยีอย่าง LC3, Heat Battery และพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่กระบวนการผลิต สะท้อนว่าอาเซียนไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตต้นทุนต่ำอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่ศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำที่ตอบโจทย์ตลาดโลก
จากประเด็นข่าวเหล่านี้ สิ่งที่นักลงทุนควรจับตา
- ความสามารถในการขยายการใช้ปูน LC3 ในเชิงพาณิชย์
- ต้นทุนการผลิตหลังใช้ Heat Battery และพลังงานหมุนเวียน
- การตอบรับจากภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
- มาตรการด้านคาร์บอนระหว่างประเทศที่อาจเร่งความต้องการวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ
- การแข่งขันด้าน Green Cement ระหว่างผู้ผลิตในอาเซียน

