MOSHI เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ความยั่งยืนทั้งในมิติบุคลากร ชุมชน และธรรมาภิบาล พร้อมแสดงผลลัพธ์ที่จับต้องได้ผ่านการสร้างงานในชุมชนกว่า 83 ครัวเรือน และสร้างรายได้รวม 7.6 ล้านบาทในปี 2568
การขับเคลื่อนด้าน ESG กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและผู้บริโภคใช้ประเมินศักยภาพของธุรกิจในระยะยาว ล่าสุด MOSHI MOSHI ออกมากประกาศแนวทางด้าน ESG สะท้อนให้เห็นว่า ESG ไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์องค์กรอีกต่อไป แต่กำลังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกที่เผชิญแรงกดดันจากผู้บริโภค นักลงทุน และมาตรฐานสากลที่เข้มข้นขึ้น
การลงทุนด้าน ESG ของ MOSHI สะท้อนอะไรต่อธุรกิจค้าปลีก
พลอยนภัส บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและจัดหาผลิตภัณฑ์ บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI เผยความคืบหน้าด้านการดำเนินงานตามกรอบ ESG (Environmental, Social and Governance) โดยครอบคลุมทั้งการพัฒนาบุคลากร การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน และการส่งเสริมธรรมาภิบาลองค์กร
หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญคือ การได้รับเกียรติบัตรจากโครงการ ESG DNA สำหรับพนักงานองค์กร ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังพนักงานทุกระดับทั้งสายบริการลูกค้าและสายสนับสนุนผ่านการอบรมและทดสอบครบ 100% ในช่วงเดือนมกราคม-ธันวาคม 2568

บุคลากร ESG กลายเป็น “สินทรัพย์” มากกว่า “ต้นทุน”
พลอยนภัส กล่าวว่า ความสำเร็จนี้ไม่เพียงเสริมศักยภาพบุคลากร แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจภายใต้บริบทโลกที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่
ในเชิงธุรกิจ การพัฒนาความรู้ ESG ให้กับพนักงานทั้งองค์กรสะท้อนแนวโน้มใหม่ของภาคค้าปลีกไทย ที่เริ่มมองประเด็นความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ไม่ใช่กิจกรรมเสริมด้าน CSR เหมือนในอดีต
สร้างงานในชุมชน รายได้โต 46.5% จากปีก่อน
อีกหนึ่งแกนสำคัญของกลยุทธ์ ESG คือการดำเนินโครงการ “Give a Better Life สร้างอาชีพ สู่ความยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด GIVE ซึ่งมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสการจ้างงานในท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 บริษัทจัดประชุมสัมมนาประจำปีครั้งที่ 1 ของโครงการ ณ คลังสินค้าอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยเน้นการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะแรงงานในชุมชน เพื่อให้สามารถสร้างรายได้และประกอบอาชีพในพื้นที่ของตนเอง
ที่ผ่านมา MOSHI สร้างการจ้างงานในชุมชนแล้ว 83 ครัวเรือน สร้างรายได้รวม 7.6 ล้านบาท โดยรายได้เพิ่มขึ้น 46.5% จากปีก่อนหน้า
จัดสัมมนาและพัฒนาทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่องในปี 2569
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า โมเดลการพัฒนาชุมชนของภาคเอกชนเริ่มขยับจากรูปแบบการบริจาคระยะสั้น ไปสู่การสร้างรายได้และความสามารถในการพึ่งพาตนเองของชุมชนในระยะยาว
The Impact: ESG กำลังเปลี่ยนกติกาการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีก
1. คู่แข่งในอุตสาหกรรมต้องเร่งยกระดับมาตรฐาน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนสถาบันและกองทุนที่เน้นการลงทุนอย่างยั่งยืนให้ความสำคัญกับข้อมูล ESG มากขึ้น ส่งผลให้บริษัทจดทะเบียนจำนวนมากเริ่มลงทุนด้านบุคลากร ห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาชุมชนอย่างจริงจัง
กรณีของ MOSHI สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจค้าปลีกกำลังแข่งขันกันในมิติใหม่ นอกเหนือจากราคา สาขา และสินค้า แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
2. ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ “คุณค่าของแบรนด์”
ผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มเลือกสนับสนุนแบรนด์ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น การดำเนินโครงการสร้างงานในชุมชนและพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงอาจช่วยเสริมความเชื่อมั่นและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

3. ESG กลายเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง
การอบรมพนักงานด้าน ESG ครบทั้งองค์กร ช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ มาตรฐานคู่ค้า และความคาดหวังจากนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ประเด็นคาร์บอน การใช้ทรัพยากร และธรรมาภิบาล กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการดำเนินธุรกิจ
ด้านสังคม ขยายผลผ่านการสนับสนุนภาคสาธารณสุข
นอกจากการสร้างงานและพัฒนาชุมชน MOSHI ยังสนับสนุนภาคสาธารณสุขผ่านโครงการ “Give For Life หนึ่งคนให้ หลายคนรับ” โดยมอบเงินจำนวน 200,000 บาท ให้แก่ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านการแพทย์และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

แม้มูลค่าการบริจาคจะไม่ใช่ปัจจัยหลักในการวัดผลด้าน ESG แต่สะท้อนการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขและสังคมในวงกว้าง
กรณีศึกษาของ MOSHI สะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนกำลังเปลี่ยนจาก “ต้นทุนทางธุรกิจ” ไปสู่ “การลงทุนเชิงกลยุทธ์” ที่ส่งผลต่อทั้งความสามารถในการแข่งขัน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว
เมื่อพิจารณาจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งการพัฒนาบุคลากร การสร้างรายได้ให้ชุมชน และการขยายบทบาทสู่ภาคสังคม ทำให้ ESG กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจะใช้ติดตามศักยภาพการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกไทยในอนาคต

