เครือข่ายมหาวิทยาลัยร่วมจังหวัดนำร่อง 20 แห่ง บูรณาการฐานข้อมูลคนจน จัดตั้ง Mobile Unit ช่วยลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ลดปัญหาคนจนตกหล่นจากระบบ
หนุนกลไกจังหวัดช่วยลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
เครือข่ายคณาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยใน 20 จังหวัดนำร่องทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและกลไกระดับจังหวัด เดินหน้าพัฒนาโมเดลช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงการลงทะเบียนรับสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปีงบประมาณ 2569 ผ่านการบูรณาการฐานข้อมูลคนจนจากหลายหน่วยงาน
พร้อมจัดตั้งหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงระบบดิจิทัล เพื่อให้สวัสดิการของรัฐเข้าถึงผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริงและลดปัญหาคนจนตกหล่นจากระบบ

มหาวิทยาลัยผนึกกำลังจังหวัด สร้างกลไกเชิงรุกช่วยคนจนเข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผศ.ดร.กนกพร ฉิมพลี ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครราชสีมา กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายคณาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยที่ดำเนินโครงการวิจัยแก้ปัญหาความยากจนและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำใน 20 จังหวัดนำร่อง ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ ได้ร่วมกันนำองค์ความรู้จากงานวิจัยที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง มาบูรณาการเข้ากับฐานข้อมูลคนจนจากหลายแหล่ง
เป้าหมายสำคัญคือการออกแบบโมเดลช่วยเหลือประชาชนในการลงทะเบียนรับสิทธิตามโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปีงบประมาณ 2569 เพื่อให้การคัดกรองกลุ่มเป้าหมายมีความแม่นยำมากขึ้น และลดโอกาสที่ผู้ยากไร้จะหลุดออกจากระบบสวัสดิการของรัฐ
โมเดลใหม่ใช้ฐานข้อมูลหลายหน่วยงาน ค้นหา-สอบทาน-ติดตามคนจนเชิงรุก
โครงสร้างการทำงานของโมเดลช่วยเหลือคนจนเริ่มต้นจากการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยการภายในมหาวิทยาลัย ทำหน้าที่รวบรวม ค้นหา และสอบทานข้อมูลคนจนผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานภาครัฐ
หลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูลแล้ว จะมีการส่งต่อชุดข้อมูลให้กับกลไกระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน เพื่อติดตามและเข้าถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมายสำหรับการลงทะเบียนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีการสื่อสารข้อมูลไปยังประชาชนผ่านเครือข่ายชุมชน วัด และมัสยิด เพื่อสร้างการรับรู้และขยายโอกาสการเข้าถึงสิทธิให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ตั้ง Mobile Unit ลงพื้นที่ช่วยผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนและผู้อยู่ห่างไกล
หนึ่งในกลไกสำคัญของโครงการคือการจัดตั้ง หน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) โดยระดมคณาจารย์และนักศึกษาลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถดำเนินการลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง
กลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่
- ผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน
- ผู้ที่ไม่เข้าใจระบบออนไลน์
- ผู้สูงอายุ
- กลุ่มเปราะบาง
- ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร
แนวทางดังกล่าวถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นไปอย่างทั่วถึง และลดปัญหาการตกหล่นของผู้มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือ
งานวิจัยชี้ระบบลงทะเบียนแบบรอรับ เป็นอุปสรรคต่อคนจนที่สุด
ผศ.ดร.กนกพร ระบุว่า แรงจูงใจสำคัญในการพัฒนากลไกครั้งนี้ มาจากข้อค้นพบของงานวิจัยที่สะท้อนว่า การเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังเป็นระบบแบบ “Passive” หรือการรอให้ประชาชนมาลงทะเบียนด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม คนจนที่ประสบปัญหาหนักที่สุดกลับเป็นกลุ่มที่เผชิญข้อจำกัดมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการขาดอุปกรณ์ดิจิทัล การไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือมีต้นทุนการเดินทางสูงในการติดต่อหน่วยงานภาครัฐ
ผลลัพธ์คือประชาชนที่ควรได้รับความช่วยเหลือกลับกลายเป็นกลุ่มที่เข้าถึงสวัสดิการได้ยากที่สุด
ด้วยเหตุนี้ โมเดลการทำงานเชิงรุกที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและกลไกระดับจังหวัด จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อ “อุดรูรั่ว” ของระบบ และช่วยให้คนจนตัวจริงสามารถเข้าถึงสิทธิของตนเองได้อย่างครบถ้วนมากขึ้น
ต่อยอดสู่ฐานข้อมูลแก้จนระยะยาว และขยายผลระดับประเทศ
นอกเหนือจากการสนับสนุนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 แล้ว เครือข่ายมหาวิทยาลัยยังมองว่าฐานข้อมูลที่เกิดขึ้นจากโครงการจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จในระยะยาว
พื้นที่นำร่องต้นแบบ (Area Prototype) จะทำหน้าที่เป็นห้องทดลองเชิงนโยบายที่สามารถนำบทเรียนและรูปแบบการดำเนินงานไปขยายผลในระดับประเทศต่อไป
การผนึกกำลังระหว่างภาควิชาการ หน่วยงานภาครัฐ และกลไกระดับจังหวัด จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างหลักประกันว่าสวัสดิการของรัฐจะส่งถึงผู้ที่เดือดร้อนจริงได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย

20 จังหวัดนำร่องแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ
พื้นที่วิจัยและดำเนินงานนำร่องประกอบด้วย
- แม่ฮ่องสอน
- ลำปาง
- พิษณุโลก
- ชัยนาท
- กาฬสินธุ์
- นครราชสีมา
- เลย
- ยโสธร
- มุกดาหาร
- บุรีรัมย์
- ศรีสะเกษ
- ร้อยเอ็ด
- สุรินทร์
- อำนาจเจริญ
- อุบลราชธานี
- สกลนคร
- พัทลุง
- ปัตตานี
- ยะลา
- นราธิวาส

