เมืองอัจฉริยะจะสร้างคุณค่าได้มากกว่าเทคโนโลยี เมื่อคนในพื้นที่เข้าถึงทักษะ อาชีพ และโอกาสทางเศรษฐกิจ เมืองทองธานีจึงวางแนวทางพัฒนา Smart City ภายใต้แนวคิด “Live-Work-Play-Learn” โดยเชื่อมการพัฒนาบุคลากร การสร้างงาน การสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และการเปิดตลาดสินค้าอัตลักษณ์ชุมชน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงคน ชุมชน และธุรกิจเข้าด้วยกัน
เมืองอัจฉริยะที่เริ่มจากคน ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี
พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารและพัฒนาโครงการเมืองทองธานี กล่าวว่า การขับเคลื่อนเมืองทองธานีสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าลงทุน ต้องอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาทักษะ ความรู้ และเศรษฐกิจของคนในเมืองควบคู่กัน
แนวทางดังกล่าวเริ่มจากการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร ผ่านโครงการประกวดนวัตกรรม Routine to Innovation (R2i) ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานนำประสบการณ์และปัญหาจากการทำงานประจำมาพัฒนาวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ ก่อนต่อยอดองค์ความรู้และโอกาสไปสู่ชุมชน

นอกจากนี้ เมืองทองธานี ยังมีโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยจัดหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มทักษะดิจิทัลและทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ให้แก่ผู้พักอาศัยและคนในชุมชน
IMPACT keepMe เชื่อมกำลังคนกับความต้องการของธุรกิจ
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือแอปพลิเคชัน IMPACT keepMe แพลตฟอร์มบริหารพนักงานรายวัน ซึ่งรวบรวมขั้นตอนการจัดการกำลังคนไว้ในระบบเดียว ตั้งแต่การค้นหางาน สมัครงาน จัดตารางงาน บันทึกเวลาเข้าออกงาน ไปจนถึงการจ่ายเงินเดือน โดยรองรับทั้งนักเรียน นักศึกษา และคนในชุมชนเมืองทองธานี
ข้อมูลจากบริษัทระบุว่า ปัจจุบัน IMPACT keepMe มีฐานข้อมูลผู้หางานกว่า 43,000 คน ช่วยเพิ่มฐานกำลังคนสำหรับรองรับความต้องการของธุรกิจไมซ์ หรือธุรกิจการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การประชุมองค์กร และการจัดนิทรรศการ
แพลตฟอร์มยังได้รับการต่อยอดสู่ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและชุมชน โดยนำข้อมูลด้านทักษะและความต้องการของตลาดแรงงานมาใช้ประกอบการวางแผนหลักสูตรและพัฒนาบุคลากร
ความร่วมมืออีกด้านคือโครงการ IMPACT Rise Up ซึ่งดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เปิดเวทีประกวดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ระดับประเทศให้นักศึกษาอาชีวศึกษาได้สร้างสรรค์ผลงานและเรียนรู้ผ่านโจทย์จากการทำงานจริง

เปิดโอกาสให้ร้านอาหารและสินค้า GI เข้าถึงตลาด
การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของแนวทาง Smart City เมืองทองธานีดำเนินโครงการร้านเด็ดเมืองทอง เพื่อเชื่อมโยงร้านอาหารในชุมชนกับผู้จัดงานและผู้จัดแสดงสินค้าภายในศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมุ่งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ร้านอาหารท้องถิ่นและส่งเสริมการหมุนเวียนของเม็ดเงินในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการส่งเสริมสินค้า GI (Geographical Indication) หรือสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเมืองทองธานีร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาและหอการค้าไทย นำสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นจาก 33 จังหวัดเข้าสู่ช่องทางค้าปลีก เช่น ตลาดสดรวมใจ และคอสโม บาซาร์
สินค้า ได้แก่ กล้วยไข่กำแพงเพชร กาแฟเทพเสด็จ เชียงราย และฝรั่งสามพราน นครปฐม แนวทางนี้มุ่งเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคในเมืองโดยตรง พร้อมต่อยอดการจัดทำฐานข้อมูลสินค้า GI เพื่อใช้พัฒนาแนวทางดำเนินงานและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เครือข่ายชุมชนในระยะยาว

พัฒนาคน เชื่อมชุมชน สร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ
พอลล์ ระบุว่า การพัฒนาเมืองทองธานีสู่เมืองอัจฉริยะครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาคน การสร้างโอกาสให้ชุมชน การสนับสนุนผู้ประกอบการ ไปจนถึงการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงทุกภาคส่วน
ด้านทมิตา จงสวัสดิ์วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลองค์กร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ R2i ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561 เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมนวัตกรรม เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับและทุกหน่วยงานร่วมกันพัฒนาวิธีการทำงาน และนำแนวคิดที่ได้ไปเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร
ภาพรวมของโครงการต่าง ๆ จึงสะท้อนแนวทางการพัฒนาเมืองที่พยายามเชื่อมโยงศักยภาพของบุคลากรกับความต้องการของตลาดแรงงาน และขยายโอกาสไปยังผู้ประกอบการ เกษตรกร และชุมชน



