Orbix Tech ชี้ Blockchain ก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น หนุนภาครัฐ สาธารณสุข และ ESG สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมโอกาสทางธุรกิจ ความเสี่ยง PDPA และเงื่อนไขใช้งานจริง
บล็อกเชนกำลังถูกนำออกจากกรอบของคริปโทเคอร์เรนซี สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยพิสูจน์แหล่งที่มา สิทธิการเข้าถึง และประวัติการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล กรณีศึกษาจากภาครัฐ สาธารณสุข และการจัดการข้อมูลคาร์บอนบนเวที Techtopia สะท้อนโอกาสลดต้นทุนการตรวจสอบ เพิ่มความโปร่งใส และสร้างบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ทางธุรกิจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลต้นทางน่าเชื่อถือ ระบบเชื่อมต่อกันได้ และการออกแบบสอดคล้องกับ PDPA รวมถึงความต้องการของผู้ใช้งาน
Blockchain กับ Trust Infrastructure เมื่อ “ความเชื่อมั่น” กลายเป็นต้นทุนธุรกิจ
การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประชาชน หน่วยงานรัฐ โรงพยาบาล และคู่ค้า มีต้นทุนแฝงจากการพิสูจน์ตัวตน ตรวจเอกสาร ขอความยินยอม และตรวจสอบว่าข้อมูลถูกแก้ไขหรือไม่ แนวคิด Trust Infrastructure จึงมุ่งสร้างระบบกลางของกติกาและหลักฐานดิจิทัล เพื่อให้แต่ละฝ่ายตรวจสอบข้อมูลได้โดยไม่ต้องพึ่งความเชื่อถือจากคู่สัญญาเพียงอย่างเดียว
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือ Verifiable Credential หรือหลักฐานดิจิทัลที่ตรวจสอบผู้ออก ความสมบูรณ์ และสถานะของเอกสารได้ มาตรฐาน W3C อธิบายระบบนี้ผ่านสามบทบาท ได้แก่ ผู้ออกหลักฐาน ผู้ถือหลักฐาน และผู้ตรวจสอบ โดยอาจใช้ฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ ฐานข้อมูลกระจายศูนย์ หรือ Distributed Ledger เป็นกลไกสนับสนุนก็ได้ ไม่ได้กำหนดว่าทุกระบบจำเป็นต้องใช้ Blockchain เสมอไป W3C Verifiable Credentials Data Model 2.0
ประเด็นสำคัญคือ คำว่า “ตรวจสอบได้” ไม่ได้หมายความว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริงโดยอัตโนมัติ ระบบสามารถยืนยันได้ว่าใครออกข้อมูลและข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่ยังต้องมีกระบวนการรับรองข้อมูลต้นทางและกติกาของผู้ตรวจสอบ

Data Wallet เปิดทางประชาชนควบคุมเอกสารและความยินยอม
ดร.อาศิส อัญญะโพธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA มองว่า Data Wallet และ Document Wallet จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของรัฐบาลดิจิทัล ช่วยให้ประชาชนจัดการข้อมูลและเอกสารของตนเอง ภายใต้แนวคิด “My Data, My Consent”
การใช้ Verifiable Credential และ Decentralized Identity อาจเปิดให้ประชาชนแสดงเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น เช่น ยืนยันว่ามีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ โดยไม่จำเป็นต้องส่งเอกสารทั้งฉบับ ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลเกินความจำเป็น ลดการขอเอกสารซ้ำ และทำให้หน่วยงานตรวจสอบหลักฐานได้รวดเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม การให้ประชาชน “ถือ” ข้อมูลไม่ได้แปลว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดควรถูกบันทึกบน Blockchain การออกแบบที่รัดกุมควรแยกข้อมูลจริงออกจากหลักฐานสำหรับตรวจสอบ เก็บข้อมูลอ่อนไหวนอกเชน และกำหนดสิทธิการเข้าถึง การเพิกถอน ตลอดจนระยะเวลาการจัดเก็บอย่างชัดเจน
Health Data Wallet ต้องสร้างสมดุลระหว่างการเข้าถึงกับความเป็นส่วนตัว
นายแพทย์เดโชวัต พรมดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลธ์แท็ก จำกัด เสนอว่า Health Data Wallet สามารถช่วยให้ผู้ป่วยบริหารข้อมูลสุขภาพและการให้ความยินยอมได้ด้วยตนเอง ขณะที่แพทย์เข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ และองค์กรสามารถตรวจสอบประวัติการเข้าถึงผ่าน Audit Trail
แนวทางที่เสนอคือ “Hybrid by Design” หรือการใช้ฐานข้อมูลแบบดั้งเดิมร่วมกับ Blockchain แทนการนำข้อมูลทุกอย่างขึ้นเชน ฐานข้อมูลทั่วไปยังเหมาะกับข้อมูลสุขภาพที่มีปริมาณมาก เปลี่ยนแปลงบ่อย และต้องตอบสนองรวดเร็ว ส่วน Blockchain อาจใช้บันทึกหลักฐานการอนุญาต ตัวระบุเอกสาร หรือประวัติการเข้าถึง
“การนำ Blockchain ไปใช้ควรเริ่มจากโจทย์ธุรกิจและความต้องการของผู้ใช้ มากกว่าการเริ่มจากเทคโนโลยี” นายแพทย์เดโชวัตระบุ
สำหรับโรงพยาบาลและ HealthTech คุณค่าทางธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่คำว่า Blockchain แต่อยู่ที่การลดเวลาค้นหาข้อมูล ลดการตรวจซ้ำ เพิ่มความต่อเนื่องในการรักษา และจัดการความยินยอมได้ตรวจสอบย้อนหลัง โดยต้องไม่เพิ่มความเสี่ยงจากการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของบุคคลข้ามระบบ
ข้อมูลคาร์บอนตรวจสอบย้อนกลับได้ กลายเป็นโจทย์การแข่งขันและ ESG
ดร.สุทัศน์ รงรอง Co-CEO & Chief Technology Officer บริษัท Picarbon มองว่า Blockchain สามารถช่วยสร้างประวัติข้อมูล Carbon Footprint ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทำให้คู่ค้า นักลงทุน หรือผู้ให้บริการทางการเงินตรวจสอบแหล่งที่มาและการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลได้ง่ายขึ้น
ความน่าเชื่อถือของข้อมูลคาร์บอนมีผลทางธุรกิจเพิ่มขึ้น เพราะมาตรการ Carbon Border Adjustment Mechanism หรือ CBAM ของสหภาพยุโรปเข้าสู่ระยะบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 ครอบคลุมสินค้าในกลุ่มซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน โดยผู้นำเข้ามีหน้าที่รายงานและจัดการใบรับรองตามปริมาณคาร์บอนแฝงของสินค้า European Commission: CBAM
สำหรับผู้ประกอบการไทย สิ่งที่มีมูลค่าไม่ใช่เพียงการมีฐานข้อมูล แต่คือความสามารถในการแสดงว่าใช้วิธีคำนวณใด ข้อมูลมาจากโรงงานหรือซัพพลายเออร์รายใด ใครรับรอง และมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเมื่อใด หากทำได้ ข้อมูลคาร์บอนอาจพัฒนาจากภาระด้านการรายงานไปเป็นเครื่องมือรักษาตลาด สร้างความเชื่อมั่นกับคู่ค้า และประกอบการพิจารณาเงินทุนสีเขียว
แต่ Blockchain ไม่สามารถแก้ปัญหา “Garbage In, Garbage Out” ได้ หากตัวเลขการใช้พลังงานหรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้นทางไม่ถูกต้อง การบันทึกแบบแก้ไขย้อนหลังได้ยากเพียงทำให้ข้อมูลผิดนั้นคงอยู่และตรวจพบการเปลี่ยนแปลงได้เท่านั้น ดังนั้น ระบบวัด การควบคุมคุณภาพข้อมูล และการทวนสอบโดยบุคคลที่สามยังมีความจำเป็น

Orbix Technology วาง Quarix เชื่อมรัฐ การเงิน สุขภาพ และ ESG
พิสิทธิ์ กุญกาจนาชีวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี หรือ Orbix Technology สรุปว่า เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเชื่อมโยงข้อมูล ตัวตนดิจิทัล และสินทรัพย์ในโลกจริงได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้
บริษัทพัฒนา Quarix Blockchain Infrastructure เพื่อรองรับกรณีใช้งานในภาครัฐ สาธารณสุข การเงิน และ ESG ภายใต้วิสัยทัศน์ “Blockchain for REAL, Blockchain for ALL”
อย่างไรก็ตาม ต้นฉบับยังไม่เปิดเผยข้อมูลเชิงผลลัพธ์ เช่น จำนวนระบบที่ใช้งานจริง ปริมาณธุรกรรม ต้นทุนที่ลดลง ระยะเวลาการให้บริการที่สั้นลง หรือมาตรฐานที่รองรับ จึงยังไม่เพียงพอต่อการประเมินประสิทธิผลและความคุ้มค่าเชิงธุรกิจของโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว
Blockchain ต้องพิสูจน์คุณค่าด้วย KPI ไม่ใช่จำนวน Use Case
ก้าวต่อไปของ Blockchain ในประเทศไทยไม่ใช่การเพิ่มกรณีใช้งานบนเวทีนำเสนอ แต่คือการเปลี่ยนโครงการนำร่องให้เป็นระบบที่ใช้งานข้ามองค์กรได้ โดยมีโจทย์สำคัญอย่างน้อย 5 ด้าน
- Interoperability: Wallet และ Credential จากต่างหน่วยงานต้องตรวจสอบร่วมกันได้
- Data governance: ต้องระบุเจ้าของข้อมูล ผู้รับผิดชอบความถูกต้อง และเงื่อนไขการแก้ไขข้อมูล
- Privacy by design: ไม่บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสุขภาพลงบนเชนเกินความจำเป็น
- Independent verification: ข้อมูลคาร์บอนต้องมีมาตรฐานการคำนวณและผู้ทวนสอบที่น่าเชื่อถือ
- Business KPI: วัดต้นทุนที่ลดลง เวลาที่ประหยัดได้ จำนวนผู้ใช้ ความพร้อมใช้งาน และเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย
หากไม่มีองค์ประกอบเหล่านี้ Blockchain อาจเป็นเพียงชั้นเทคโนโลยีที่เพิ่มต้นทุน แต่หากออกแบบจากปัญหาของผู้ใช้และมีระบบรับรองข้อมูลต้นทางที่รัดกุม ก็มีโอกาสพัฒนาเป็นโครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่นสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลได้จริง




