แสนสิริ คัดสรร “พันธมิตรธุรกิจ” วิสัยทัศน์และแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมไปในทิศทางเดียวกัน ร่วมสร้าง Sustainable Living ล่าสุดผนึก LIXIL นำนวัตกรรม American Standard สู่โครงการที่อยู่อาศัย เชื่อมเป้าหมาย Net Zero 2050 เข้ากับ “Zero Carbon and Circular Living” หวังเปลี่ยนความยั่งยืนจากระดับนโยบายให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของลูกบ้าน
การสร้าง “บ้านที่ยั่งยืน” อาจไม่ได้เริ่มต้นและสิ้นสุดในมือของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพียงรายเดียวอีกต่อไป เพราะเบื้องหลังบ้านหนึ่งหลังหรือคอนโดมิเนียมหนึ่งโครงการ ประกอบด้วยห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง ระบบภายในอาคาร สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานและทรัพยากร
นี่จึงกลายเป็นอีกโจทย์สำคัญของ แสนสิริ ในการเดินหน้าสู่ Sustainable Living ที่ไม่ได้พิจารณาเฉพาะ “ผลิตภัณฑ์อะไร” ที่จะถูกนำมาใช้ในโครงการ แต่ให้ความสำคัญไปถึง “ใครคือพันธมิตร” ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างที่อยู่อาศัย
โดยเฉพาะการเลือกพันธมิตรที่มีแนวคิดด้านความยั่งยืน การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกัน เพื่อทำให้แนวคิด ESG และ Sustainable Living ถูกส่งผ่านจากระดับองค์กรไปสู่บ้านและชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยได้จริง
หนึ่งในภาพสะท้อนของแนวทางดังกล่าว คือความร่วมมือระหว่างแสนสิริกับ LIXIL ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย

Sustainable Living เริ่มตั้งแต่การเลือก “คนที่เดินไปด้วยกัน”
ความน่าสนใจของความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่เพียงการนำผลิตภัณฑ์ของ American Standard เข้ามาติดตั้งในโครงการของแสนสิริ แต่คือการนำสององค์กรที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนมาทำงานร่วมกัน
แสนสิริเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกในประเทศไทยที่ประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 โดยนำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ขณะที่ LIXIL ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม “Zero Carbon and Circular Living” ซึ่งเป็นแผนงานบูรณาการที่มุ่งรับมือกับ 3 โจทย์สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำ และเศรษฐกิจหมุนเวียน

LIXIL ยังเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ทั้งจากกระบวนการทางธุรกิจและผ่านการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีน้ำ ภายใต้แบรนด์สำคัญอย่าง American Standard, GROHE และ INAX เป้าหมาย Net Zero ของ LIXIL ได้รับการรับรองจาก Science Based Targets initiative (SBTi) ขณะที่บริษัทได้รับการยอมรับจาก CDP ในด้านการบริหารจัดการประเด็น Climate Change, Water Security และการมีส่วนร่วมของซัพพลายเออร์
เมื่อมองในมิตินี้ การเลือกพันธมิตรของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จึงมีความหมายมากกว่าการจัดซื้อสินค้า เพราะเป็นการนำ “เป้าหมายด้านความยั่งยืนของห่วงโซ่ธุรกิจ” เข้ามาเชื่อมต่อกับเป้าหมายของผู้พัฒนาโครงการ
ทำไม “พันธมิตร” จึงสำคัญต่อบ้านยั่งยืน
ข้อมูลที่ LIXIL นำเสนอระบุว่า 19% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับพลังงานมาจากภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมวัสดุโดยตรง ขณะที่อีก 18% เกิดจากการใช้พลังงานภายในอาคารและที่พักอาศัย
ขณะเดียวกัน การใช้น้ำในครัวเรือนทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 6 เท่านับตั้งแต่ปี 1960 จากการเพิ่มขึ้นของประชากรและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่สามารถพิจารณาเฉพาะช่วงเวลาของการก่อสร้าง แต่ต้องมองไปถึงทรัพยากรที่ถูกใช้ตลอดอายุของอาคาร รวมถึงน้ำและพลังงานที่ผู้อยู่อาศัยต้องใช้ในทุกๆ วัน
ประเทศไทยมีโอกาสยกระดับแนวคิดการอยู่อาศัย การก่อสร้าง และปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวไปสู่มาตรฐานความยั่งยืนที่สูงขึ้นในระดับภูมิภาค สำหรับครอบครัวไทยยุคใหม่ ความสวยงามและทำเลยังคงมีความสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดอีกต่อไป
ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และองค์ประกอบภายในบ้าน ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตั้งแต่เทคโนโลยีประหยัดพลังงานและน้ำที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย การสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ดีต่อสุขภาพ ไปจนถึงวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ที่มีความทนทานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โดยเฉพาะ “ความคงทน” และ “อายุการใช้งาน” กำลังกลายเป็นอีกมิติของความยั่งยืน เพราะผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้นาน ย่อมช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนทดแทน ลดขยะ และลดความต้องการใช้ทรัพยากรใหม่
Sustainable Living ในมิตินี้จึงไม่ได้หมายถึงการเสียสละความสะดวกสบายเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการนำเทคโนโลยีและการออกแบบเข้ามาช่วยให้ คุณภาพชีวิตที่ดี การลดค่าใช้จ่าย และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้

จากวิสัยทัศน์ของพันธมิตร สู่ห้องน้ำในบ้านจริง
สิ่งที่จะทำให้แนวคิด Sustainable Living มีความหมายต่อผู้บริโภค คือการเปลี่ยนเป้าหมายระดับองค์กรให้กลายเป็นสิ่งที่ลูกบ้านสามารถใช้งานได้จริง ผลิตภัณฑ์ของ LIXIL ไม่ว่าจะเป็น สุขภัณฑ์ Compact Codie เรนชาวเวอร์ Moonshadow-h200 รวมถึง อ่างอาบน้ำ Saturn S และก๊อกผสมอ่างล้างหน้ารุ่น Codie เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและลดขยะ ควบคู่กับการช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานของอาคาร โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง
ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์สะท้อนการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้ามาเชื่อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งในด้านความคงทน อายุการใช้งาน และการเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ยั่งยืน เพื่อลดการเกิดขยะในระยะยาว
ประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อส่วนโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จาก American Standard ถือเป็นการร่วมงานกับพันธมิตรที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรมที่เข้มงวด การสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนและมั่นคง ตลอดจนความมุ่งมั่นที่จะสรรค์สร้างอนาคตที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่า เพื่อมอบความสุขในการอยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้แก่ลูกบ้านของเรา”
“การจัดซื้อ” ในบริบทของ Sustainable Living นอกจากคำนึงถึงคุณภาพ ราคา ดีไซน์ของสินค้า ที่เป็นกลไกสำคัญในการนำเป้าหมายด้าน ESG ลงสู่ห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
LIXIL นำเทคโนโลยีน้ำ เชื่อมวิสัยทัศน์สู่บ้านคนไทย
ด้าน ตระกูล ส่งพิริยะกิจ ลีดเดอร์ ลิกซิล ประเทศไทย ธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ LIXIL กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ชี้ให้เห็นโมเดลของการสร้าง Sustainable Ecosystem ที่แต่ละองค์กรนำความเชี่ยวชาญของตนเองมาประกอบกัน
Sustainable Living ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้มีความหมายแค่ตัวอาคารหรือโครงการเป็นหลัก แต่ยังขยายไปสู่การพิจารณา ห่วงโซ่คุณค่าทั้งระบบ มีการบูรณาการนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้าสู่โครงการอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายการส่งต่อคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกบ้าน และพิสูจน์ให้เห็นว่า “บ้านแห่งอนาคต” ไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างความสวยงาม คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน

