แสนสิริ ประกาศยกระดับแนวทางพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน ผ่านการจับมือกับพันธมิตรสำคัญ DOS Life ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม และจระเข้ คอร์ปอเรชั่น ผู้พัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก ร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero และสร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
ผนึกพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม
แสนสิริ ประกาศยกระดับแนวทางพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน ผ่านการจับมือกับพันธมิตรสำคัญ DOS Life ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม และจระเข้ คอร์ปอเรชั่น ผู้พัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก หวังร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero และสร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น ในช่วงที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย กำลังเผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มการลงทุนด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) และความคาดหวังของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องเร่งปรับโมเดลธุรกิจจากการพัฒนาโครงการเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า

จากบ้านสู่ระบบนิเวศแห่งการอยู่อาศัย
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของแสนสิริ คือการผลักดันแนวคิด “Sansiri Sustainable Design” ซึ่งมุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาวะของผู้อยู่อาศัย และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือกับ DOS Life ถูกออกแบบในลักษณะ Co-Creation หรือการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้อยู่อาศัย เพื่อเปลี่ยนแนวคิดเรื่องความยั่งยืนให้เป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้จริงภายในบ้าน
นวัตกรรมสำคัญที่ถูกนำมาใช้ในโครงการของแสนสิริ ได้แก่ ถังเก็บน้ำ ถังบำบัดน้ำเสีย และตู้อเนกประสงค์ DOS Portana รุ่นพิเศษที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับโครงการของแสนสิริ ภายใต้แนวคิด “Save Space to Create Space” โดยผสานฟังก์ชันจุดรับพัสดุ ตู้จดหมาย และถังแยกขยะ 4 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะอันตราย ขยะรีไซเคิล และกระดาษ ไว้ในจุดเดียว

3 แกนหลักความยั่งยืนที่แสนสิรินำมาใช้จริง
- Green Materials ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง
แสนสิริใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยพลังงานสะอาดจาก Solar Cell ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 20% ขณะเดียวกันยังเลือกใช้วัสดุ HDPE PLUS และวัสดุคอมโพสิต All New Zyca ที่มีความแข็งแรงมากกว่าไฟเบอร์กลาสทั่วไปถึง 40% ช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดการซ่อมแซมและการใช้ทรัพยากรใหม่ในระยะยาว
- Health & Well-Being ยกระดับสุขภาวะผ่านคุณภาพน้ำ
แสนสิริให้ความสำคัญกับระบบน้ำภายในบ้าน โดยเลือกใช้ถังเก็บน้ำ Food Grade 100% ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO และ FDA จากสหรัฐอเมริกา
ตัวถังสามารถป้องกันรังสี UV ได้ 100% ลดการเกิดตะไคร่น้ำ พร้อมเทคโนโลยี Silver Combac Anti-Microbial ที่ช่วยยับยั้งและกำจัดแบคทีเรียในน้ำได้สูงถึง 99.99% ลดความเสี่ยงจากโรคระบบทางเดินอาหารและโรคผิวหนังในระยะยาว
- Resource Efficiency ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า ลดค่าใช้จ่ายผู้อยู่อาศัย
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่นำมาใช้คือถังบำบัดน้ำเสีย DOS Aeliftor ซึ่งมาพร้อมระบบเติมอากาศประสิทธิภาพสูง ช่วยลดการใช้พลังงานและประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 50-70% เมื่อเทียบกับระบบบำบัดทั่วไปในตลาด
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการพัฒนาความยั่งยืนที่ไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังเชื่อมโยงกับการลดค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยของลูกบ้านโดยตรง

จระเข้-แสนสิริ เดินหน้า Green Partner ปีที่ 2
นอกเหนือจากการพัฒนาระบบภายในบ้าน แสนสิริยังขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในภาคก่อสร้าง ผ่านโครงการ Green Partner ร่วมกับจระเข้ คอร์ปอเรชั่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างไทยด้วยนวัตกรรมวัสดุที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของโครงการที่อยู่อาศัย
ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้คือ “จระเข้ ฟลอร์ แพทชิ่ง มอร์ต้า” มอร์ต้าปรับผิวหน้าชนิดบาง ซึ่งช่วยซ่อมแซมและปรับระดับพื้นคอนกรีตได้อย่างรวดเร็ว สามารถเปิดใช้งานได้ภายใน 1 วัน โดยรองรับการใช้งานของคนเดินและจักรยานภายใน 24 ชั่วโมง รถขนาดเล็กภายใน 48 ชั่วโมง และรถขนาดใหญ่ภายใน 72 ชั่วโมง
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถฉาบได้บางเพียง 2-5 มิลลิเมตรต่อรอบ ช่วยยืดอายุการใช้งานของถนนและพื้นที่ส่วนกลาง ลดการรื้อถอน ลดของเสียจากคอนกรีต และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการซ่อมแซม
พันธมิตร ESG กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของธุรกิจอสังหาฯ
วิกิจ กันฉาย ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานการค้าในประเทศ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จระเข้ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านคุณภาพและความทนทาน แต่ยังต้องช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิตจนถึงการใช้งานจริง โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์งานพื้น ซึ่งจระเข้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดของเสียจากการทุบทำลายคอนกรีต และลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น เพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาพื้นคอนกรีตได้อย่างครบถ้วน

ขณะที่ ประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อส่วนโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ มีวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ในการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 โดยการเลือกพันธมิตรและการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างจากคู่ค้าที่มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนเช่นเดียวกัน นับเป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของเรา จระเข้ ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เราไว้วางใจ เพราะแบรนด์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านวัตกรรม ความเชี่ยวชาญ และคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์สามารถเดินคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง”
สัญญาณใหม่ของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย
การจับมือกับทั้ง DOS Life และจระเข้ สะท้อนทิศทางการดำเนินธุรกิจของแสนสิริที่กำลังเปลี่ยนจากการเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่การเป็นผู้สร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน
สำหรับนักลงทุน ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG และการเตรียมความพร้อมรับกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต ขณะที่ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากต้นทุนการอยู่อาศัยที่ลดลง สุขภาวะที่ดีขึ้น และคุณภาพชีวิตที่สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และพันธมิตรด้านนวัตกรรมสีเขียวเช่นนี้ อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในยุคที่เป้าหมาย Net Zero ไม่ใช่เพียงนโยบายองค์กร แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ

