“ศ.ดร.สนิท” ชี้ต้องเร่งอนุรักษ์ก่อนสายเกินไป ความหลากหลายทางชีวภาพคือทุนชีวิตและความมั่นคงมนุษย์ เสนอเร่งพัฒนานักอนุกรมวิธานและใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ความหลากหลายทางชีวภาพ…ความมั่นคงของมนุษย์
ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ที่ปรึกษาสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และอดีตประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในประเด็น “ความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ใช่แค่เรื่องธรรมชาติ แต่คือความมั่นคงของมนุษย์” โดยย้ำว่า ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมเสนอให้บรรจุประเด็นดังกล่าวเป็นวาระสำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร สุขภาพ และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ความหลากหลายทางชีวภาพ วาระแห่งชาติในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ศ.ดร.สนิท กล่าวว่า จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งจากนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และกลุ่มเยาวชน ทุกภาคส่วนต่างเห็นตรงกันว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ควรถูกกำหนดเป็นประเด็นสำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14
“เราไม่สามารถที่จะไม่คิดถึงเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพได้ เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันรักษา” ศ.ดร.สนิท กล่าว
ประเทศไทยติดอันดับ 16 ของโลกด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แม้จะมีพื้นที่เพียงประมาณ 320 ล้านไร่ หรือราว 0.03% ของพื้นที่โลกที่มีอยู่ 148 ล้านตารางกิโลเมตร แต่กลับมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเป็นอันดับ 16 ของโลก จากทั้งหมด 195 ประเทศ
จุดแข็งของไทยที่หลายประเทศไม่มี
ประเทศไทยมีระบบนิเวศที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ได้แก่ ทะเลและแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ หญ้าทะเลและสาหร่ายทะเล ป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าพรุ ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าสน

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีฐานทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ
“ถ้าเรารู้จักใช้ความหลากหลายชีวภาพบนพื้นฐานขององค์ความรู้และความตระหนัก ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ร่ำรวยและไม่มีทางอดอยาก” ศ.ดร.สนิท กล่าว
วิกฤตที่น่ากังวล ไทยขาดนักอนุกรมวิธานรุ่นใหม่
แม้ประเทศไทยจะมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ แต่ความก้าวหน้าด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญ
หนึ่งในปัญหาหลักคือการขาดแคลน นักอนุกรมวิธาน (Taxonomist) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจำแนกชนิดพันธุ์พืช สัตว์ และจุลินทรีย์
ศ.ดร.สนิท ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนักอนุกรมวิธานเหลืออยู่น้อยมาก ทั้งในภาคป่าไม้ ประมง และด้านจุลชีววิทยา จึงอยากเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพในอนาคต

Nature-Based Solution แนวทางแก้ปัญหาที่ธรรมชาติสอนเรา
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือแนวคิด Nature-Based Solution (NbS) หรือการแก้ปัญหาบนฐานของธรรมชาติ
ศ.ดร.สนิท มองว่า ธรรมชาติมีระบบสมดุลในตัวเอง ทั้งดิน น้ำ ป่า และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ต่างพึ่งพาอาศัยกันโดยไม่เบียดเบียนกัน
“ธรรมชาติมันรู้หมดว่าจะอยู่ด้วยกันอย่างไรให้สมดุล แต่ธรรมชาติพูดไม่ได้ หน้าที่ของเราคือศึกษาและเรียนรู้จากธรรมชาติ แล้วนำมาปรับใช้กับการดำรงชีวิต”
แนวคิดดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจในระดับโลก ทั้งในด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว
ความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจ
ศ.ดร.สนิท ระบุว่า ความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้สร้างเพียงความสมดุลทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและความมั่นคงของมนุษย์ในหลายมิติ
1. ความมั่นคงทางอาหาร
ประเทศไทยมีศักยภาพสูงทั้งในภาคเกษตรกรรม ประมง ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้
ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่ ฟาร์มหอยนางรมที่กระแดะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ฟาร์มหอยแครงในอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เชื่อมต่อถึงจังหวัดชุมพร และ การเกิดขึ้นของ “ธนาคารปู” และ “ธนาคารปลา” ในหลายชุมชนชายฝั่ง
2. สุขภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพร
ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศนำสมุนไพรและภูมิปัญญาพื้นบ้านมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม ซึ่งมีศักยภาพสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
3. อาชีพและรายได้
ความหลากหลายทางชีวภาพเปิดโอกาสในการสร้างอาชีพใหม่ ทั้งการเกษตรสมัยใหม่ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ซึ่งหลายกรณีสร้างรายได้สูงกว่างานประจำแบบดั้งเดิม
4. การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศ พึ่งพาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก โดยเฉพาะ อุทยานแห่งชาติทางทะเล ป่าชายเลน แนวปะการัง ชายหาด และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในภาคเหนือและภาคใต้
ศ.ดร.สนิท เตือนว่า การพัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่อาจกระทบพื้นที่ธรรมชาติสำคัญ ควรผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากทรัพยากรเหล่านี้เป็นทุนระยะยาวของประเทศ
“ธรรมชาติลงโทษ” เมื่อมนุษย์ทำลายระบบนิเวศ
อีกหนึ่งประโยคที่สร้างความสนใจจากเวทีเสวนาคือคำเตือนเรื่องผลกระทบจากการทำลายสิ่งแวดล้อม
ศ.ดร.สนิท อธิบายว่า ระบบนิเวศทุกส่วนเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ชีวิต หากมนุษย์ทำลายป่าชายเลน ปะการัง หรือพื้นที่ธรรมชาติสำคัญ ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในระบบ
“ธรรมชาติจะมาลงโทษเรา ซึ่งเราก็เห็นอยู่แล้วในวันนี้”
ความหลากหลายทางชีวภาพ คือสินทรัพย์และทุนชีวิตของคนไทย
ในช่วงท้ายของการบรรยาย ศ.ดร.สนิท ฝากข้อคิดว่า ความหลากหลายทางชีวภาพคือ “สินทรัพย์” และ “ทุนชีวิต” ที่มีคุณค่าต่อมนุษย์อย่างมหาศาล
การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ของคนรุ่นปัจจุบัน แต่ยังเป็นความรับผิดชอบต่อคนรุ่นต่อไป
“ถ้าเราไม่เก็บรักษาไว้ ลูกหลานเราจะลำบาก เพราะฉะนั้นเราควรใช้ทรัพยากรความหลากหลายชีวภาพอย่างมีคุณค่าและอย่างยั่งยืน”

