Chery เติมเต็ม ESG จากเรื่องสิ่งแวดล้อมและรถพลังงานใหม่ ไปสู่การสร้างคุณค่าทางสังคมและการรับมือภัยพิบัติ ใช้ธุรกิจ เทคโนโลยี และทรัพยากรขององค์กรเข้าไปตอบโจทย์สังคม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และล่าสุดการสนับสนุน K9 USAR Thailand
การขับเคลื่อน ESG ของ Chery กำลังขยายจากเรื่องเทคโนโลยีรถพลังงานใหม่และการลดคาร์บอน ไปสู่โจทย์ด้านสังคมและการรับมือภัยพิบัติ โดย Chery ระบุว่าได้บูรณาการ ESG เข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินงานขององค์กร พร้อมเดินหน้ากิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และการบรรเทาภัยพิบัติ ขณะที่ประเทศไทยเป็นอีกพื้นที่ที่แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาสู่การลงมือทำ ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และล่าสุดการนำ Chery V23 สนับสนุนภารกิจ K9 USAR Thailand
Chery V23 x K9 USAR เมื่อเทคโนโลยียานยนต์เข้ามาอยู่ในระบบกู้ภัย
ล่าสุด Chery Thailand เดินหน้าต่อยอดแนวคิดดังกล่าวผ่านโครงการ “BEHIND EVERY LIFE THEY SAVE – Chery V23 ใส่ใจทุกชีวิต พร้อมเคียงข้างทุกภารกิจ” ด้วยการส่งมอบ Chery V23 ให้ K9 USAR Thailand หรือองค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ
โจทย์ของกิจกรรมครั้งนี้ คือการนำทรัพยากรและเทคโนโลยีของธุรกิจยานยนต์เข้าไปสนับสนุน “ความพร้อม” ของทีมที่ทำงานด้านค้นหาและกู้ภัย

จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี และไอคาร์ ประเทศไทย ระบุว่า รถถูกนำไปสนับสนุนทั้งการเดินทาง การฝึกซ้อม การขนอุปกรณ์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่และสุนัข K9 ก่อนออกปฏิบัติภารกิจจริง
หนึ่งในฟังก์ชันที่บริษัทระบุว่าเกี่ยวข้องกับการใช้งานของทีม K9 คือระบบระบายอากาศอัตโนมัติสำหรับสัตว์เลี้ยงภายในรถ ซึ่งถูกนำเสนอในฐานะฟังก์ชันที่ช่วยดูแลสภาพแวดล้อมสำหรับสุนัขระหว่างการเดินทาง
บริษัทได้พูดคุยกับทีม K9 USAR Thailand เพื่อทำความเข้าใจเบื้องหลังการทำงาน และพบว่าทีมต้องรับมือกับสภาพอากาศและอุณหภูมิสูง ขณะที่ทั้งเจ้าหน้าที่และสุนัข K9 ต้องรักษาความพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
“ทุกนาทีมีความหมาย”
จากมุมนี้ Chery V23 จึงถูกวางบทบาทเป็น “พาหนะสนับสนุนภารกิจ” มากกว่าการสื่อสารในฐานะรถยนต์รุ่นหนึ่งของบริษัท

K9 USAR กับโจทย์ความพร้อมในภารกิจภัยพิบัติ
สุทธิเกียรติ โสภณิก ผู้อำนวยการองค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ (K9 USAR Thailand) และประธานมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESF) ระบุว่า K9 USAR Thailand เป็นส่วนหนึ่งของทีมประเทศไทย THA-01 ซึ่งเป็นทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง หรือ Urban Search and Rescue (USAR) และผ่านการรับรองตามมาตรฐาน United Nations INSARAG
ภารกิจของทีมครอบคลุมสถานการณ์ เช่น อาคารพังถล่ม ดินและโคลนถล่ม รวมถึงพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงและความปลอดภัย
รถ Chery V23 ที่ส่งมอบครั้งนี้ ยังได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์อัปเกรดจาก IRONMAN 4×4 ได้แก่ Roof Rack และชุด Suspension เพื่อเสริมความพร้อมด้านการเดินทางและการขนอุปกรณ์สำหรับการฝึกซ้อมและปฏิบัติภารกิจ
ESG ของ Chery ไม่ได้หยุดอยู่ที่เรื่องรถไฟฟ้า
รายงานข่าวจาก Chery พูดถึง ESG ครอบคลุมมากกว่าการพัฒนารถยนต์พลังงานใหม่ โดยบริษัทระบุว่าได้ผนวก ESG เข้าไปในกลยุทธ์การพัฒนาและการดำเนินงาน พร้อมกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านความยั่งยืนภายในองค์กร

ในมิติสิ่งแวดล้อม Chery มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยตั้งเป้า Net Zero สำหรับการดำเนินงานของบริษัทภายในปี 2037 และครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2047 ขณะที่ปี 2025 บริษัทระบุว่าลงทุนประมาณ 4.6 พันล้านหยวนในงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสะอาด และตั้งเป้าการลงทุนในปี 2026 ไม่น้อยกว่า 8 พันล้านหยวน
ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม Chery ณ สิ้นปี 2025 กำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ที่เชื่อมต่อกับระบบสะสมอยู่ที่ 281.92 MW และพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งหมุนเวียนคิดเป็นประมาณ 52.77% ของไฟฟ้าที่ใช้ในฐานการผลิตรถยนต์ของบริษัท นอกจากนี้ยังมีระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ผ่านจุดรับคืนที่ศูนย์บริการ Chery 4S จำนวน 618 แห่งในจีน
ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทวาง “Social Responsibility” เป็นส่วนหนึ่งของ ESG เช่นกัน โดย Chery ระบุว่าการดำเนินงานเพื่อสังคมครอบคลุมการพัฒนาเด็ก การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ

จาก ESG ระดับโลก สู่การรับมือภัยพิบัติในประเทศไทย
ภาพของ Social Pillar เริ่มเห็นได้ชัดจากการดำเนินงานของ Chery ในประเทศไทย เดือนมกราคม 2569 Chery Thailand และ OMODA & JAECOO ได้บริจาคเงิน 1 ล้านบาทผ่านสภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
นอกจากเงินบริจาค บริษัทระบุว่าได้ให้ความช่วยเหลือพนักงานผู้จำหน่าย Chery ในจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมอบเงินช่วยเหลือรวม 120,000 บาท และร่วมลงพื้นที่มอบเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พัดลมและหม้อหุงข้าว รวมมูลค่า 300,000 บาท เพื่อช่วยการฟื้นฟูบ้านเรือนของผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
กรณีดังกล่าวทำให้มิติ Social ของ ESG มีภาพที่ชัดขึ้น เพราะไม่ได้จำกัดอยู่ที่กิจกรรมเพื่อชุมชนในภาวะปกติ แต่ครอบคลุมการช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ และความสามารถในการฟื้นตัวของผู้คน

“CSR Activity” สู่คำถามสำคัญว่า ESG สร้างผลกระทบได้แค่ไหน
สิ่งที่น่าสนใจของกรณี Chery คือการนำกิจกรรมหลายรูปแบบมาอยู่ภายใต้แนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคม ตั้งแต่การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การสนับสนุนชุมชน ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีและทรัพยากรของธุรกิจเข้าไปสนับสนุนทีมกู้ภัย
ในระดับโลก Chery มีการดำเนินงานด้านภัยพิบัติ การศึกษา และสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัท Chery มีเงินบริจาคเพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์มากกว่า 62 ล้านหยวนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีความร่วมมือกับ UNICEF และ IUCN ในประเด็นการศึกษาและการอนุรักษ์ธรรมชาติ
สำหรับประเทศไทย กรณี K9 USAR และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจึงเป็นภาพอีกด้านของ ESG ที่เชื่อมธุรกิจยานยนต์เข้ากับ “ความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวจากวิกฤต” ของสังคม
เมื่อ ESG ของ Chery ถูกวางไว้ทั้งบนเส้นทาง Net Zero และการสร้าง Social Impact ภารกิจ K9 USAR จึงเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าจับตาว่า “เทคโนโลยีจากภาคธุรกิจ” จะถูกเปลี่ยนให้เป็น “คุณค่าต่อสังคม” ได้มากเพียงใด




