กรุงเทพมหานครจับมือ SCGC ยกระดับการจัดการขยะสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน นำแพลตฟอร์มดิจิทัล เทคโนโลยีรีไซเคิล และ E-NOSE ผสาน AI ตรวจจับกลิ่นขยะแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง
กรุงเทพมหานคร เดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ด้วยการผนึกกำลังกับ SCGC ผลักดันนโยบาย “กรุงเทพฯ เมืองเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy City)” มุ่งเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรผ่านนวัตกรรมรีไซเคิล เทคโนโลยีดิจิทัล และระบบติดตามข้อมูลอัจฉริยะ พร้อมเตรียมนำเทคโนโลยี E-NOSE หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ผสานระบบ AI ตรวจจับและเฝ้าระวังกลิ่นจากศูนย์กำจัดมูลฝอยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและผลักดันกรุงเทพฯ สู่เมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

พรพรหม ณ สงขลา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจาก SCGC พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียน ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)
ยกระดับการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง สู่เมืองเศรษฐกิจหมุนเวียน
การหารือครั้งนี้มุ่งขยายผลการจัดการขยะตั้งแต่แหล่งกำเนิด ควบคู่กับการเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า ภายใต้แนวคิด Circular Economy ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ
แนวทางสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมผลักดัน ประกอบด้วย
- ขยายการคัดแยกขยะในชุมชน คอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร และอาคารพาณิชย์
- พัฒนาระบบคัดแยกพลาสติกแข็งและพลาสติกมูลค่าต่ำในศูนย์กำจัดมูลฝอย เช่น หนองแขม และอ่อนนุช
- นำแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Wake Up Waste มาใช้บริหารจัดการขยะแบบครบวงจร พร้อมระบบ Track & Trace เพื่อติดตามเส้นทางขยะ
- ยกระดับเครือข่ายซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเป็นทางการ
- นำนวัตกรรมเครื่องบีบอัดขยะอัจฉริยะมาช่วยลดพื้นที่จัดเก็บขยะ

SCGC นำเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง เปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูง
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความร่วมมือ คือการนำเทคโนโลยีรีไซเคิลของ SCGC มาเพิ่มมูลค่าให้กับขยะพลาสติก
ประกอบด้วย
- Mechanical Recycling หรือการรีไซเคิลทางกล
- Advanced Recycling หรือการรีไซเคิลขั้นสูง
เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้กลับมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง สามารถนำกลับไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม
ดัน BMA Circular Procurement ใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลในหน่วยงาน กทม.
กรุงเทพมหานครยังเตรียมผลักดันนโยบาย BMA Circular Procurement หรือการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว โดยส่งเสริมการนำพลาสติกรีไซเคิลกลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้งานจริงภายในกรุงเทพมหานคร เช่น
- ม้านั่งสวนสาธารณะ
- ถังขยะ
- ป้ายรถเมล์
- เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน

นอกจากนี้ ยังมีแผนนำนวัตกรรมบริหารจัดการขยะไปใช้ในกิจกรรมขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานคร อาทิ เทศกาลลอยกระทง งานกาชาด และเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะตกค้างและเพิ่มการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุด
กทม. เตรียมติดตั้ง E-NOSE ผสาน AI ตรวจจับกลิ่นขยะแบบเรียลไทม์
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญ คือการนำเทคโนโลยี Electronic Nose (E-NOSE) หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์ มาทำงานร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อตรวจจับ วิเคราะห์ และเฝ้าระวังกลิ่นรบกวนจากศูนย์กำจัดมูลฝอยตลอด 24 ชั่วโมง
กรุงเทพมหานครเตรียมติดตั้งระบบดังกล่าวในศูนย์กำจัดมูลฝอย 3 แห่ง ได้แก่
- ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช
- ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม
- ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม

ข้อมูลจากทั้งสามศูนย์จะถูกเชื่อมโยงเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง และเผยแพร่ผ่าน Greener Bangkok เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลการตรวจวัดกลิ่นได้ทั้งแบบ Real-time และค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 24 ชั่วโมง พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ หากตรวจพบระดับกลิ่นที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
E-NOSE ทำงานอย่างไร
Electronic Nose หรือ E-NOSE เป็นอุปกรณ์ตรวจจับและวิเคราะห์กลิ่นที่จำลองการทำงานของระบบรับกลิ่นของมนุษย์ โดยใช้ชุดเซนเซอร์ตรวจจับโมเลกุลของกลิ่นในอากาศ ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ AI เพื่อประมวลผลและแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล ทำให้สามารถวัดระดับความเข้มข้นของกลิ่นได้อย่างแม่นยำ เป็นมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ และช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างรวดเร็ว
การนำ E-NOSE มาใช้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกรุงเทพมหานครในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางกลิ่นอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับระบบบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมของเมือง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชน และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

