รัฐบาลผลักดันพลังงานสะอาด เปิดโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” รอบใหม่ ชวนเจ้าของบ้านติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดค่าไฟในครัวเรือน พร้อมสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 10 ปี รับสมัครผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทเป็น “Prosumer” หรือผู้ที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบได้ จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือน เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศ
การเปิดรับสมัครครั้งนี้เป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่เห็นชอบให้ดำเนินโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาภาคประชาชน โดยกำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้ารวมทั่วประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในรูปแบบ Net Billing อัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 10 ปี และจำกัดปริมาณเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้อย่างทั่วถึง (Policy Watch)
สมัครได้แล้วผ่านระบบออนไลน์
ผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถยื่นคำขอผ่านระบบ My Energy ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าในจังหวัดอื่นสามารถสมัครผ่านระบบ PPIM ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยระบบได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้สมัคร เอกสารประกอบ และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการไว้อย่างครบถ้วน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งหมด (PEA)
ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการประกอบด้วย การยื่นคำขอ ตรวจสอบคุณสมบัติ การพิจารณาอนุมัติ การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า การติดตั้งและตรวจสอบระบบ รวมถึงการเชื่อมต่อเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัย ก่อนเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบ
สำหรับโครงการในปี 2569 จะใช้หลักการ First Come, First Served หรือ “สมัครก่อน มีสิทธิ์ก่อน” จนกว่าจะครบเป้าหมายรับซื้อ 500 เมกะวัตต์ และผู้ได้รับสิทธิ์ต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ภายในปี 2570 ตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงแนะนำให้ผู้ที่สนใจเตรียมเอกสารและดำเนินการยื่นคำขอโดยเร็ว (Policy Watch)
ลดค่าไฟ พร้อมสร้างรายได้ระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมองว่า การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปช่วยให้ครัวเรือนสามารถลดการใช้ไฟฟ้าจากระบบในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้ไฟสูง โดยหากผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าการใช้งาน ก็สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้า สร้างรายได้เพิ่มเติมจากสินทรัพย์ที่ติดตั้งไว้บนหลังคาบ้าน ขณะเดียวกันยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศไทยในระยะยาว
รัฐบาลยังได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บูรณาการการให้บริการในรูปแบบ One Stop Service เพื่อลดขั้นตอนการขออนุญาตและการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า พร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายยิ่งขึ้น (Thai Government)
โครงการโซลาร์ภาคประชาชนถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนของประเทศ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าสะอาด ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกิน และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

