ทีทีบี ยกระดับบทบาท Strategic Partner เคียงข้างภาคธุรกิจไทย รับมือกติกาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ชูกลยุทธ์ 4 มิติ “Assess–Analyze–Prevent–Provide” พร้อมขยายโซลูชันจากธุรกิจโรงแรมสู่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ตลอด Ecosystem เผยปล่อย Green and Blue Loans กว่า 100,000 ล้านบาท และ Sustainability-linked Loan มากกว่า 5,000 ล้านบาท
แรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม กำลังเปลี่ยนจาก “ความเสี่ยงในอนาคต” สู่โจทย์ทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการต้องรับมือ โดยเฉพาะธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ซึ่งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขัน
ทีทีบี (ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)) จึงเดินหน้าสนับสนุนภาคธุรกิจไทยเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการทางการเงินสู่การเป็น พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ หรือ Strategic Partner ที่พร้อมเดินเคียงข้างลูกค้าตลอดเส้นทางการเปลี่ยนผ่าน (Transition)
แนวทางดังกล่าวมุ่งผลักดันให้เกิดการลงมือทำจริง ผ่านโซลูชันทางการเงินและองค์ความรู้ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ โดยทีทีบีเตรียมต่อยอดความสำเร็จจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมไปสู่ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) รวมถึงพันธมิตรตลอด Ecosystem ที่เกี่ยวข้อง
จาก “สินเชื่อ” สู่ Strategic Partner ช่วยธุรกิจวางเส้นทาง Transition
ในยุคที่ประเด็นความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่เฟสของการ “ลงมือทำ” ความต้องการของภาคธุรกิจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินเชื่อหรือโซลูชันทางการเงินสำเร็จรูปอีกต่อไป แต่ต้องการสถาบันการเงินที่เข้าใจบริบทและความท้าทายของแต่ละอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
ทีทีบี นำความเข้าใจเชิงลึกในแต่ละอุตสาหกรรมมาพัฒนาโซลูชันทางการเงิน และองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนที่ตอบโจทย์เฉพาะทาง เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างผลลัพธ์ด้านการลดคาร์บอนไปพร้อมกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

กมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีทีบี กล่าวว่า ทีทีบีเดินหน้าส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านแนวทาง การเงินที่ยั่งยืน (Sustainable Finance) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ความเสี่ยง การป้องกันผลกระทบในอนาคต ไปจนถึงการสนับสนุนโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านของลูกค้าในระยะยาว
สำหรับปี 2569 ทีทีบี สนับสนุนลูกค้าธุรกิจไทยให้สามารถปรับตัวและรับมือกับกฎระเบียบและมาตรการสิ่งแวดล้อมระดับโลก รวมถึงพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ตลอดจน Thailand Taxonomy ด้วยกลยุทธ์บริหารจัดการความเสี่ยงและโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุม เพื่อช่วยขับเคลื่อนภาคธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
เปิด 4 กลยุทธ์ Sustainable Finance รับมือความเสี่ยง Climate Change
จากการประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศควบคู่กับการวิเคราะห์ทิศทางอุตสาหกรรม ทีทีบีได้จัดกลุ่มและวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจของลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมวางกลยุทธ์สนับสนุนทางการเงินเพื่อความยั่งยืนครอบคลุม 4 มิติสำคัญ
1. Assess – ประเมินความเสี่ยง
ทีทีบีประเมินผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่ด้านสภาพภูมิอากาศที่มีต่อลูกค้าในพอร์ต โดยมุ่งวิเคราะห์จุดที่เกิดผลกระทบจริงในระดับรายอุตสาหกรรม ทำให้ธนาคารสามารถจัดสรรทรัพยากรไปยังจุดที่มีความสำคัญสูง พร้อมช่วยให้ลูกค้าเข้าใจความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
2. Analyze – วิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงลึก
ธนาคารวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านธุรกิจของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงและกำหนดแนวทางการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม ครอบคลุมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก Climate Change ในระดับที่แตกต่างกัน
แนวทางดังกล่าวช่วยให้ทีทีบีสามารถออกแบบคำแนะนำและโซลูชันให้สอดคล้องกับบริบทธุรกิจของลูกค้าแต่ละราย เพราะแม้อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ลูกค้าแต่ละรายอาจได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน มีความต้องการด้านการเปลี่ยนผ่านแตกต่างกัน ต้องการพันธมิตรเข้ามาช่วยในแต่ละกระบวนการต่างกัน และอาจมีกระบวนการลดคาร์บอนที่ไม่เหมือนกัน
3. Prevent – ป้องกันและเตรียมธุรกิจให้พร้อม
ทีทีบีมุ่งสร้างความพร้อมให้ภาคธุรกิจผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นผ่านโซลูชันเพื่อการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรก
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการช่วยแก้ความท้าทายทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน เช่น การประเมินและคำนวณ Carbon Footprint เพื่อให้ลูกค้าทราบสถานะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง ก่อนนำข้อมูลไปวางแผนลดการปล่อยอย่างจริงจัง ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อค้นหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม
4. Provide – ส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์
ทีทีบีพัฒนาโซลูชันที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ Sustainability-linked Loan หรือสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งออกแบบสำหรับอุตสาหกรรมโรงแรมโดยเฉพาะ และในปีนี้ได้ขยายไปสู่อุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) รวมถึงซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง
Green and Blue Loans ทะลุ 100,000 ล้านบาท
ปัจจุบันทีทีบีปล่อย สินเชื่อสีเขียวและสีฟ้า (Green and Blue Loans) มากกว่า 100,000 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability-linked Loan มีมากกว่า 5,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีโซลูชันทางการเงินและโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Green Loan and Sustainability Linked-loan for Hotel, Solar Rooftop Solution และโครงการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
โซลูชันเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับทั้งการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดต้นทุนทางธุรกิจ และการยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนขององค์กร
เปลี่ยนวิธีวัดความสำเร็จ จาก “ปล่อยสินเชื่อเท่าไร” สู่ Effective Impact
อีกหนึ่งก้าวสำคัญของทีทีบีในการขับเคลื่อนการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม คือการยกระดับวิธีวัดความสำเร็จ จากเดิมที่ตลาดมักให้ความสำคัญกับตัวเลขเชิงปริมาณ เช่น ยอดการปล่อยสินเชื่อสีเขียว หรือจำนวนครั้งในการออกหุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อม ไปสู่การประเมิน “ความคุ้มค่าและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง” หรือ Effective Impact
ทีทีบี นำปัจจัยด้านผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาคำนวณร่วมกับกลยุทธ์พอร์ตสินเชื่อ พร้อมวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบด้าน เพื่อทำให้เห็นภาพรวมของพอร์ตได้ชัดเจนขึ้น และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านการดำเนินธุรกิจไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมายมากที่สุด
กมลพันธ์ กล่าวว่า ทีทีบีให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับลูกค้าในแต่ละภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ตอบรับความท้าทายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งพันธกิจสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสร้าง Make REAL Change เปลี่ยนเศรษฐกิจไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

