เจาะกลยุทธ์ ESG ของเดลต้า ประเทศไทย จากนวัตกรรมพลังงาน การพัฒนาคน และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สู่การติด S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่อง 11 ปี
ESG ไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นกลยุทธ์สร้างการเติบโตระยะยาว
ในวันที่ภาคธุรกิจทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความคาดหวังของนักลงทุน และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น องค์กรชั้นนำจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อ ESG จาก “ภาระต้นทุน” ไปสู่ “กลยุทธ์สร้างการเติบโต”
หนึ่งในองค์กรที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวได้อย่างชัดเจนคือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ที่นำแนวคิดความยั่งยืนมาผสานเข้ากับการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ จนได้รับการยอมรับจากเวทีระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์ความยั่งยืนของเดลต้า สร้างคุณค่าควบคู่การเติบโตทางธุรกิจ
สิ่งที่ทำให้เดลต้ามีความโดดเด่น ไม่ใช่เพียงการกำหนดเป้าหมาย ESG แต่คือการเปลี่ยนเป้าหมายดังกล่าวให้เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงและวัดผลได้
- ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมสีเขียว
หัวใจสำคัญของเดลต้าคือการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการจัดการพลังงานและโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของโลก
การลงทุนในนวัตกรรมดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในตลาดที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและประสิทธิภาพการใช้พลังงานมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ลงทุนพัฒนาคน เพื่อสร้างความสามารถแข่งขันระยะยาว
ในมิติด้านสังคม เดลต้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

บริษัทได้ขยายเครือข่ายห้องปฏิบัติการพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมให้กับคนรุ่นใหม่ รองรับความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
- อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือการดำเนินโครงการฟื้นฟูแนวปะการังและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล ผ่านมูลนิธิเดลต้า อีเลคโทรนิคส์
โครงการดังกล่าวสะท้อนแนวคิดที่มองว่าความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในโรงงานหรือกระบวนการผลิต แต่ครอบคลุมถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว
ยกระดับ ESG จากนโยบายสู่ผลลัพธ์ที่วัดได้
เดลต้ามุ่งเน้นการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้ากับการบริหารจัดการองค์กร การกำกับดูแลกิจการ และการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ สอดคล้องกับความคาดหวังของนักลงทุนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการประกาศนโยบายเพียงอย่างเดียว
ผลจากการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เดลต้า ประเทศไทย ได้รับคัดเลือกเข้าสู่ทำเนียบ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ในฐานะ Sustainability Yearbook Member ของกลุ่มอุตสาหกรรม “ชิ้นส่วนอุปกรณ์ เครื่องมือและส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์”
นับเป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2559 ที่บริษัทได้รับการจัดอันดับอยู่ในรายงานดังกล่าว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดัชนีอ้างอิงด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
การคัดเลือกอ้างอิงผลการประเมินความยั่งยืนองค์กรประจำปี 2568 หรือ Corporate Sustainability Assessment (CSA) ของ S&P Global ซึ่งใช้ประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานด้าน ESG ขององค์กรในแต่ละอุตสาหกรรม
ผ่านการคัดเลือกจากกว่า 9,200 บริษัททั่วโลก
สำหรับ Sustainability Yearbook 2026 นั้น S&P Global ได้ประเมินบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 9,200 แห่งทั่วโลก ผ่านกระบวนการ CSA ก่อนคัดเลือกเหลือเพียง 848 บริษัท จาก 59 อุตสาหกรรมเข้าสู่ทำเนียบ
การที่เดลต้า ประเทศไทย สามารถรักษาสถานะในรายงานดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 จึงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ ESG และความสามารถในการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลอย่างต่อเนื่อง
โดยทีมพัฒนาความยั่งยืนของเดลต้า ประเทศไทย ได้เข้าร่วมพิธีประกาศเกียรติคุณในงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 Distinction Ceremony เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท
ก้าวต่อไปสร้างการเติบโตที่ตอบโจทย์โลกอนาคต
ท่ามกลางกระแสการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้นทั่วโลก เดลต้า ประเทศไทย ยังคงเดินหน้ายกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว การสร้างบุคลากรคุณภาพ และการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ
ความสำเร็จจากการติดอันดับ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 เป็นหลักฐานที่สะท้อนว่ากลยุทธ์ความยั่งยืนสามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาวได้อย่างแท้จริง

