ไทยเดินหน้าสู่ COP31 เร่งแผน NDC 3.0 และ Net Zero 2050 รับกติกาเศรษฐกิจคาร์บอนโลก เปิดโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจและนักลงทุน เตรียมพร้อมวันนี้ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย
ประเทศไทยกำลังเร่งยกระดับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก่อนเข้าสู่การประชุม COP31 ที่จะจัดขึ้น ณ เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี ระหว่างวันที่ 9 ถึง 20 พฤศจิกายน 2026 โดยเตรียมผลักดันแผน NDC 3.0 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40-47% พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ขณะที่ภาครัฐชี้ความท้าทายสำคัญไม่ใช่เพียงการลดคาร์บอน แต่คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยภายใต้กติกาเศรษฐกิจสีเขียวโลก

ปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวระหว่างการบรรยายหัวข้อ “จาก COP30 สู่ COP31 : ประเด็นที่ไทยต้องจับตาเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน” ในงานสัมมนาวิชาการ “33 ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)” ว่า วิกฤตสิ่งแวดล้อมโลกในปัจจุบันประกอบด้วย 3 วิกฤตหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) และปัญหามลพิษ (Pollution) ล้วนเชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อกันในทุกมิติ

Climate Change ความเสี่ยงใหญ่ที่กำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก
ปวิช กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกแม้เพียง 0.5-1 องศาเซลเซียส ล้วนส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหาร
ข้อมูลจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระบุว่า ระดับอุณหภูมิ 1.5 องศาเซลเซียสถือเป็น “Magic Number” ที่ช่วยหลีกเลี่ยงจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญ (Tipping Point) ของโลก ขณะที่หากไม่มีมาตรการเพิ่มเติม โอกาสที่อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 3 องศาเซลเซียสยังคงสูงถึง 80%
“ทุกอย่างถ้าเราไม่ทำอะไรเลย หรือทำแบบที่เราทำอยู่ ณ ปัจจุบัน การที่จะไปถึง 3 องศาสูงถึง 80%”ปวิชกล่าว

ไทยส่ง NDC 3.0 ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 40-47%
หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญก่อนการประชุม COP31 คือการที่ประเทศไทยเตรียมใช้เป้าหมาย NDC 3.0 ในช่วงปี 2031-2035 โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40-47% แม้ว่าประเทศไทยจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นไม่ถึง 1% ของปริมาณการปล่อยทั่วโลก แต่รัฐบาลมองว่าเป็นการแสดงบทบาทเชิงรุกในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
ปวิช ระบุว่า เป้าหมายดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานของศักยภาพภายในประเทศ ควบคู่กับการสนับสนุนจากต่างประเทศ ทั้งด้านเงินทุน เทคโนโลยี และการเสริมสร้างขีดความสามารถ
“เป็นความพยายามอย่างยิ่งยวด หรือ High Ambition ของประเทศไทย ที่ต้องการปรับตัวเองให้เป็นตัวอย่างแก่ทั่วโลก”

เร่งสู่ Net Zero 2050 เร็วขึ้นจากเป้าหมายเดิม
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกจับตา คือการที่ไทยปรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้เร็วขึ้น จากเดิมที่ประเทศไทยตั้งเป้า Net Zero ในปี 2065 ปัจจุบันได้ขยับเป้าหมายมาเป็นปี 2050 เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของหลายประเทศในอาเซียนและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
การเดินหน้าสู่ Net Zero จะอาศัยการจัดทำ Decarbonization Pathway หรือเส้นทางลดคาร์บอนของแต่ละภาคเศรษฐกิจ รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

COP31 จับตาประเด็นเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล-เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน
สำหรับการประชุม COP31 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองสำหรับการประชุม COP31 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองอันดัลยา ประเทศตุรกี โดยมีออสเตรเลียทำหน้าที่ประธานการเจรจา ประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นหารือ ได้แก่
1. การทยอยยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (Phase Out Fossil Fuel) – หลายประเทศกำลังผลักดันให้การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นวาระสำคัญของโลก เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
2. การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) – การเร่งลงทุนด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวจะกลายเป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

3. การสร้างภูมิคุ้มกันต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) – ประเทศต่าง ๆ จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพการรับมือภัยพิบัติ การเตือนภัยล่วงหน้า และการลงทุนด้านการปรับตัว
4. ความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Justice) – การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เด็ก สตรี และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะเป็นอีกประเด็นสำคัญบนโต๊ะเจรจา
กติกาเศรษฐกิจคาร์บอนโลก กดดันผู้ส่งออกไทย
ปวิช ย้ำว่า การลดก๊าซเรือนกระจกไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างสำคัญคือมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป ที่กำหนดให้ผู้ส่งออกต้องเปิดเผยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้า และอาจต้องซื้อใบรับรองคาร์บอนเพิ่มเติม

“แรงกดดันจากภายนอก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัว”
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ในห่วงโซ่อุปทาน จำเป็นต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
เงินทุนสีเขียวและคาร์บอนเครดิต กลไกสำคัญสู่เศรษฐกิจใหม่
ภายหลังการประชุม COP30 ประเด็นด้าน Climate Finance หรือการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ ยังคงเป็นหัวข้อสำคัญ โดยมีการพูดถึงเป้าหมายการระดมเงินทุนระดับ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การถอนตัวของสหรัฐอเมริกาจากความตกลงปารีสส่งผลให้แหล่งเงินทุนบางส่วนมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทำให้บทบาทของภาคเอกชนมีความสำคัญเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน กลไกคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักความโปร่งใส การตรวจสอบย้อนกลับ และการป้องกันปัญหา Greenwashing
ไทยเตรียมกฎหมาย Climate Change หนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ประเทศไทยอยู่ระหว่างผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าภายใน 2-3 เดือนข้างหน้าจะแล้วเสร็จในส่วนของการปรับปรุงถ้อยคำทางกฎหมาย และมีเป้าหมายให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ภายในไตรมาส 2 ของปีหน้า
กฎหมายฉบับนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนสีเขียว การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสร้างระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว

โอกาสใหม่ของธุรกิจไทยในยุค Net Zero
รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่ได้เป็นเพียงภาระต้นทุน แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจผ่านการเกิดขึ้นของ Green Jobs เทคโนโลยีสะอาด และอุตสาหกรรมใหม่
เทคโนโลยีที่ถูกจับตามอง ได้แก่ Carbon Capture and Storage (CCS) และ Small Modular Reactor (SMR) ซึ่งแม้ปัจจุบันยังมีต้นทุนสูง แต่คาดว่าจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต
“เราต้องใช้เศรษฐกิจใหม่ในการลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่ม GDP ของประเทศไปในคราวเดียวกัน”

COP31 จุดเปลี่ยนสำคัญของไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว
จาก COP30 สู่ COP31 ประเทศไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในระยะยาว ภายใต้เป้าหมาย NDC 3.0 และ Net Zero 2050
ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการลดก๊าซเรือนกระจก แต่รวมถึงการเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจ แรงงาน SMEs และห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดให้สามารถปรับตัวต่อกติกาเศรษฐกิจคาร์บอนโลกที่กำลังเข้มข้นขึ้น
ท่ามกลางแรงกดดันจาก Climate Change การประชุม COP31 จึงไม่ใช่เพียงเวทีเจรจาด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเวทีที่กำหนดอนาคตการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศในทศวรรษหน้า

