พฤกษา – TOA จับมือนำวัสดุที่ได้รับการรับรอง ฉลาก EPD ใช้ในโครงการที่อยู่อาศัย สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย สู่การแข่งขันด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง
การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่สามารถตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ตลอดวงจรชีวิต กำลังกลายเป็นปัจจัยใหม่ที่มีผลต่อการตัดสินใจของทั้งผู้พัฒนาโครงการและผู้ซื้อบ้านในระยะยาว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยแข่งขันกันในเรื่องทำเล ฟังก์ชัน และราคาเป็นหลัก แต่แนวโน้มล่าสุดกำลังขยายไปสู่การพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างพฤกษาและ TOA สะท้อนแนวคิดดังกล่าว ผ่านการนำผลิตภัณฑ์สีที่ได้รับการรับรองฉลาก EPD (Environmental Product Declaration) มาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living” หรือ “อยู่ดี…ทั้งชีวิต”
ฉลาก EPD เป็นมาตรฐานสากลที่เปิดเผยข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดวัฏจักรชีวิต ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดหลังหมดอายุการใช้งาน ทำให้ผู้พัฒนาโครงการสามารถประเมินและเปรียบเทียบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของวัสดุได้อย่างโปร่งใส

“สีทาอาคาร” กลายเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์ของตลาดบ้านยุคใหม่
แม้ว่าสีทาอาคารจะถูกมองเป็นเพียงองค์ประกอบด้านความสวยงามในอดีต แต่ปัจจุบันกลับมีบทบาทต่อคุณภาพการอยู่อาศัยมากขึ้น ทั้งในด้านการสะท้อนความร้อนและลดการใช้พลังงาน คุณภาพอากาศภายในบ้าน ความทนทานของอาคาร และการลดต้นทุนซ่อมบำรุงระยะยาว รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดอายุการใช้งาน
ธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้คือ SuperShield ซึ่งเป็นสีทาภายนอกที่ใช้เทคโนโลยีอะคริลิกแท้ 100% มีคุณสมบัติทนต่อรังสี UV ความร้อน ฝน และมลภาวะ พร้อมระบบป้องกันเชื้อราและตะไคร่น้ำ รวมถึงได้รับการรับประกันคุณภาพมากกว่า 18 ปี
การเลือกใช้วัสดุประเภทนี้จึงไม่ได้มีผลเฉพาะในช่วงก่อสร้าง แต่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานของบ้านในระยะยาว
มาตรฐาน ESG กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันใหม่
แนวโน้มการใช้วัสดุที่มีข้อมูลสิ่งแวดล้อมตรวจสอบได้ อาจผลักดันให้ผู้ประกอบการรายอื่นต้องยกระดับมาตรฐานการจัดหาวัสดุเช่นเดียวกัน
ในอดีต การใช้วัสดุก่อสร้างสีเขียวมักจำกัดอยู่ในอาคารสำนักงานหรือโครงการระดับพรีเมียม แต่ปัจจุบันเริ่มขยายเข้าสู่ตลาดที่อยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับกระแส ESG ที่กำลังมีบทบาทต่อการประเมินธุรกิจทั่วโลก

Green Building อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโครงการบ้านจัดสรร
จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลาก EPD สามารถสนับสนุนการพัฒนาอาคารสีเขียวตามมาตรฐานต่างๆ เช่น LEED, TREES
หากผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่เริ่มนำแนวทางดังกล่าวมาใช้ในวงกว้าง อาจส่งผลให้เกณฑ์การออกแบบและก่อสร้างบ้านในอนาคตเปลี่ยนไปจากเดิม
ผู้บริโภคได้ประโยชน์จากต้นทุนการอยู่อาศัยระยะยาว
แม้ว่าวัสดุที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่า แต่ในมุมผู้บริโภค ผลตอบแทนอาจอยู่ในรูปของ บ้านที่ดูแลรักษาง่ายขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ลดลง อายุการใช้งานอาคารที่ยาวนานขึ้ และคุณภาพอากาศภายในบ้านที่ดีขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อบ้านรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนควบคู่กัน
สำหรับผลิตภัณฑ์ TOA ได้รับการรับรองฉลาก EPD รวม 33 รายการ มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฉลากเขียวจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยมากกว่า 80 รายการ และได้รับการรับรองฉลากเขียวอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 25 ปี
ตั้งเป้าหมายองค์กรสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2050
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การแข่งขันด้านวัสดุก่อสร้างในอนาคตอาจไม่ได้วัดกันเพียงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึงความสามารถในการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยคาร์บอนด้วย

ธีระ กล่าวว่า บ้านที่ดีไม่ได้วัดจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นบ้านที่อยู่สบาย ดูแลง่าย และสร้างสุขภาวะที่ดีในระยะยาว พฤกษา มองว่าการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Well Home ซึ่งเชื่อมโยงทั้งคุณภาพวัสดุ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ด้านจตุภัทร์ กล่าวว่า ฉลาก EPD เป็นเครื่องยืนยันถึงความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล
TOA มองว่าการพัฒนาอาคารสีเขียวและการใช้วัสดุที่มีข้อมูลสิ่งแวดล้อมตรวจสอบได้ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในอนาคต
ความร่วมมือระหว่างพฤกษาและ TOA สะท้อนทิศทางใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาและฟังก์ชัน ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพชีวิต ความยั่งยืน และความโปร่งใสของวัสดุก่อสร้าง
หากแนวโน้มนี้ขยายตัวต่อเนื่อง วัสดุที่มีการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง EPD อาจกลายเป็นมาตรฐานพื้นฐานของโครงการที่อยู่อาศัยในอนาคต และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านมากขึ้น

