เจาะ White Space ตลาดความงาม 4 แสนล้าน! ‘Zadi & Jo’ เปิดเกมรุกส่ง ‘Complete Beauty Ecosystem’ แบรนด์ไทยรายแรกเพื่อวัย 10-20 ปี ชูแนวคิด Clean & Playful Beauty ผสานนวัตกรรมสกินแคร์ เมคอัพ และน้ำหอม Skin Scent ขับเคลื่อนด้วยส่วนผสมอัปไซเคิลเพื่อความยั่งยืน ตั้งเป้าปักหมุด EVEANDBOY กรกฎาคม 2569 นี้ ก่อนทยอยก้าวสู่การเป็นผู้นำ Teen Beauty แห่งอาเซียน
สมรภูมิอุตสาหกรรมความงามไทยที่มีมูลค่าสูงเซนติเมตรกว่า 400,000 ล้านบาท และยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 6-8% แม้ในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นักลงทุนและผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้บริโภควัยทำงานหรือตลาดผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง แต่กลับมีช่องว่างทางการตลาด (White Space) ขนาดใหญ่ที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ “ตลาดบิวตี้สำหรับกลุ่มเด็กและวัยรุ่น”
วันนี้ “Zadi & Jo” (เซดี้ แอนด์ โจ)” แบรนด์ความงามน้องใหม่สัญชาติไทยภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เจนเนอรัส ซีนิธ จำกัด โดย 3 ผู้บริหารสาว ได้ประกาศลงสนามในฐานะผู้บุกเบิกรายแรกภายใต้จุดยืน “The First Thai Beauty Brand Built Exclusively for Ages 10-20” พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการปฏิวัติแนวคิดสู่การเป็น “Complete Beauty Ecosystem” สำหรับวัยรุ่นยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

จุดเริ่มต้นจาก ‘Inside ของแม่’ สู่การทลายช่องว่างทางการตลาด
บทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ ทรงสมร ฮัทเท็ท (คุณปาล์ม) ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจและฝ่ายการเติบโตแบรนด์และธุรกิจ (Chief Growth Officer) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ เผยว่า แบรนด์นี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการเขียนแผนธุรกิจ (Business Plan) แต่เริ่มต้นจากความรัก ความห่วงใย และอินไซต์จริงในฐานะ “กลุ่มคุณแม่ 3 คน” ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมความงามระดับโลกมายาวนานกว่า 20 ปี และที่สำคัญคือทุกคนต่างมีลูกที่อยู่ในช่วงอายุ 10-20 ปี
“ลองนึกย้อนกลับไปว่า ผลิตภัณฑ์บิวตี้ชิ้นแรกในชีวิตของเราคืออะไร หลายคนอาจหยิบลิปมันหรือแป้งพับของคุณแม่หรือพี่สาวมาใช้ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อผิวในวัยนั้นจริง ๆ และในโลกยุคปัจจุบัน พฤติกรรมเด็กเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง วัยรุ่นเข้าสู่โลกความงามเร็วขึ้น ข้อมูลจากงานวิจัยในสหรัฐฯ ชี้ว่า เด็กอายุ 7-18 ปี ใช้เงินเฉลี่ยเกือบ 6,000 บาท เพื่อซื้อสกินแคร์ตามอย่างผู้ใหญ่ในโซเชียลมีเดีย ผลที่ตามมาคือ เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย (Skin Barrier) เกิดอาการแพ้และสิว เพราะใช้ส่วนผสมที่แรงเกินไป ไม่ตรงกับวัย” ทรงสมร อธิบาย

ทีมผู้ก่อตั้ง Zadi & Jo ซึ่งประกอบด้วย คุณปาล์ม ทรงสมร ฮัทเท็ท, คุณเชอรี่ (แม่เฌอ) ผู้เชี่ยวชาญด้าน PR และ KOL ที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์อย่างลึกซึ้ง และ คุณโดม-ศิริกุล ลีพัฒนพันธ์ (แม่โดม) ประธานฝ่ายนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท เจนเนอรัส ซีนิธ จำกัด จึงได้ร่วมกันคิดค้นสูตรเพื่อตอบโจทย์นี้ โดยคุณโดมย้ำเสมอว่า “ผิวของวัยรุ่นไม่ใช่ผิวของผู้ใหญ่ย่อส่วน (Downscale)” ทุกสูตรจึงต้องถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่เฉพาะทางเพื่อผิววัยเรียนเท่านั้น
กลยุทธ์ทรงพลัง “Teen Love, Parent Trust” โมเดลตอบโจทย์คนใช้งาน-มัดใจคนจ่ายเงิน
ความท้าทายที่สุดของธุรกิจในเซกเมนต์ Teen Beauty คือ “ผู้ใช้งาน (วัยรุ่น) และผู้จ่ายเงิน (ผู้ปกครอง) มักไม่ใช่คนเดียวกัน” Zadi & Jo จึงแก้ปัญหานี้ด้วยการวางกลยุทธ์สร้างสมดุลเชิงแบรนด์ดิ้ง ภายใต้แนวคิด “Teen Love, Parent Trust” * มิติของวัยรุ่น (Teen Love): แบรนด์เน้นดีไซน์ที่สดใส สีสันดึงดูด มีกลิ่นอายความ ‘คูล’ (Cool) และแฝงเรื่องราว (Emotional Storytelling) ผ่านตัวละคร Zadi (เซดี้) ตัวแทนของความสดใส น่ารัก กล้าแสดงออก และ Jo (โจ) ตัวแทนความสุขุม คูล อินโทรเวิร์ตแต่มีความมั่นใจสูง ซึ่งสะท้อน 2 บุคลิกที่มีอยู่ในตัวตนของวัยรุ่นทุกคน
มิติของผู้ปกครอง (Parent Trust): มุ่งเน้นการพัฒนาสูตรด้วยหลักวิทยาศาสตร์ที่ซีเรียสและปลอดภัยอย่างสูงสุด ตัดสารเคมีที่ไม่จำเป็นและอาจระคายเคืองออก เช่น พาราเบน, ซัลเฟต และแอลกอฮอล์ที่รุนแรง พร้อมใช้หลักราคาที่จับต้องได้แต่คุณภาพสูง (Affordable Premium) เพื่อให้ผู้ปกครองรู้สึกไว้วางใจและคุ้มค่าเงินที่จ่ายไป

เจาะลึก 3 แกนหลัก “Complete Beauty Ecosystem” ครั้งแรกของแบรนด์ไทย
Zadi & Jo สร้างความแตกต่างเหนือแบรนด์ความงามทั่วไปในตลาด ด้วยการไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่สินค้าหมวดใดหมวดหนึ่ง แต่หลอมรวมสกินแคร์ เมคอัพ และน้ำหอม เข้าเป็น ระบบนิเวศความงามที่สมบูรณ์แบบ (Complete Beauty Ecosystem) ที่จะเติบโตไปพร้อมกับช่วงวัยของเด็กๆ ผ่าน 3 แกนสำคัญ:
Skin Health (หมวดสกินแคร์): มุ่งเน้นการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) และสร้างสมดุลให้ผิวแข็งแรงจากภายใน
Self-Expression (หมวดเมคอัพ): นำเสนอภายใต้แนวคิด “Makeup Meets Skincare” เป็นเครื่องมือให้วัยรุ่นได้สนุกสนานกับการแสดงตัวตนอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสมกับวัย โดยผสานสารบำรุงเข้ากับเครื่องสำอาง

Emotional Identity (หมวดน้ำหอม): น้ำหอมที่เป็นมากกว่าการเพิ่มกลิ่นหอม แต่ทำหน้าที่เป็นภาษาทางอารมณ์และบุคลิกภาพ
ปรัชญา “Clean & Playful Beauty” สู่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน
แบรนด์ยึดหลักปรัชญาสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1. อ่อนโยนต่อผิววัยกำลังเติบโต 2. Less is More เลือกเฉพาะสิ่งที่จำเป็น 3. ส่งเสริม Natural Glow 4. ทำให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสนุก และ 5. ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ในกระบวนการ R&D แบรนด์ได้จัดทำ Focus Group ร่วมกับวัยรุ่นหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่มัธยมต้น มัธยมปลาย มหาวิทยาลัย ทั้งโรงเรียนไทยและนานาชาติ เพื่อทดสอบเนื้อสัมผัส (Texture) ดีไซน์ และราคา จนเกิดมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุดแรกที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ 100% ดังนี้:
กลุ่มผลิตภัณฑ์ Skin Health (Clean Formulation)
Fresh & Fun Gentle Cleansing Gel เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนพิเศษ
Bubbly Bright Skin Glow & Brightening Serum เซรั่มเพื่อผิวแลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
Barrier Babe Day & Night Skin Barrier Cream ครีมบำรุงที่พัฒนาจากอินไซต์วัยรุ่นยุคใหม่ที่มีปัญหาเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ

Sunny Splash Super Light UV Protection Serum SPF50+ PA++++ กันแดดเนื้อเซรั่มบางเบาพิเศษ ซึมไว เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย (ผลิตภัณฑ์ดาวเด่น)
ทุกสูตรใช้ส่วนผสมสมัยใหม่ที่มีงานวิจัยรองรับ เช่น Prebiotics, Peptides, Biomimetic Lipids, Vitamin C ควบคู่กับ Upcycled Ingredients เพื่อความยั่งยืน
กลุ่มผลิตภัณฑ์ Self-Expression (Makeup Meets Skincare)
Fluffy Fit Soft & Glow Cushion SPF50+ PA++++ คุชชั่นเนื้อนุ่ม ให้งานผิวธรรมชาติพร้อมการปกป้องและบำรุง
Clean Girl Softening Lip Tint ลิปทินต์สีสันสดใสที่มอบความชุ่มชื้นยาวนานไม่ทำให้ปากแห้งตึง
กลุ่มผลิตภัณฑ์ Emotional Identity (Very Perfume Collection)

คอลเลกชันน้ำหอมที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Skin Scent Perfume มอบกลิ่นหอมสะอาด สดใส และกลมกลืนไปกับผิวธรรมชาติ นำเสนอผ่าน 5 กลิ่น 5 คาแรกเตอร์ เพื่อตอบรับ Social Generation ที่ใช้น้ำหอมเป็นเครื่องมือแสดงออกเชิงอัตลักษณ์
ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG และการเข้าถึงด้วยกลยุทธ์ Digital-First Omnichannel
สำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับประเด็น ESG (Environmental, Social, and Governance) แบรนด์ Zadi & Jo ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า 67% ของผู้บริโภค Gen Z และ Gen Alpha ยินดีสนับสนุนแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน แบรนด์จึงเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษคราฟท์รีไซเคิล การลดชั้นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น การพิมพ์ด้วยหมึกฐานน้ำ (Water-Based Printing) และการปฏิวัติใช้ส่วนผสมอัปไซเคิล (Upcycled Ingredients) ในตัวผลิตภัณฑ์
ในด้านการตลาดและการขาย Zadi & Jo วางโมเดลเข้าถึงผู้บริโภคแบบ Digital-First Omnichannel โดยแบ่งบทบาทหน้าที่ของแต่ละ Touchpoint อย่างชัดเจน:
TikTok: แพลตฟอร์มหลักในการสร้าง Community และทำให้อินฟลูเอนเซอร์/ผู้ใช้จริงเข้ามาสร้างรีวิวแบบเรียลๆ เพราะ 76% ของวัยรุ่นไทยใช้ TikTok ทุกวัน ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือน Search Engine และ Beauty Counter ยุคใหม่

Shopee, Lazada, TikTok Shop: ช่องทาง E-commerce และ Live Commerce หลักสำหรับการทำโปรโมชันแคมเปญ (Double Date, Payday) เพื่อกระตุ้นยอดขายและการซื้อซ้ำ
LINE Official Account (LINE OA): ด่านสำคัญในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) เพื่อทำการสื่อสารต่อเนื่อง ป้องกันการเปลี่ยนใจของเด็ก Gen Z
ออฟไลน์ (EVEANDBOY): เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มผู้ปกครอง และเปิดโอกาสให้วัยรุ่นได้เข้ามาสัมผัส ลองเนื้อและดมกลิ่นผลิตภัณฑ์จริง โดยแบรนด์พร้อมเดินหน้าเข้าสู้ช่องทางโมเดิร์นเทรดบิวตี้สโตร์ชั้นนำอย่าง EVEANDBOY ในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ เป็นต้นไป
วิสัยทัศน์สู่อนาคต: จากแบรนด์หัวหอกไทย สู่ผู้นำ Teen Beauty แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้วยความได้เปรียบในฐานะผู้เล่นรายแรก (First-Mover Advantage) ผสานกับโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่าง Complete Beauty Ecosystem ทางแบรนด์ Zadi & Jo ได้ปักหมุดหมายทางธุรกิจที่ชัดเจนสำหรับปี 2569 นี้

“เป้าหมายสูงสุดของเราในปี 2569 คือการสร้างแบรนด์ Teen Beauty ที่แข็งแรงที่สุดในประเทศไทย จากนั้นเราเตรียมแผนที่จะขยาย Product Portfolio ให้ลึกและเฉพาะทางยิ่งขึ้น ขยายไลน์เมคอัพและน้ำหอมให้เป็นคอลเลกชันที่ใหญ่ขึ้น และพร้อมก้าวไปสู่การเป็น Thailand’s Leading Teen Beauty Brand ก่อนจะขยายโมเดลธุรกิจนี้ไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ที่มีวัฒนธรรมการบริโภคและความต้องการใกล้เคียงกัน” ทรงสมร กล่าวสรุป
วิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ของ Zadi & Jo ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการความงามไทย แต่กำลังเป็นโมเดลธุรกิจที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุน ในการเข้ามาเป็นผู้นำการสร้างวัฒนธรรมความงามยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงสุขภาพผิว การแสดงออกทางตัวตน ความยั่งยืน และการเติบโตอย่างมีคุณภาพของประชากรรุ่นใหม่ในระยะยาวอย่างแท้จริง

