โรงคั่วกาแฟ Coffee Factory ของ “ปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ” เปลี่ยนกาแฟอาราบิก้าจากวังน้ำเขียวให้เป็นแบรนด์สินค้าท้องถิ่นที่วางจำหน่ายในโลตัสครอบคลุม 77 จังหวัด ผ่านการพัฒนาคุณภาพ การสร้างอัตลักษณ์ และการยกระดับมาตรฐานการผลิต
จากคำถามว่า “กาแฟอีสานกินได้หรือ?” สู่การสร้างแบรนด์กาแฟท้องถิ่นที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ทั่วประเทศ เส้นทางของ Coffee Factory สะท้อนบทเรียนการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพ การสร้างอัตลักษณ์ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาด Modern Trade ที่ไม่ได้วัดกันเพียงรสชาติ แต่รวมถึงมาตรฐานและความสามารถในการผลิตอย่างต่อเนื่อง
จากโรงเลี้ยงวัวเก่า สู่จุดเริ่มต้นของแบรนด์กาแฟวังน้ำเขียว
“กาแฟอีสานกินได้หรือ?” เป็นหนึ่งในคำถามที่ ปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ ผู้ก่อตั้งโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว หรือ Coffee Factory เคยได้รับในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ คำถามดังกล่าวกลายเป็นจุดตั้งต้นให้เขาพยายามพิสูจน์ว่า กาแฟอาราบิก้าจากภาคอีสานสามารถพัฒนาให้มีเอกลักษณ์และเป็นที่ยอมรับในตลาดได้
จุดเริ่มต้นเกิดจากการมองหาธุรกิจใหม่ที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ จนเดินทางมายังอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา และพบว่าชาวบ้านปลูกกาแฟอาราบิก้าแซมอยู่ในพื้นที่ป่า แม้ผลผลิตจะมีศักยภาพ แต่ยังขาดการต่อยอดเชิงธุรกิจ

ปกรณ์ เริ่มเรียนรู้กระบวนการแปรรูปและทดลองคั่วกาแฟด้วยกระทะทองเหลือง บนเตาถ่านภายในโรงเลี้ยงวัวเก่า ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อ “โรงคั่วกาแฟ”
อย่างไรก็ตาม การพัฒนากาแฟให้ได้รสชาติและคุณภาพตามต้องการต้องใช้เวลาและต้นทุนไม่น้อย โดยมีผลผลิตกาแฟที่เสียไปหลายสิบตัน ขณะที่การสร้างความเชื่อมั่นและรวบรวมเกษตรกรให้เข้ามาร่วมกลุ่มต้องใช้เวลาถึง 3 ปี
เมื่อเริ่มนำสินค้าออกสู่ตลาด คำถามจากผู้บริโภคก็ไม่ได้มีเพียงเรื่องรสชาติ แต่ยังรวมถึงแหล่งปลูก สายพันธุ์ และระดับความสูงของพื้นที่เพาะปลูก
แทนที่จะสื่อสารผ่านชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว Coffee Factory เลือกเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้ามาสัมผัสวิถีการปลูกและกระบวนการผลิตด้วยตัวเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์จริง เพื่อให้เข้าใจที่มาและเอกลักษณ์ของกาแฟวังน้ำเขียวมากขึ้น

กาแฟ GI และการควบคุมคุณภาพ สร้างความแตกต่างให้สินค้า
หนึ่งในต้นทุนสำคัญของกาแฟวังน้ำเขียวคืออัตลักษณ์ของแหล่งเพาะปลูก ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมและพื้นที่ผลิต โดยกาแฟวังน้ำเขียวได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทำให้ชื่อของพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม การมีแหล่งกำเนิดที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ การรักษาคุณภาพกาแฟต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง กลุ่มเกษตรกรให้ความสำคัญกับแนวทางการผลิตที่เน้นเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการคัดเลือกผลกาแฟสุกแดง ก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปและคัดเกรดตามคุณภาพ
ส่วนกระบวนการผลิตและคั่วกาแฟให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความสะอาด และความปลอดภัย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอและตอบโจทย์ผู้บริโภค
จากวัตถุดิบกาแฟอาราบิก้าในท้องถิ่น โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวได้พัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ Coffee Factory ทั้งกาแฟคั่ว กาแฟบด และกาแฟดริป รวมถึงผลิตภัณฑ์จากกาแฟในรูปแบบอื่น เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ตลาดและสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบมากกว่าการจำหน่ายผลผลิตเพียงอย่างเดียว

บทเรียน SME ก่อนเข้าสู่ Modern Trade ต้องพร้อมทั้งคุณภาพและกำลังผลิต
อีกก้าวสำคัญของ Coffee Factory เกิดขึ้นเมื่อโลตัสนำทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME นำผลิตภัณฑ์เข้าจำหน่ายในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่
ในช่วงแรก ผู้ประกอบการต้องนำสินค้าล็อตแรกไปส่งด้วยตัวเองที่ศูนย์กระจายสินค้า (DC) วังน้อย ก่อนจะได้เห็นผลิตภัณฑ์กาแฟของตัวเองวางอยู่บนชั้นจำหน่ายในโลตัสเป็นครั้งแรก
ปกรณ์ เล่าถึงความรู้สึกในวันนั้นว่า ตอนนั้นผมยืนมองอยู่หน้าชั้นวางประมาณ 5 วินาที แล้วรู้สึกว่า นี่คือกาแฟของเราจริง ๆ กาแฟของเกษตรกรจริง ๆ
จากผู้ประกอบการกลุ่มเล็ก ๆ ที่ผลิตกาแฟอาราบิก้าจากภาคอีสาน กาแฟวังน้ำเขียวสามารถก้าวเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ได้สำเร็จ
ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ปกรณ์มองว่า การเข้าสู่ Modern Trade ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อมหลายด้าน ทั้งคุณภาพสินค้า มาตรฐาน วัตถุดิบ กำลังการผลิต และการส่งมอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาคุณภาพและรองรับความต้องการของตลาด

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์จากโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวมีวางจำหน่ายในโลตัสครอบคลุม 77 จังหวัด และปกรณ์ได้นำประสบการณ์ดังกล่าวไปแบ่งปันบนเวที “Market Insight @ CP AXTRA” ในหัวข้อ “ตลาดนำการผลิต ยกระดับสินค้าไทยสู่ Modern Trade” เพื่อถ่ายทอดบทเรียนให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายตลาด
แพลตฟอร์มแห่งโอกาส เชื่อมสินค้าไทยกับตลาดค้าปลีกสมัยใหม่
นอกเหนือจากกรณีของ Coffee Factory ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังพัฒนา “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับช่องทาง Modern Trade เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายให้สินค้าไทยที่มีศักยภาพเข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://cpseeding.com/cpaxtra

จากการทดลองคั่วกาแฟในโรงเลี้ยงวัวเก่า สู่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในโลตัสครอบคลุม 77 จังหวัด เส้นทางของ Coffee Factory สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างมูลค่าให้สินค้าเกษตรท้องถิ่นต้องเริ่มจากการพัฒนาคุณภาพ ค้นหาอัตลักษณ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ควบคู่กับการเตรียมระบบการผลิตให้พร้อมรองรับตลาด
เพราะการทำให้สินค้าเกษตรท้องถิ่นเติบโตไม่ได้จบลงที่การผลิตสินค้าให้ดี แต่ยังต้องทำให้สินค้านั้นมีตลาดที่เข้าถึงได้ และสามารถรักษามาตรฐานได้เมื่อโอกาสทางธุรกิจขยายตัว




