SCGP – อายิโนะโมะโต๊ะ ลงนามความร่วมมือด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์และกระดาษใช้แล้ว ดึงวัสดุกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลอย่างเป็นรูปธรรม ผลักดันโมเดล Circular Economy ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนทรัพยากรและเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนขององค์กรขนาดใหญ่
ความร่วมมือครั้งนี้มีนัยสำคัญมากกว่าการจัดการขยะองค์กร เพราะสะท้อนแนวโน้มที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากการบริหารของเสียแบบปลายทาง ไปสู่การออกแบบระบบหมุนเวียนทรัพยากรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจในอนาคต
SCGP – อายิโนะโมะโต๊ะ สร้างระบบจัดการกระดาษใช้แล้วครบวงจร
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP และ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Memorandum of Sustainability Development and Circular Economy)
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว SCGP จะรับซื้อบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษใช้แล้วและกระดาษใช้แล้วจากอายิโนะโมะโต๊ะ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการ รีไซเคิล (Recycle) อัปไซเคิล (Upcycle) และ ใช้ซ้ำ (Reuse)
เป้าหมายหลักคือการลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดปริมาณของเสีย และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุที่เคยถูกมองว่าเป็นขยะ ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการต่อยอดแผน ESG ที่ดำเนินมาหลายปี
ก่อนหน้าการลงนามครั้งล่าสุด ทั้งสององค์กรมีความร่วมมือด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น
- พัฒนาบรรจุภัณฑ์ Green Carton Innovation โซลูชั่นที่ช่วยลดการใช้วัสดุในบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ยังคงมาตรฐานความแข็งแรงสำหรับการขนส่งและจัดเก็บสินค้า
- ใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ได้รับการรับรอง FSC อายิโนะโมะโต๊ะใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง FSCTM อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 (FSCTM C135609) เพื่อส่งเสริมการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน
- สนับสนุนโลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ ทั้งสองบริษัทมีการผลักดันการใช้รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า (EV Trucks) และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการผลิตผ่านการใช้พลังงานชีวมวล

การขยายความร่วมมือสู่ระบบเก็บกลับและรีไซเคิลกระดาษ ถือเป็นการต่อยอดจากแนวทาง ESG เดิมไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรแบบครบวงจรมากขึ้น
ความสำคัญของการร่วมมือรีไซเคิลกระดาษภาคธุรกิจ
1. เปลี่ยน “ของเสีย” ให้เป็นวัตถุดิบในระบบเศรษฐกิจ
หนึ่งในความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมคือการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อทั้งต้นทุนและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
การนำกระดาษใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตช่วยลดความต้องการใช้ทรัพยากรใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
2. ตอบโจทย์แรงกดดันด้าน ESG ขององค์กรขนาดใหญ่
ปัจจุบันนักลงทุน สถาบันการเงิน และคู่ค้าระดับโลกให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดด้าน ESG มากขึ้น
องค์กรที่สามารถแสดงผลลัพธ์เชิงรูปธรรมด้านการจัดการทรัพยากรและของเสีย จะมีความได้เปรียบในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การส่งออก และการทำธุรกิจกับบริษัทข้ามชาติ
3. สร้างต้นแบบ Supply Chain หมุนเวียน
ที่ผ่านมา หลายองค์กรให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบภายในโรงงานของตนเอง แต่ความร่วมมือระหว่าง SCGP และอายิโนะโมะโต๊ะสะท้อนแนวโน้มใหม่ คือการเชื่อมโยงการจัดการทรัพยากรตลอดห่วงโซ่อุปทาน
แนวทางดังกล่าวอาจกลายเป็นต้นแบบให้ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจบรรจุภัณฑ์รายอื่นนำไปประยุกต์ใช้
เป้าหมายของอายิโนะโมะโต๊ะภายในปี 2573
ดร.ทองดี ปาโส กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Ajinomoto Group Creating Shared Value (ASV) ควบคู่กับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยยึดแนวทาง 3R ได้แก่ Reduce Reuse และ Recycle พร้อมตั้งเป้าหมายลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลง 50% ภายในปี 2573
บริษัทจะดำเนินการคัดแยกและรวบรวมบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษและกระดาษใช้แล้ว ส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลร่วมกับ SCGP ควบคู่กับการสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงาน
มุมมองเชิงกลยุทธ์ต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จากผู้ขายสินค้า ไปสู่ผู้ให้บริการจัดการทรัพยากรครบวงจร (Resource Management Solution Provider)
สำหรับ SCGP การขยายบทบาทสู่ระบบเก็บกลับและรีไซเคิลวัสดุใช้แล้วช่วยเสริมความสามารถในการเข้าถึงวัตถุดิบรีไซเคิลที่มีคุณภาพ ขณะที่ลูกค้าองค์กรสามารถบริหารจัดการของเสียได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
ในภาพรวม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเก็บกลับและรีไซเคิลวัสดุภาคเอกชน อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจหมุนเวียนของไทยก้าวจากแนวคิดเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับอุตสาหกรรม

