การเงินเพื่อความยั่งยืนกำลังเข้ามาเชื่อมกับการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น SC ได้รับสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย รวมกว่า 2,000 ล้านบาท ใช้พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว 5 โครงการและซื้อที่ดิน โดยการสนับสนุนสินเชื่อเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัท
เงินทุนกว่า 2,000 ล้าน เชื่อมกับ ESG ของ SC
SC หรือ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan (SLL) จากธนาคารยูโอบี ประเทศไทย สำหรับการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว 5 โครงการ รวมถึงวงเงินสนับสนุนการซื้อที่ดิน เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต รวมวงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท
จุดสำคัญของสินเชื่อครั้งนี้อยู่ที่การนำผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเข้ามาเชื่อมโยงกับการสนับสนุนทางการเงิน โดย SC ระบุว่าการพิจารณาสนับสนุนสินเชื่อเกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัท
หนึ่งในข้อมูลที่บริษัทระบุคือผลการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
SLL ครอบคลุมบ้านเดี่ยว 5 โครงการและการซื้อที่ดิน
วงเงินจากยูโอบีครอบคลุมโครงการบ้านเดี่ยวของ SC จำนวน 5 โครงการ ได้แก่
– บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า
– บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า-บรมฯ
– แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ณ อุทยาน
– เวนิว พอร์เทรต ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ
– เวนิว ฟอร์ม บางนา-ศรีวารี

นอกจากการพัฒนาโครงการแล้ว สินเชื่อยังรวมถึงวงเงินสำหรับสนับสนุนการซื้อที่ดิน เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
สุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า SC มองว่าการเติบโตทางธุรกิจที่แข็งแรงและยั่งยืนต้องเดินควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อม และให้ ESG เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจ
“การได้รับการสนับสนุนสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของ SC”
สุดารัตน์ ยังระบุว่า ESG สามารถมีบทบาทต่อการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และการสร้างการเติบโตในระยะยาว
UOB มอง SLL เป็นเครื่องมือเชื่อม ESG กับกลยุทธ์เติบโต
ฝั่งธนาคารยูโอบี ประเทศไทย วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking กล่าวว่า ธนาคารมุ่งสนับสนุนลูกค้าให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนผ่านโซลูชันทางการเงินที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้าน ESG
“สินเชื่อ Sustainability-Linked Loan เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถผสานเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การเติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม”
UOB ระบุด้วยว่า การสนับสนุน SC ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
SCero Mission ตั้งเป้าลดคาร์บอน 100,000 ตันภายในปี 2573
ด้านความคืบหน้าการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ SC ระบุว่าเดินหน้าภารกิจ SCero Mission อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้ 39,700 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 100,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2573

บริษัทระบุว่ายังพัฒนาโครงการต้นแบบ บ้านคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Home) และยกระดับการจัดการทรัพยากรตามแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
สิ่งที่ควรติดตามต่อจากดีล SLL นี้ไม่ใช่เพียงวงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท แต่คือ ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ SC ที่เชื่อมโยงกับการสนับสนุนทางการเงิน รวมถึงความคืบหน้าของ SCero Mission เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 100,000 ตันภายในปี 2573 และการพัฒนา Low Carbon Home
สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การติดตามว่าแนวทางการเชื่อม ESG เข้ากับเงินทุนจะถูกนำไปใช้ควบคู่กับการพัฒนาโครงการและการเติบโตของธุรกิจอย่างไรในระยะต่อไป




