บ้านปู ผนึก มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าค่าย Power Green ปีที่ 21 ชูแนวคิด “One Health: The Science of Survival – อยู่ดี มีภูมิ” เชื่อมโยงคน-สัตว์-สิ่งแวดล้อม ปั้นเยาวชน 50 คนจากผู้สมัครกว่า 600 คน เตรียมกำลังคนรุ่นใหม่สู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 พร้อมสร้างเครือข่ายผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมระดับประเทศ
บ้านปูเร่งลงทุน “คน” สร้างผู้นำสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่
“เยาวชนคือคนที่จะต้องแบกรับโลกต่อจากนี้” คำกล่าวของ รัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส–สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ที่สะท้อนแกนหลักของโครงการ CSR ของบ้านปู ที่เน้น “การพัฒนาศักยภาพคน” มากกว่าการควบคุมปัจจัยภายนอก
ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา ค่าย Power Green ได้สร้างเครือข่ายเยาวชนกว่า 1,235 คน ที่เติบโตเป็นแกนนำด้านสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ เช่น

– การจัดการขยะในชุมชน
– การอนุรักษ์ธรรมชาติ
– การสร้างแพลตฟอร์มสื่อสารสิ่งแวดล้อม
สะท้อนการลงทุนระยะยาวใน “Human Capital” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
“One Health” กลายเป็นวาระโลกที่เชื่อมสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพมนุษย์ ล่าสุด บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าจัด Power Green Camp ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 คัดเลือกเยาวชน 50 คนจากผู้สมัครกว่า 600 คน เพื่อพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์และการคิดเชิงระบบ รองรับความท้าทายโลกสู่เป้าหมาย Net Zero 2050
One Health เชื่อมสิ่งแวดล้อม-เศรษฐกิจ-สุขภาพ
รัฐพล กล่าวว่า ปีนี้ค่าย Power Green ปรับธีมสู่ “One Health” ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญในเวทีโลก เช่น COP และเครือข่ายมหาวิทยาลัยด้านสุขภาพ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานโครงการค่ายเพาเวอร์กรีน ครั้งที่ 21 อธิบายว่า One Health คือความเชื่อมโยงของสุขภาพสิ่งแวดล้อม สัตว์ และคน ซึ่งต้องใช้ System Thinking ในการแก้ปัญหา
จะเห็นได้ว่า ช่วงที่ผ่านมา โรคระบาด เช่น COVID-19 เชื่อมโยงจากสัตว์สู่คน มลพิษสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อห่วงโซ่อาหาร ในขณะที่ Climate Change กระทบทั้งเศรษฐกิจและสุขภาพ
โมเดลการเรียนรู้ 5C ปั้น Future Skills
บ้านปูและมหิดล ร่วมออกแบบการเรียนรู้แบบ 5C Framework เพื่อสร้างทักษะที่ตลาดต้องการ ซึ่งประกอบด้วย
1. Connect the Dots เชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามศาสตร์

2. Confront the Issue เผชิญปัญหาจริง เช่น โรคระบาด ความมั่นคงทางอาหาร ความเหลื่อมล้ำ
3. Create the Cure ใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์จริง วัด PM2.5 ตรวจคุณภาพน้ำ/ดิน วิเคราะห์สุขภาพ
4. Create the Project (Hack) พัฒนาโครงงาน “Power Green Hack”
5. Communication for Change สร้าง Green Influencer ผ่าน Storytelling และ Social Media

Success Case จากค่ายสู่ผู้นำระดับประเทศ
รัฐพล อธิบายเพิ่มเติมว่า ค่าย Power Green ได้สร้างผู้นำที่หลากหลาย ยกตัวอย่าง ศิษย์เก่าที่สร้าง Impact จริง ได้แก่ เยาวชนจัดการขยะในชุมชนขอนแก่น แปรรูปขยะสร้างรายได้ที่นครศรีธรรมราช กลุ่มอนุรักษ์นกที่ปราณบุรี เพจ “Greener Thailand” สื่อสารสิ่งแวดล้อมระดับประเทศ สะท้อนการ “ต่อยอด” จาก 50 คน สู่ผลกระทบในวงกว้าง
ค่าย Power Green ใช้งบประมาณ 2-3 ล้านบาท/ปี ซึ่งถือเป็นงบที่ไม่ได้สูงมาก โดยมีผู้เข้าร่วม 50 คน/ปี จากจำนวนผู้สมัครประมาณ 600+ คน
“เราไม่ได้ใช้เงินกับโฆษณา แต่ให้คนที่เรียนรู้จริงไปส่งต่อ มันยั่งยืนกว่า” นี่คือโมเดล CSR ที่เน้น **Efficiency + Impact** มากกว่าการใช้เม็ดเงินสูง
แม้บ้านปูจะมีธุรกิจในต่างประเทศเป็นหลัก แต่ยังลงทุนในประเทศไทยผ่าน CSR เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สร้างความยั่งยืนระยะยาว และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero สะท้อนแนวคิด ESG ที่ “สร้างคุณค่าร่วม” (Shared Value)

อนาคต Power Green: ขยายสู่ระดับภูมิภาค
บ้านปูเริ่มต่อยอดโมเดลนี้ไปยังอินโดนีเซีย ซึ่งดำเนินการมาแล้วราว 3 ปี และมีแผนแลกเปลี่ยนเยาวชนระหว่างประเทศ เชื่อมเครือข่ายระดับเอเชีย และพัฒนาโครงการวิจัยและชุมชน
รัฐพล กล่าวว่า Power Green ไม่ใช่แค่ “ค่ายเยาวชน” แต่คือ “แพลตฟอร์มสร้างผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม”…“เราอาจไม่มีค่ายในอนาคต แต่เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะอยู่ในตัวเด็กทุกคน” ทำหน้าที่เป็นเมล็ดพันธุ์สู่เศรษฐกิจสีเขียว

ในวันที่โลกมุ่งสู่ Net Zero 2050
การลงทุนใน “คน” อาจเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าที่สุดของธุรกิจ ผู้บริหารบ้านปู กล่าวเพิ่มเติม ในโลกที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธรรมชาติ แต่ลุกลามสู่ เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตมนุษย์ แนวคิด “One Health” (สุขภาพหนึ่งเดียว)** จึงถูกผลักดันในเวทีโลก เพื่อรับมือโรคอุบัติใหม่และโรคติดต่อข้ามสายพันธุ์ มลภาวะและความปลอดภัยทางอาหาร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แนวคิดนี้สะท้อนว่า สิ่งแวดล้อม–สัตว์–มนุษย์ คือระบบเดียวกัน และกำลังกลายเป็น Mega Trend ที่ภาคธุรกิจต้องปรับตัว

บ้านปูใช้ CSR “ลงทุนในคน” สร้างความยั่งยืน
รัฐพล กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นความท้าทายระยะยาวที่เยาวชนต้องเผชิญ บ้านปูเชื่อว่าการแก้ปัญหาต้องเริ่มจาก ‘การพัฒนาคน’ เพื่อให้มีความรู้ วิธีคิด และทักษะในการรับมือโลกที่ซับซ้อน บ้านปูมุ่งสร้าง “ต้นน้ำบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อม” ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

