Osotspa หรือ OSP ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีความยั่งยืนระดับโลก หลังได้รับการจัดอันดับจาก S&P Global ให้ติดอันดับ 3 ของโลก จาก 76 บริษัท ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จากผลประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 สะท้อนศักยภาพองค์กรไทยที่สามารถยกระดับมาตรฐาน ESG สู่ระดับ World Class ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของโอสถสภา หลังสามารถบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนระยะแรก (ปี 2019–2025) ครบทั้ง 5 มิติ พร้อมตอกย้ำแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ “Data Transparency” หรือความโปร่งใสของข้อมูล ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่
มุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความสำเร็จในการก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของโลกครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ความสำคัญกับ ESG อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์องค์กร
“ในวันที่โลกให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูล โอสถสภาเลือกเปิดเผยผลการดำเนินงานจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อพิสูจน์ว่าการขับเคลื่อน ESG สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจและคุณค่าต่อสังคมได้จริง” มุกดา กล่าว
Smart Factory เบื้องหลังความสำเร็จองค์กรยั่งยืน
หนึ่งในกลไกสำคัญที่ผลักดันองค์กรสู่เป้าหมาย คือการนำโมเดล Smart Factory Innovation เข้ามาปรับใช้ ผ่านเทคโนโลยี AI, Machine Learning และ IoT เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรแบบ Real-time ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญ
ผลลัพธ์ที่โดดเด่น ได้แก่
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ได้ถึง 44.46% ต่อรายได้ เมื่อเทียบกับปีฐาน 2565 สูงกว่าเป้าหมายเดิมเกือบ 3 เท่า
- ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตได้ 38.78% ผ่านระบบ Water Recycling
- เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ภายใต้แนวคิด Circular Economy

กวาดคะแนน ESG ระดับโลกต่อเนื่อง
นอกจากการติดอันดับ Top 3 ของโลกแล้ว โอสถสภายังสร้างผลงานโดดเด่นบนเวทีความยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่
- คะแนน 86 คะแนน จาก S&P Global – DJSI Yearbook 2025 พร้อมติดทำเนียบต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
- ได้รับ SET ESG Ratings ระดับ “AAA” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และทำคะแนนเต็ม 100 ด้านสิ่งแวดล้อม
- ได้คะแนนระดับ B จาก CDP Climate Change และเป็น 1 ใน 31 บริษัทไทยที่ผ่านเกณฑ์ประเมินด้านการจัดการความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ
“Our Power” พลังองค์กร สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
โอสถสภายังขยายแนวคิดความยั่งยืนไปสู่ห่วงโซ่คุณค่าทั้งระบบ ผ่านวัฒนธรรมองค์กร ACT ได้แก่ Achievement, Consumer-focus และ Teamwork
โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์สูตรน้ำตาลต่ำ ดูแลสุขภาพผู้บริโภค ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชน และสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าและเกษตรกรมากกว่า 1,007 ราย เพื่อเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
การก้าวขึ้นสู่ Top 3 ของโลกในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของโอสถสภาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพขององค์กรไทยที่สามารถแข่งขันบนเวทีสากลได้ด้วย “ความยั่งยืน” และ “ความโปร่งใส” ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจโลกในอนาคต

