NEO เร่งวางกลยุทธ์ควบคู่ระหว่างการลงทุนในเทคโนโลยี Smart Factory และการยกระดับ Workplace Well-Being ของพนักงาน หวังผลักดันความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนวัตกรรม คุณภาพสินค้า เพิ่มศักยภาพองค์กรระยะยาว
ความเคลื่อนไหวในการขับเคลื่อนธุรกิจของ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO สะท้อนแนวโน้มใหม่ของภาคการผลิตไทย ที่มองว่าประสิทธิภาพการดำเนินงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงคุณภาพชีวิตของแรงงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการสร้างนวัตกรรม คุณภาพสินค้า และความสามารถในการแข่งขันระยะยาวขององค์กร
Workplace Well-Being กลายเป็นกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่าสวัสดิการ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิด Workplace Well-Being ได้รับความสนใจจากองค์กรทั่วโลกมากขึ้น หลังมีงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาวะของพนักงานกับประสิทธิภาพการทำงาน การรักษาบุคลากร และผลลัพธ์ทางธุรกิจ

ณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ระบุว่า
“Well-Being เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อผู้ร่วมงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี ย่อมมีแรงบันดาลใจในการทำงาน เกิดความคิดสร้างสรรค์ และใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น”
มุมมองดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดด้านทรัพยากรบุคคลแบบดั้งเดิม ไปสู่การใช้ “คน” เป็นหนึ่งในกลไกสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

โรงงานใหม่ 45,000 ตร.ม. กับแนวคิด Green & Smart Factory
หนึ่งในโครงการสำคัญของ NEO คืออาคารโรงงานผลิตสินค้า Personal Care แห่งใหม่ ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 45,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ โรงงานยังถูกออกแบบให้มีพื้นที่เปิดโล่งภายในอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติเพื่อลดการใช้พลังงานในช่วงกลางวัน มี Courtyard หรือพื้นที่สีเขียวกลางอาคาร และจัดพื้นที่พักผ่อนที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ รวมทั้งพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานให้เอื้อต่อการฟื้นฟูพลังงานระหว่างวัน
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกระแส Green Building และ ESG ที่ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งในมิติการลดการใช้พลังงานและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งผลดีต่อพนักงาน
Smart Factory และ Automation กำลังเปลี่ยนรูปแบบการผลิต
นอกเหนือจากการออกแบบพื้นที่ทำงาน NEO ยังเดินหน้าพัฒนาโรงงานด้วยแนวคิด Industry 4.0 ผ่านการนำระบบ Automation และ Robotics เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต โดยเป้าหมายหลักของการลงทุนในครั้งนี้ คือ

- ลดงานที่ซ้ำซ้อน
- ลดภาระงานที่ใช้แรงงานหนัก
- เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
- ยกระดับความแม่นยำของกระบวนการผลิต
- รองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต

ขณะเดียวกัน บริษัทได้จัดตั้ง “NEO Care Space” เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนความรู้ และการทำเวิร์กช็อปภายในองค์กร สะท้อนความพยายามสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะแรงงาน ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของภาคการผลิตยุคใหม่
สะท้อนการแข่งขันด้าน “คน” ในภาคการผลิต
ในอดีต โรงงานมักแข่งขันกันด้วยต้นทุนและกำลังการผลิต แต่ปัจจุบันองค์กรจำนวนมากเริ่มเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานคุณภาพ
การลงทุนด้าน Workplace Well-Being จึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการ แต่กลายเป็นเครื่องมือดึงดูดและรักษาบุคลากร โดยเฉพาะแรงงานทักษะสูงที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติและดิจิทัล

เชื่อมโยงกับแนวโน้ม ESG ที่นักลงทุนจับตา
นักลงทุนสถาบันทั่วโลกให้ความสำคัญกับปัจจัย ESG มากขึ้น โดยเฉพาะมิติด้านสังคม (Social) ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลพนักงาน
การลงทุนในสภาพแวดล้อมการทำงานและการพัฒนาบุคลากรจึงอาจช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร และเพิ่มความน่าสนใจในสายตานักลงทุนระยะยาว
ผู้บริโภคได้ประโยชน์ทางอ้อมจากมาตรฐานการผลิต
แม้ Workplace Well-Being จะดูเป็นเรื่องภายในองค์กร แต่ในเชิงธุรกิจ ผลลัพธ์สุดท้ายอาจสะท้อนออกมาในรูปของ คุณภาพสินค้าความสม่ำเสมอของมาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต และความสามารถในการพัฒนาสินค้าใหม่ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้บริโภคโดยตรง

สร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่าน People-Driven Organization
อีกหนึ่งแนวทางที่ NEO ให้ความสำคัญ คือการพัฒนาองค์กรภายใต้แนวคิด People-Driven Organization โดยปลูกฝังค่านิยมหลัก 4 ด้าน ได้แก่
- Passion มุ่งมั่นและรับผิดชอบต่อการทำงาน
- Innovation ส่งเสริมการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม
- Insightful เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคและตลาด
- Resourceful พร้อมปรับตัวและแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์
บริษัทมองว่าการสร้างระบบนิเวศการทำงานที่ผสานระหว่างคน เทคโนโลยี และวัฒนธรรมองค์กร จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
ในปี 2025 NEO ได้รับรางวัลด้านการบริหารบุคลากรหลายรายการ ได้แก่ Well-Being Organizations Awards 2025 ระดับ Gold จาก PMAT, HR Asia Best Company to Work For in Asia 2025 (Gold Winner) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6, HR Asia Most Caring Company 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
แม้รางวัลเหล่านี้ไม่สามารถวัดผลทางธุรกิจได้โดยตรง แต่ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร

การลงทุนของ NEO ในด้าน Workplace Well-Being ควบคู่กับการพัฒนา Smart Factory สะท้อนทิศทางใหม่ของภาคการผลิตไทย ที่ไม่ได้มองการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ “ทุนมนุษย์” ในฐานะปัจจัยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
หากแนวทางดังกล่าวสามารถแปลงเป็นผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพสินค้า และการรักษาบุคลากรได้จริง ก็อาจกลายเป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคและภาคการผลิตอื่นๆ นำไปปรับใช้ในอนาคต ทั้งในมิติของความยั่งยืนและการเติบโตทางธุรกิจระยะยาว

