KTSC ระบุ อุตสาหกรรม TravelTech กำลังเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสำหรับนักท่องเที่ยว ไปสู่การประยุกต์ใช้ AI, AIoT และ Deep Tech แก้ปัญหาการดำเนินงานของธุรกิจท่องเที่ยว เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างรายได้ใหม่ ท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุน แรงงาน และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
KTSC ชี้ TravelTech ยุคใหม่ต้องตอบโจทย์ธุรกิจ ไม่ใช่แค่มี AI
คิม ควัน-มี (Kim Kwan-mi) Executive Director Korea Tourism Organization (KTO) กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน และความคาดหวังของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง มากกว่าการแข่งขันพัฒนาแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว
“เมื่อไม่กี่ปีก่อน ทุกคนถามว่าบริษัทมี AI หรือไม่ แต่วันนี้ผู้ประกอบการไม่ได้มองหาว่าใครมี AI แต่มองว่า AI ช่วยแก้ปัญหาธุรกิจอะไรได้บ้าง นั่นคือทิศทางใหม่ของ TravelTech” คิม กล่าว
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของเกาหลีใต้ที่เร่งลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยรัฐบาลมีแผนเพิ่มงบประมาณวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็น 35.3 ล้านล้านวอนในปี 2569 ครอบคลุมการพัฒนา AI หุ่นยนต์ ระบบขนส่งแห่งอนาคต และเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
KTSC เดินหน้าสร้างความร่วมมือเชิงธุรกิจและผลักดันการใช้งานจริง
สำหรับ KTSC (Korea Tourism Startup Center) ซึ่งเป็นศูนย์สนับสนุนสตาร์ทอัปด้านการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ภายใต้ Korea Tourism Organization (KTO) ได้ทำหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยว (TravelTech) พร้อมผลักดันสตาร์ทอัปสู่ตลาดต่างประเทศ สร้างความร่วมมือทางธุรกิจ และสนับสนุนการนำเทคโนโลยีไปใช้เชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว.
คิม ควัน-มี ระบุว่า บทบาทขององค์กร KTSC คือสนับสนุนสตาร์ทอัพเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ไปสู่การผลักดันความร่วมมือเชิงธุรกิจและการนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง
ในปี 2568 KTSC
- ดำเนินการจับคู่ธุรกิจ 119 ครั้ง
- สนับสนุนการทำสัญญาทางธุรกิจ 7 โครงการ
- ผลักดันให้สตาร์ทอัพเกาหลีใต้ 2 ราย จัดตั้งบริษัทในประเทศไทย
ก่อนต่อยอดสู่การผลักดันการใช้งานเชิงพาณิชย์และความร่วมมือระยะยาวในปี 2569

5 สตาร์ทอัพเกาหลีสะท้อนทิศทางใหม่ของ TravelTech
สตาร์ทอัพทั้ง 5 รายที่ KTSC คัดเลือกเข้าร่วมงานต่างนำเสนอเทคโนโลยีที่มุ่งแก้ปัญหาการดำเนินงานของธุรกิจท่องเที่ยว ครอบคลุมตั้งแต่ AI สำหรับบริหารอาคารและโรงแรม แพลตฟอร์มเชื่อมระบบโรงแรม เทคโนโลยีบริหารรายได้ AIoT สำหรับธุรกิจ Mobility ไปจนถึงการใช้คอนเทนต์และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวและแหล่งรายได้ใหม่
- Alicorn: ใช้ AI ลดงานซ้ำ เพิ่มประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง
โจ มิน-ฮี (Cho Min-hee) CEO ของ Alicorn กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่การใช้ AI แทนแรงงาน แต่ให้ AI ช่วยดูแลงานที่ทำซ้ำและสนับสนุนการดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยผลจากการใช้งานจริงสามารถลดต้นทุนด้านแรงงานได้สูงสุด 96% เพิ่มกำไรจากการดำเนินงาน 30% และรักษาความพึงพอใจของลูกค้าไว้ที่ 98%
- DOWHAT: เชื่อมข้อมูลโรงแรมด้วย AI Platform
ซอง บยอง-กวอน (Seong Byeong-gwon) CEO ของ DOWHAT กล่าวว่า โรงแรมจำนวนมากยังใช้หลายระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน ส่งผลให้ข้อมูลกระจัดกระจายและเกิดงานซ้ำซ้อน ปัจจุบันบริษัทขยายการให้บริการจากโรงแรมเพียง 3 แห่งในปี 2564 เป็น 106 โรงแรม ครอบคลุมกว่า 37,000 ห้องพัก และกำลังต่อยอดข้อมูลทั้งหมดสู่แพลตฟอร์ม AI “Aurora” เพื่อยกระดับการบริหารจัดการโรงแรม

- Oh My Hotel & Co.: เพิ่มรายได้ผ่าน Revenue Management
ยู ซัง (Yoo Sang) Regional Director ของ Oh My Hotel & Co. กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มอัตราการเข้าพักเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบริหารรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อช่องทางการขายกว่า 80 ช่องทางทั่วโลก พร้อมช่วยให้โรงแรมเข้าถึงนักท่องเที่ยวจากจีน เกาหลี และญี่ปุ่น และช่วยเพิ่มรายได้ต่อยอดขายมากกว่า 20%
- Star Pickers: AIoT ยกระดับธุรกิจเช่ายานพาหนะ
พัค ชู-จิน (Park Chu-jin) CEO ของ Star Pickers กล่าวว่า บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี AIoT สำหรับติดตามยานพาหนะแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือนอุบัติเหตุ ป้องกันการโจรกรรม และต่อยอดสู่แพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหา เปรียบเทียบราคา จอง และชำระเงินบริการเช่ายานพาหนะได้ในระบบเดียว
- DIVE IN Group: เปลี่ยน IP และคอนเทนต์เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยว
จอง ชาง-ยุน (Jeong Chang-yun) CEO ของ DIVE IN Group กล่าวว่า นักท่องเที่ยวในปัจจุบันให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” มากกว่าที่พักเพียงอย่างเดียว โรงแรมจึงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการนำศิลปะ คอนเทนต์ และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) มาพัฒนาห้องพักและกิจกรรมรูปแบบใหม่ ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างและต่อยอดสู่รายได้จากสินค้า นิทรรศการ และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับคอนเทนต์
TravelTech กำลังก้าวสู่ยุคที่เทคโนโลยีต้องสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ
มุมมองของ KTSC สะท้อนว่า ทิศทางของ TravelTech ในระยะต่อไปจะไม่ได้แข่งขันกันที่การมี AI หรือแอปพลิเคชันใหม่ แต่จะวัดจากความสามารถในการแก้ปัญหาการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างรายได้ใหม่ให้กับธุรกิจท่องเที่ยว ผ่านการประยุกต์ใช้ AI, AIoT และ Deep Tech อย่างเป็นรูปธรรม

