ซีพี แอ็กซ์ตร้า สร้างตลาดให้ผลผลิตชุมชน เปิดตัว “ปิง วัง ยม น่าน” แบรนด์กาแฟจากป่าต้นน้ำภาคเหนือ เชื่อมโมเดล “ป่า–สายน้ำ–ชุมชน–ตลาด” นำร่องกาแฟจาก 4 ลุ่มน้ำ ปิง วัง ยม และน่าน เข้าสู่ร้าน Arabitia ของโลตัส 4 สาขา พร้อมเปิด Pop-up Café ที่ Happitat ก่อนวางแผนขยายช่องทางจำหน่ายผ่านแม็คโครและโลตัส หวังยกระดับสินค้าเกษตรจากต้นน้ำ สร้างรายได้ระยะยาวให้เกษตรกรควบคู่การฟื้นฟูระบบนิเวศ
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกภายใต้ “แม็คโคร–โลตัส” ต่อยอดแนวทางสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ป่าต้นน้ำภาคเหนือ เปิดตัว “ปิง วัง ยม น่าน” แบรนด์กาแฟที่นำแนวคิดการสร้างอาชีพและรายได้มาเชื่อมเข้ากับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
จุดเด่นของโครงการอยู่ที่การนำผลผลิตจากพื้นที่ต้นน้ำเข้าสู่ตลาดจริง เพื่อเปลี่ยนบทบาทของกาแฟจากสินค้าเกษตรในชุมชน ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีช่องทางจำหน่ายและโอกาสเติบโตในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ โดยเริ่มนำเมล็ดกาแฟสเปเชียลตี้จาก 4 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ปิง วัง ยม และน่าน เข้าสู่ร้านกาแฟ Arabitia ของโลตัส 4 สาขานำร่อง ก่อนต่อยอดสู่ Pop-up Café ที่ Happitat

“ปิง วัง ยม น่าน” เชื่อมป่าต้นน้ำกับเศรษฐกิจชุมชน
แนวคิดเบื้องหลังแบรนด์ “ปิง วัง ยม น่าน” เริ่มจากการมองพื้นที่ป่าต้นน้ำในฐานะระบบที่เชื่อมโยงทั้ง ป่า สายน้ำ ชุมชน และเศรษฐกิจท้องถิ่น เข้าด้วยกัน โดยนำร่องด้วยกาแฟจากพื้นที่ลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน ซึ่งปลูกภายใต้ระบบวนเกษตร
โมเดลนี้ เปิดโอกาสให้เกษตรกรสร้างรายได้จากการปลูกกาแฟควบคู่ไปกับการดูแลผืนป่าและระบบนิเวศ ทำให้การสร้างอาชีพไม่จำเป็นต้องแยกออกจากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่สามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกันได้
เป้าหมายอีกด้านคือการสร้างแรงจูงใจให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมดูแลป่าต้นน้ำ และพัฒนาบทบาทของชุมชนให้กลายเป็น “ผู้พิทักษ์ธรรมชาติ” ที่สามารถสร้างรายได้จากทรัพยากรในพื้นที่โดยไม่ทำลายฐานทรัพยากรที่เป็นต้นทุนสำคัญของชุมชน
หัวใจของ “ปิง วัง ยม น่าน” จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างแบรนด์กาแฟใหม่ แต่คือ การสร้างตลาดรองรับผลผลิตจากต้นน้ำ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน ไปจนถึงการเชื่อมสินค้าเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายเพื่อให้ถึงมือผู้บริโภค

นำกาแฟ 4 ลุ่มน้ำเข้าตลาดจริง ประเดิม Arabitia โลตัส 4 สาขา
ก้าวแรกของการผลักดันผลผลิตสู่ตลาด ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำเมล็ดกาแฟสเปเชียลตี้จากโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำในระบบวนเกษตรเข้าสู่ร้านกาแฟ Arabitia ของ โลตัส จำนวน 4 สาขานำร่อง ประกอบด้วย พัฒนาการ สุขาภิบาล 1 สุขุมวิท 50 และรามอินทรา
พร้อมกันนี้ยังต่อยอดด้วยการเปิด Pop-up Café ที่ Happitat เปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟจากแหล่งต้นน้ำทั้ง 4 สาย ซึ่งแต่ละพื้นที่มีรสชาติและคาแรกเตอร์แตกต่างกัน
ต้นน้ำปิง จ.เชียงใหม่ – เมล็ดกาแฟจากพื้นที่ดอยสูง ให้รสชาติเข้มข้นและบอดี้แน่น สะท้อนเอกลักษณ์ของแหล่งปลูกบนพื้นที่สูง
ต้นน้ำวัง จ.ลำปาง – มีความหวานนุ่มนวลและกลิ่นหอมดอกไม้ โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการแปรรูปอย่างพิถีพิถัน
ต้นน้ำยม จ.เชียงราย – โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์แบบฟรุตตี้ ให้ความสดชื่นจากโน้ตของผลไม้เมืองร้อน
ต้นน้ำน่าน จ.น่าน – มีรสชาติซับซ้อน มีมิติ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพื้นที่ต้นน้ำ
การนำกาแฟจากทั้ง 4 พื้นที่มารวมอยู่ภายใต้แบรนด์เดียวกัน ยังทำให้เรื่องราวของแต่ละลุ่มน้ำถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคผ่านผลิตภัณฑ์ ซึ่งนอกจากมิติด้านรสชาติแล้ว ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งผลิต ชุมชน และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ

เตรียมขยายสู่ “แม็คโคร–โลตัส” สร้างตลาดรองรับผลผลิตระยะยาว
อีกก้าวสำคัญคือการต่อยอดจากโครงการนำร่องไปสู่การสร้างตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการกำหนด มาตรฐานสินค้าและปริมาณการรับซื้อ เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้ชัดเจนขึ้น
ซีพี แอ็กซ์ตร้า เตรียมวางแผนขยายการจำหน่ายเมล็ดกาแฟภายใต้แบรนด์ “ปิง วัง ยม น่าน” ผ่านเครือข่ายของทั้ง แม็คโคร และโลตัส ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างตลาดรองรับผลผลิตจากชุมชนในระยะยาว
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการขยับจาก “สินค้าในชุมชน” ไปสู่ “สินค้าที่มีตลาดรองรับ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการยกระดับภาคเกษตรไทย เพราะทำให้มูลค่าของผลผลิตไม่จำเป็นต้องสิ้นสุดอยู่เพียงการจำหน่ายวัตถุดิบ แต่สามารถต่อยอดผ่านการพัฒนาคุณภาพ การสร้างแบรนด์ และการเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น
บทบาทของซีพี แอ็กซ์ตร้าในโมเดลนี้จึงอยู่ที่การทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อมระหว่าง “ต้นน้ำ” กับ “ตลาด” นำเครือข่ายค้าส่งและค้าปลีกเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าเกษตรจากพื้นที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และแข่งขันในตลาดยุคใหม่ได้

จากกาแฟหนึ่งแก้ว สู่โมเดล “ป่า–น้ำ–ชุมชน–ตลาด”
ในภาพที่ใหญ่ขึ้น “ปิง วัง ยม น่าน” จึงมีความหมายมากกว่าการเปิดตัวแบรนด์กาแฟ เพราะเป็นความพยายามสร้างระบบที่เชื่อมโยง “ป่า สายน้ำ ชุมชน และตลาด” เข้าด้วยกัน โดยใช้ผลิตภัณฑ์เป็นตัวกลางในการสร้างอาชีพและรายได้ ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ต้นน้ำไปยังผู้บริโภค
เมื่อเกษตรกรสามารถสร้างรายได้จากระบบการผลิตที่อยู่ร่วมกับป่าได้ การอนุรักษ์จึงไม่ใช่เพียงภาระหรือกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แต่สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจชุมชน และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
แนวคิดสำคัญที่อยู่เบื้องหลังโครงการคือ เมื่อป่าต้นน้ำกลับมาแข็งแรง สายน้ำสามารถไหลต่อ และชุมชนสามารถเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติได้
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังมีแผนต่อยอด “ปิง วัง ยม น่าน” ไปสู่ ผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ต้นน้ำประเภทอื่น ๆ ในอนาคต เพื่อขยายโอกาสให้สินค้าเกษตรไทยและชุมชนสามารถสร้างรายได้จากทรัพยากรในพื้นที่ พร้อมกับรักษาฐานทรัพยากรธรรมชาติให้เติบโตไปด้วยกัน

