GULF ปั้นวัฒนธรรมองค์กรสีเขียว จากนโยบาย ESG สู่พฤติกรรมพนักงาน ชวนพนักงานคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET นำไปเพิ่มมูลค่าและสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ กับโครงการ “ขอ ขวด ของเรา” ช่วยโลกลดคาร์บอน 3.42 ตัน
ความยั่งยืนขององค์กรอาจไม่ได้เริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเริ่มจาก “คน” และการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำได้ทุกวัน
นี่คือหนึ่งในแนวทางที่ GULF กำลังนำมาใช้ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน จากการวางนโยบาย ESG และพัฒนาทุนมนุษย์ ไปสู่การสร้าง “วัฒนธรรมองค์กรสีเขียว” (Green Corporate Culture) ที่ชวนให้พนักงานมองความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและชีวิตประจำวัน
หนึ่งในภาพสะท้อนที่เห็นได้ชัดคือโครงการ “ขอ ขวด ของเรา” ซึ่งเริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัวอย่างการคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET ภายในองค์กร ก่อนขยายจากสำนักงานใหญ่ไปยังโรงไฟฟ้า 7 แห่งในภาคตะวันออก และนำขวดที่พนักงานช่วยกันคัดแยกเข้าสู่กระบวนการ Upcycling

นับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2568 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2569 GULF สามารถคัดแยกขวด PET ได้สะสม 1,637 กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3.42 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)
แต่สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนขวดเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่ความพยายามทำให้ “การคัดแยกขยะ” กลายเป็นพฤติกรรมของคนในองค์กร และค่อย ๆ เปลี่ยนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมจากเรื่องระดับนโยบาย ให้กลายเป็นเรื่องที่พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมได้
จาก Sustainability Policy สู่การสร้าง “คน” ให้คิดเรื่องความยั่งยืน
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางด้านความยั่งยืนของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ที่วางเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมไว้ในระดับนโยบายองค์กร
Sustainability Policy ของ GULF กำหนดแนวทางการดำเนินงานให้ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม พร้อมส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนให้เกิดขึ้นทั้งในกลุ่มพนักงานและชุมชน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมความตระหนักและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นโยบายฉบับปัจจุบันได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 สะท้อนว่าการสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้ถูกวางไว้ในฐานะกิจกรรมเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของกรอบความยั่งยืนขององค์กร
ในระดับการกำกับดูแล GULF ยังมี คณะกรรมการด้านความยั่งยืน กำกับดูแลกิจการ และบริหารความเสี่ยง ในระดับคณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่กำหนดทิศทางและกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและความเสี่ยง โดยมีเป้าหมายหนึ่งคือการสร้างวัฒนธรรมทางธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
นั่นหมายความว่าโจทย์ด้านความยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่เพียงการกำหนดเป้าหมายขององค์กร แต่ต้องถูกส่งต่อไปยัง “คน” ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กรในแต่ละวัน
เมื่อพนักงานคือ “พลังขับเคลื่อน” ความยั่งยืน
อีกส่วนที่เชื่อมโยงกันคือแนวทางบริหาร Human Capital ของ GULF ซึ่งองค์กรระบุว่า “พนักงาน คือ พลังขับเคลื่อนองค์กร” โดยมุ่งพัฒนาความรู้ ส่งเสริมศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและการขยายตัวของธุรกิจ

แนวทางดังกล่าวดำเนินควบคู่กับ G-U-L-F Core Values ได้แก่ Goal-Oriented, Unity, Learning และ Flexible เพื่อสร้างกรอบความคิดและวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน ขณะที่การพัฒนาบุคลากรยังครอบคลุมองค์ความรู้ด้าน Health, Safety and Environment Awareness
เมื่อมองจากมุมนี้ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรสีเขียวจึงไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ในฝ่าย Sustainability หรือฝ่ายสิ่งแวดล้อม แต่สามารถเกิดขึ้นผ่านการทำให้พนักงานเข้าใจว่า การตัดสินใจและพฤติกรรมของตนเองมีผลต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างไร และ “ขอ ขวด ของเรา” ก็คือหนึ่งในพื้นที่ทดลองของแนวคิดดังกล่าว
“ขอ ขวด ของเรา” เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นพฤติกรรมประจำวัน
โครงการ “ขอ ขวด ของเรา” เริ่มต้นจากการชวนพนักงาน GULF คัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET และฝาขวดภายในสำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เพื่อให้ขยะถูกแยกอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง และสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการสร้างคุณค่าใหม่ผ่านการ Upcycling
ในปีแรก ขวด PET และฝาขวดที่พนักงานร่วมกันคัดแยกถูกนำไปสร้างเป็น สื่อการเรียนรู้รักษ์โลกสำหรับเด็กกว่า 300 ชุด ก่อนส่งต่อให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนทั่วประเทศ

โครงการจึงสร้างคุณค่ามากกว่าหนึ่งมิติ
จาก สิ่งแวดล้อม ที่ช่วยนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ แทนการกลายเป็นขยะ ไปสู่ สังคม ด้วยการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้เป็นสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก และกลับมาสู่ คนในองค์กร ที่ได้เห็นวงจรตั้งแต่การคัดแยกขยะในมือของตนเอง จนถึงปลายทางว่าทรัพยากรเหล่านั้นสามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นได้อย่างไร
ขยาย Green Culture จากสำนักงานใหญ่สู่ 7 โรงไฟฟ้าภาคตะวันออก
หลังจากดำเนินโครงการในสำนักงานใหญ่ GULF ขยาย “ขอ ขวด ของเรา” ในปีที่ 2 ไปยังโรงไฟฟ้าของกลุ่มในพื้นที่ภาคตะวันออก 7 แห่ง ระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 สามารถคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET และฝาขวดได้มากกว่า 1,183 กิโลกรัม ก่อนส่งต่อให้ วัดจากแดง เพื่อนำไป Upcycling เป็นผ้าไตรจีวร ผ้าห่ม เสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
ผลจากการดำเนินงานในช่วง 7 เดือนดังกล่าวช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2.48 tCO2e รวมตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2568 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2569 สามารถคัดแยกขวด PET ได้สะสม 1,637 กิโลกรัม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3.42 tCO2e
การขยายจากสำนักงานใหญ่ไปยังพื้นที่ปฏิบัติงาน จึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มจุดรับขวด เพราะเป็นการขยาย “พื้นที่ของการมีส่วนร่วม” ให้พนักงานในส่วนต่าง ๆ ขององค์กรสามารถลงมือทำเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง

GULF มอง “ความยั่งยืน” ต้องเริ่มจากพฤติกรรมที่ทำได้จริง
สิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการฝ่ายการวางแผนด้านกลยุทธ์ GULF อธิบายแนวคิดเบื้องหลังโครงการว่า โครงการ ‘ขอ ขวด ของเรา’ ส่งเสริมให้พนักงาน GULF เริ่มต้นดูแลสิ่งแวดล้อมจากพฤติกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันและยั่งยืน ด้วยการคัดแยกขยะขวดน้ำ PET เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการนำขยะเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง และนำไป Upcycling เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน
หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การทำให้พนักงานเห็นว่า “ของเหลือใช้” ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการเป็นขยะ หากมีการคัดแยกอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง ทรัพยากรเหล่านั้นสามารถถูกนำกลับเข้าสู่ระบบและสร้างประโยชน์ใหม่ได้
สิตมน ระบุว่า การรวบรวมขวด PET ใช้แล้ว 1,183 กิโลกรัมในปีนี้และนำกลับเข้าสู่กระบวนการ Upcycling เป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบใหม่เพื่อเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ มีดีไซน์ และมีมูลค่าหรือคุณภาพสูงกว่าเดิม
ผลสะสมตลอดโครงการที่คัดแยกขวด PET ได้ 1,637 กิโลกรัม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3.42 tCO2e ยังสะท้อนว่า การปลูกฝังวัฒนธรรมการคัดแยกและจัดการขยะภายในองค์กร เมื่อทำอย่างต่อเนื่องและขยายผล สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ให้เกิดผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้

จาก “พนักงาน” สู่พลเมืองที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
พนักงานจากสำนักงานภาคตะวันออกของกลุ่ม GULF ระบุว่า แม้การคัดแยกขยะจะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมคือการได้รู้ว่า ขวด PET ที่ตัวเองคัดแยกถูกส่งไปไหน และสร้างประโยชน์อย่างไร
เมื่อพฤติกรรมนี้ถูกทำซ้ำและส่งต่อ ก็มีโอกาสขยายจากพฤติกรรมของคนหนึ่งคน ไปสู่การสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง
พนักงานอีกคนสะท้อนในทิศทางเดียวกันว่า การได้เห็นกระบวนการตั้งแต่ต้นทางของการคัดแยกจนถึงการ Upcycling ทำให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า พนักงานทุกคนสามารถสร้างประโยชน์ต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และโลกได้
นี่อาจเป็นหัวใจสำคัญของ Green Corporate Culture เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการทำให้พนักงาน “รู้” ว่าองค์กรมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือการทำให้พวกเขา เข้าใจ ลงมือทำ และมองเห็นผลลัพธ์จากการกระทำของตัวเอง

วัดจากแดง เปลี่ยน “ขยะ” ให้กลับมาเป็นทรัพยากร
พระมหาประนอม ธัมมาลังกาโร เจ้าอาวาสวัดจากแดง ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะต้นแบบ ระบุว่า ความร่วมมือระหว่างวัดจากแดงกับ GULF ทำให้ขวด PET ถูกนำไป Upcycling เป็นผลิตภัณฑ์หลายประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้าและผ้าห่ม ขณะที่ฝาขวดสามารถนำไปผลิตเป็นพวงกุญแจที่ระลึก
“ถ้าเรามองของเหลือใช้เป็นขยะ ก็ต้องหาที่ทิ้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าเรามองเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตสิ่งของ ก็จะเกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเอง ทางโลก และทางธรรม”
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลัก Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่พยายามรักษาทรัพยากรให้อยู่ในระบบและสร้างคุณค่าให้นานที่สุด แทนรูปแบบการผลิต-ใช้-ทิ้งแบบเดิม

พระมหาประนอมยังชวนมองการจัดการขยะให้ลึกไปกว่านั้น โดยเสนอว่า นอกจากช่วยกันจัดการ “ขยะภายนอก” ผ่านการคัดแยกและนำกลับมาใช้ประโยชน์แล้ว คนเรายังสามารถฝึกจัดการ “ขยะในใจ” ทั้งความโกรธ ความน้อยใจและความยึดติด ผ่านสติ เมตตา การให้ และความเพียร เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อตัวเองและสังคมไปพร้อมกัน
Green Culture อาจเป็นอีกจิ๊กซอว์สำคัญของ ESG
ในวันที่หลายองค์กรประกาศเป้าหมาย ESG ลดคาร์บอน หรือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ความท้าทายที่สำคัญไม่แพ้การตั้งเป้าหมาย คือ ทำอย่างไรให้ความยั่งยืนไม่เป็นเพียงนโยบายขององค์กร แต่กลายเป็นวิธีคิดของคนในองค์กร
กรณีของ “ขอ ขวด ของเรา” อาจเป็นโครงการขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจและการลงทุนของ GULF แต่มีความน่าสนใจตรงที่ทำหน้าที่เชื่อม “นโยบาย – คน – พฤติกรรม – ผลลัพธ์” เข้าด้วยกัน
- จาก Sustainability Policy ระดับองค์กร มาสู่การสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมของพนักงาน
- จากการสร้างความตระหนัก มาสู่การลงมือคัดแยกขวด PET
- จากขวดใช้แล้ว มาสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่าน Upcycling
- และจากพฤติกรรมของพนักงาน มาสู่ประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

เพราะท้ายที่สุดแล้ว วัฒนธรรมองค์กรสีเขียวอาจไม่ได้วัดเพียงว่าองค์กรมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกี่ข้อ แต่อยู่ที่ว่าคนในองค์กรนำเรื่องเหล่านั้นไปปฏิบัติในชีวิตจริงมากน้อยเพียงใด และขวด PET หนึ่งใบที่ถูกแยกอย่างถูกต้อง อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการเปลี่ยน “นโยบายความยั่งยืน” ให้กลายเป็น “วัฒนธรรมที่ยั่งยืน” ภายในองค์กร

