GC “กล้าคิดให้แตกต่าง” และเปลี่ยนความยั่งยืนให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ตั้งแต่ SAF จากน้ำมันพืชใช้แล้ว การลดคาร์บอนกว่า 400,000 ตัน CO2e การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ไปจนถึง GC YOUเทิร์น ที่นำพลาสติกกว่า 122,000 ตันกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
หลายคนอาจมองว่า “ความยั่งยืน” เป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเพียงเป้าหมายที่องค์กรธุรกิจทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ แต่สำหรับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายบนเวทีธุรกิจ หากเป็น “วิธีคิด” ที่ถูกนำมาใช้ในทุกกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงการสร้างนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน
GC เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) ควบคู่กับ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้กลายเป็นผลลัพธ์จริง ทั้งการนำพลาสติกใช้แล้วกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ การพัฒนาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการต่อยอดเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน
ทั้งหมดสะท้อนแนวคิดสำคัญของ GC คือ “ความแตกต่างที่สร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้องค์กรได้รับการยอมรับผ่านรางวัลและการประเมินด้านความยั่งยืนระดับโลกอย่างต่อเนื่อง จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้งต่อธุรกิจ สังคม และโลก

จาก ESG สู่ “นวัตกรรม” เปลี่ยนแนวคิดให้เกิดผลลัพธ์จริง
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้แนวทางความยั่งยืนของ GC แตกต่าง คือความสามารถในการเปลี่ยนแนวคิดให้เกิดผลลัพธ์ ผ่านการนำ “นวัตกรรม” มาใช้แก้ปัญหาและสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือการพัฒนา Sustainable Aviation Fuel (SAF) หรือเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน จากน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil) เป็นรายแรกในประเทศไทย
GC ต่อยอดการผลิต SAF จากโครงสร้างพื้นฐานและองค์ความรู้เดิม ทำให้สามารถผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงงานใหม่ พร้อมต่อยอดไปสู่เคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ซึ่งนอกจากช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรที่ผ่านการใช้งานแล้วอีกด้วย
เดินหน้า Net Zero 2050 ลดคาร์บอนสะสมกว่า 400,000 ตัน CO2e
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการเดินหน้าสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และการลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ
ในช่วงปี 2564–2568 GC สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้มากกว่า 400,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) สะท้อนการเปลี่ยนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้
ขณะเดียวกัน การจัดการทรัพยากรน้ำยังเป็นอีกหนึ่งมิติที่ GC นำนวัตกรรมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยี Wastewater Reverse Osmosis (WWRO) มาใช้เพื่อนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ ส่งผลให้สามารถ ลดการใช้น้ำจืดจากธรรมชาติได้ถึง 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

GC YOUเทิร์น ดึงพันธมิตร 140 องค์กร ปั้น Circular Economy ให้เกิดขึ้นจริง
นอกเหนือจากการลดคาร์บอนและบริหารจัดการทรัพยากรแล้ว โครงการ GC YOUเทิร์น ยังเป็นอีกตัวอย่างของการผลักดัน Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการดังกล่าวเกิดจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรกว่า 140 องค์กรทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมี จุดรับพลาสติกใช้แล้วมากกว่า 400 จุด และสามารถนำพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้แล้ว มากกว่า 122,000 ตัน
แนวทางดังกล่าวทำให้ “ขยะพลาสติก” ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นปลายทางของการบริโภค สามารถกลับเข้าสู่ระบบและถูกนำมาสร้างคุณค่าใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริง
GC ขึ้นอันดับ 1 โลกกลุ่มเคมีภัณฑ์ จาก S&P Global CSA 7 ปีต่อเนื่อง
หนึ่งในภาพสะท้อนสำคัญของการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน คือการได้รับการยอมรับจากเวทีระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ผ่านทั้งรางวัลและดัชนีด้าน ESG ซึ่งสะท้อนตั้งแต่วิธีคิด การลงมือทำ ไปจนถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
GC ได้รับการจัดอันดับเป็น บริษัทอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ จากการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 และได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 ท่ามกลางบริษัทกว่า 9,200 แห่งทั่วโลก
นอกจากนี้ GC ยังได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก ทั้ง Dow Jones Best-in-Class World Index และ Emerging Markets Index รวมถึงได้รับคะแนนสูงสุดระดับ “A” ด้าน Water Security จาก CDP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สะท้อนการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพในระดับสากล
ขณะที่ในประเทศไทย GC ได้รับ SET ESG Ratings ระดับสูงสุด “AAA” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 11

แม้แต่ละเวทีจะมีหลักเกณฑ์การประเมินแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาในทิศทางเดียวกัน คือความสามารถของ GC ในการนำแนวคิด ESG มาสร้างผลลัพธ์ระยะยาว ทั้งต่อธุรกิจ ผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม

