Easy Money Group เปิดตัวโครงการ “แว่นบุญ” เดินหน้ากลยุทธ์ CSR เชิงรุก มอบแว่นฟรีให้ผู้ด้อยโอกาสทั่วไทย เชื่อมต่อ “โอกาส” กับแบรนด์ ตั้งเป้าจัดต่อเนื่อง 3-4 ครั้งต่อปี หรือประมาณ 1,500-2,000 ชิ้นต่อปี เล็งขยายพื้นที่ไปยังภาคอีสาน ภาคเหนือ นครปฐม และจังหวัดอื่น ๆ ที่มีความต้องการสูง พร้อมรีเฟรมภาพลักษณ์ธุรกิจโรงรับจำนำสู่การเป็น “ทางเลือกทางการเงิน” ของคนไทย
สิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร Easy Money Group กล่าวว่า บริษัท ดำเนินกิจกรรม CSR มาอย่างต่อเนื่องตลอด 21 ปี ทั้งด้านสุขภาพ ศาสนา สิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือชุมชน แต่ที่ผ่านมาโครงการยังมีลักษณะ “กระจัดกระจาย” ตามบริบทของแต่ละพื้นที่

ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ ผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดจากการมองว่า “ปัญหาสายตา” เป็นอุปสรรคด้านคุณภาพชีวิตที่กระทบกับคนทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงแว่นสายตา เราพบว่า การมองเห็นที่ดี เป็นพื้นฐานของโอกาสในชีวิต ไม่ว่าจะใช้ในการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน บริษัทจึงพัฒนาโครงการ “แว่นบุญ” เพื่อต่ยออดสู่โอกาสแห่งการให้ระยะยาว และสามารถต่อยอดเป็นยุทธศาสตร์ CSR หลักขององค์กร
— สิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ
เปิดชุมชน “เคหะร่มเกล้า” พื้นที่นำร่อง “แว่นบุญ”
ชุมชน “เคหะร่มเกล้า” คือพื้นที่แรกที่ใช้เป็นพื้นที่นำร่อง โครงการ “แว่นบุญ” ปีแรก ซึ่งชุมชนนี้มีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และกลุ่มผู้มีรายได้น้อย การทำงานเริ่มตั้งแต่การลงพื้นที่สำรวจความต้องการ ตั้งบูธรับลงทะเบียนตามแฟลต ชุมชน และตลาด หลังจากนั้น มีการคัดกรองผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน เข้าสู่กระบวนการตรวจวัดสายตาและตัดแว่นจริง

สุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Easy Money Group ระบุว่า ปัญหาสายตาคือความจำเป็นพื้นฐาน แต่ด้วยข้อจำกัดด้านรายได้ทำให้หลายคนเข้าไม่ถึงบริการที่มีคุณภาพ
“มีคุณยายคนหนึ่งถามว่า หลังตัดแว่นแล้วต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม เพราะที่ผ่านมาเคยเจอโครงการที่แจกแต่ต้องจ่ายเพิ่ม เราจึงยืนยันว่าไม่มีค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว”
มุ่งมั่นสร้างผลกระทบระยะยาว
Easy Money Group ใช้งบประมาณเฉลี่ย 200,000 บาทต่อครั้ง เฉพาะค่าใช้จ่ายหลัก โดยยังไม่รวมต้นทุนสถานที่และบุคลากร โดยตั้งเป้าจัดโครงการ “แว่นบุญ” 3-4 ครั้งต่อปี หรือคิดเป็นจำนวนแว่นประมาณ 1,500-2,000 ชิ้นต่อปี พร้อมขยายพื้นที่ไปยังภาคอีสาน ภาคเหนือ นครปฐม และจังหวัดอื่น ๆ ที่มีความต้องการสูง สำหรับครั้งที่ 2 จะดำเนินโครงการในพื้นที่จังหวัดนครปฐม
สิทธิวิชญ์ กล่าวว่า เป้าหมายระยะยาวคือการผลักดันให้โครงการสามารถมอบแว่นได้ถึง 50,000 อันทั่วประเทศ…“แว่นหนึ่งอันสร้างผลต่อเนื่องในชีวิตคนได้ยาวนานกว่าอุปกรณ์ช่วยเหลือหลายประเภท”
CSR ยุคใหม่ของ Easy Money เชื่อม “โอกาส” กับแบรนด์
สุธี ยอมรับว่า CSR ในอดีตขององค์กรเกิดขึ้นในลักษณะ “Local-based” หรือขับเคลื่อนโดยแต่ละสาขาตามปัญหาในพื้นที่ เช่น สนับสนุนเครื่องดนตรีไทยให้โรงเรียน, ซื้อแตงโมช่วยเกษตรกรช่วงราคาตก, ช่วยชาวนาโดยรับซื้อข้าวแจกชุมชน, สร้างห้องความดันลบช่วงโควิด, แจกหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ยังชีพ และยังสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนและผู้สูงอายุ
ปัจจุบัน Easy Money มีสาขากว่า 98 แห่งทั่วประเทศ และกำลังปรับ CSR ให้มี “Focus Area” ชัดเจนขึ้น ได้แก่ การศึกษา เยาวชน คุณภาพชีวิต และการเข้าถึงโอกาสทางสังคม
ทั้งหมดเชื่อมโยงกับ Brand Tagline ขององค์กรคือ “เพื่อโอกาส”

รีเฟรมภาพธุรกิจโรงรับจำนำ สู่ “Asset-backed Financing”
นอกจาก CSR แล้ว Easy Money ยังเดินหน้าปรับภาพลักษณ์ธุรกิจโรงรับจำนำครั้งใหญ่ ผ่านแนวคิด “Asset-backed Financing” หรือการใช้สินทรัพย์เป็นหลักประกันเพื่อสร้างสภาพคล่อง
สิทธิวิชญ์ ระบุว่า คนไทยจำนวนมากยังติดภาพจำว่า “โรงรับจำนำ” คือสถานที่สำหรับผู้เดือดร้อน แต่พฤติกรรมผู้ใช้บริการจริงเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการและกลุ่มค้าขายออนไลน์
“เราเป็นเหมือน Nursery ให้ลูกค้าแบงก์ เมื่อลูกค้ายังไม่พร้อมกู้ธนาคาร เขาก็มาใช้เรา พอแข็งแรงแล้วก็ไปต่อกับแบงก์”
บริษัทระบุว่า จุดแข็งของบริการคือ ไม่เช็ครายได้ ไม่เช็คเครดิตบูโร ไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง ไม่มีค่าปรับ สามารถได้รับเงินภายใน 15 นาที โดยทรัพย์ที่นำมาจำนำไม่ได้จำกัดเฉพาะทองคำ แต่รวมถึงนาฬิกาหรู กระเป๋าแบรนด์เนม และสินทรัพย์มูลค่าสูงอื่น ๆ

เตรียมเปิดตัว “Board Game การเงิน” เจาะ Gen Z ครึ่งปีหลัง
Easy Money ยังเตรียมต่อยอดแนวคิด “สร้างโอกาสทางการเงิน” ผ่านโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยการพัฒนา “Board Game การเงิน” สำหรับคนรุ่นใหม่อายุ 20-40 ปี
เกมดังกล่าวจะจำลองสถานการณ์การบริหารเงินและสภาพคล่อง เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้สินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ แทนการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ
สุธี ระบุว่า ระบบการเงินไทยยังมี “ช่องว่าง” สำหรับคนที่ต้องการเงินทุนทันที แม้มีสินทรัพย์อยู่ในมือ แต่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้

Easy Money มอง CSR เป็นการ “อยู่ร่วมกับชุมชน”
ผู้บริหารย้ำว่า เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์องค์กร แต่ต้องการให้ชุมชนมองว่า Easy Money เป็น “ส่วนหนึ่ง” ของพื้นที่
“เราอยากเป็นที่รักของคนในชุมชนที่เราไปอยู่”
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก CSR เชิงกิจกรรม ไปสู่ “CSR เชิงกลยุทธ์” ที่ผูกเข้ากับแบรนด์ ธุรกิจ และผลกระทบทางสังคมในระยะยาว และในช่วงครึ่งปีหลัง Easy Money ยังมีแผนจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการนำบอร์ดเกม เข้ามาเสริมสร้างความรู้ พัฒนาทักษะการออม การบริหารเงินให้กับคนรุ่นใหม่เพิ่มเติม

