Carbon Markets Club เร่งปั้นคนรุ่นใหม่ รับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เจาะกลยุทธ์บางจาก ดึง 9 มหาวิทยาลัยร่วมสร้างบุคลากร ESG ท่ามกลางแรงกดดันด้านคาร์บอนโลก
การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจไทย หลังมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและภาษีคาร์บอนจากประเทศคู่ค้า ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
ล่าสุด Carbon Markets Club (CMC) ซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มบางจากและเครือข่ายพันธมิตรภาคธุรกิจ ประกาศความร่วมมือโครงการ “Bangchak Group x University Gen Z-ESG” ร่วมกับ สอวช. และมหาวิทยาลัยชั้นนำ 9 แห่ง เพื่อพัฒนาทักษะด้าน ESG คาร์บอน และนวัตกรรมความยั่งยืนให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นการขยายบทบาทจากการสร้างความรู้ด้านตลาดคาร์บอน สู่การลงทุนใน “ทุนมนุษย์” ที่อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญของเศรษฐกิจยุค Net Zero ในอนาคต

Carbon Markets Club เติบโตอย่างไรใน 5 ปี
กลอยตา ณ ถลาง ประธาน Carbon Markets Club กล่าวว่า Carbon Markets Club ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 2564 ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านคาร์บอนเครดิตและเป้าหมาย Net Zero ของภาคธุรกิจ โดยเริ่มต้นจากองค์กรผู้ก่อตั้ง 11 แห่ง ก่อนขยายสู่เครือข่ายสมาชิกมากกว่า 1,800 ราย ทั้งในรูปแบบองค์กรและบุคคล และขยายความร่วมมือสู่ภาคการศึกษา 9 มหาวิทยาลัย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา CMC มีบทบาทในการเผยแพร่ความรู้ด้าน Climate Action, Net Zero, Carbon Neutrality และสนับสนุนกลไกตลาดคาร์บอนของประเทศไทย รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับองค์กรและบุคคล

“คนรุ่นใหม่” เป้าหมายใหม่ของตลาดคาร์บอน
แม้ตลาดคาร์บอนจะเติบโตต่อเนื่อง แต่หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของประเทศไทยคือการขาดบุคลากรที่มีความรู้ด้าน ESG การจัดการคาร์บอน และเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ โครงการ Bangchak Group x University Gen Z-ESG จึงถูกออกแบบเพื่อเชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคธุรกิจ ผ่านกิจกรรมสำคัญ ได้แก่
- ESG Ecosystem and Knowledge Hub
- ESG Master Class
- Hackathon ด้านพลังงานและความยั่งยืน

- CMC Brand Ambassador
- Young Entrepreneurs Program
- โครงการฝึกงานและเรียนรู้จากสถานประกอบการจริง
มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

สะท้อนความต้องการแรงงาน ESG ที่เพิ่มขึ้น
ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา หลายอุตสาหกรรมเริ่มเผชิญแรงกดดันจากมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของคู่ค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการภาษีคาร์บอนของสหภาพยุโรป (CBAM) ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรม CSR แต่เป็นการเตรียมกำลังคนที่มีทักษะด้าน Carbon Management, Life Cycle Assessment (LCA), Circular Economy และ Climate Technology ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในตลาดแรงงาน
ตลาดคาร์บอนกำลังก้าวสู่ระยะ “คุณภาพมากกว่าปริมาณ”
ผู้บริหาร CMC ระบุว่า ความต้องการของตลาดโลกในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นจำนวนคาร์บอนเครดิตเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการซื้อขายข้ามพรมแดน แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการจัดตั้ง ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) ซึ่งมุ่งยกระดับมาตรฐานและเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนในภูมิภาคอาเซียน

โอกาสใหม่ของ Climate Tech และ Startup ไทย
การเชื่อมโยงแหล่งทุนด้านนวัตกรรมเข้ากับมหาวิทยาลัยและนักศึกษา เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ จากการแลกเปลี่ยนภายในงาน มีการกล่าวถึงโอกาสในการสนับสนุน Climate Tech Startup ผ่านเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และกองทุนวิจัย ซึ่งอาจช่วยเร่งให้เกิดธุรกิจใหม่ด้านพลังงานสะอาด การบริหารจัดการคาร์บอน และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในอนาคต
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่ส่งผลทั้งต่อการดำเนินชีวิตและการดำเนินธุรกิจ พร้อมย้ำว่าการสร้างความรู้และความร่วมมือคือปัจจัยสำคัญในการรับมือกับความท้าทายในระยะยาว
ขณะที่ กลอยตา ระบุว่า การพัฒนาระบบนิเวศคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้าน ESG เข้ากับการดำเนินธุรกิจจริงได้

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในตลาดคาร์บอนเมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน แต่ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่ การพัฒนาบุคลากรด้าน ESG และ Carbon Management การยกระดับมาตรฐานคาร์บอนเครดิตให้สอดคล้องกับสากล การเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนในระดับภูมิภาค และการสร้างนวัตกรรม Climate Tech ที่สามารถแข่งขันได้
การขยับตัวของ Carbon Markets Club ในครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันด้านความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นการแข่งขันด้าน “คน ความรู้ และนวัตกรรม” ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในยุคคาร์บอนต่ำ

