AOT ผนึก PTT ลงนาม MOU ยกระดับศักยภาพองค์กร ภายใต้โครงการคู่ความร่วมมือรัฐวิสาหกิจ เดินหน้าพลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก ลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ต่อยอดจุดแข็งธุรกิจการบินและพลังงาน ผลักดันสนามบินไทยสู่ Green Airport และการเติบโตอย่างยั่งยืน
ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ 2 รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของประเทศ เมื่อ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) ด้านการพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือครั้งนี้มีมิติที่มากกว่าการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากครอบคลุมตั้งแต่ พลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึง Digital Technology และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสนามบินไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
AOT-PTT เชื่อมจุดแข็ง “สนามบิน-พลังงาน”
การลงนาม MOU มี ศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด AOT และ รัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ PTT เป็นผู้ลงนาม
MOU ฉบับนี้จะทำหน้าที่เป็นกรอบสำหรับการดำเนินงานร่วมกันของทั้งสององค์กร โดยนำความเชี่ยวชาญของ AOT ในฐานะผู้บริหารท่าอากาศยานหลักของประเทศ มาผสานกับองค์ความรู้และศักยภาพของ PTT ด้านพลังงาน เทคโนโลยี วิศวกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการศึกษาต่อยอด พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก รวมถึงแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมพัฒนาเทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

จาก Clean Energy ถึง AI วางโครงสร้างสนามบินแห่งอนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม แต่ครอบคลุมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
การเชื่อมองค์ความรู้ระหว่างสององค์กรจึงเปิดโอกาสในการพัฒนาโครงการที่สร้างคุณค่าร่วมกันทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การบริหารจัดการพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีช่วยบริหารจัดการระบบต่างๆ ภายในองค์กรและท่าอากาศยาน
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมของ AOT ที่กำลังพัฒนา Green Airport Master Plan ควบคู่กับ Carbon Management Plan และ Energy Conservation Plan โดย AOT ระบุด้วยว่า มีเป้าหมายผลักดันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เป็นต้นแบบ Green Airport ของประเทศไทย
นอกจากนี้ AOT ยังมีแนวคิดด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมหลายโครงการ อาทิ การศึกษาการนำของเสียและตะกอนไขมันจากระบบบำบัดน้ำเสียของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปผลิต เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) และการศึกษาการผลิตพลังงานจากแรงกดของผู้โดยสารบริเวณทางเดินภายในสนามบิน ซึ่งสะท้อนทิศทางการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดการพึ่งพาพลังงานคาร์บอน

ส่วนหนึ่ง “โครงการคู่ความร่วมมือรัฐวิสาหกิจ”
MOU ระหว่าง AOT และ PTT ยังอยู่ภายใต้ โครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ ตามแนวทางของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งมอบหมายให้ทั้งสององค์กรเป็นคู่ความร่วมมือในการศึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Core Business Enablers
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายให้รัฐวิสาหกิจนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีมาแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรและสร้างความยั่งยืนให้แก่รัฐวิสาหกิจ
ข้อมูลของ สคร. ระบุว่า โครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจดำเนินการมาเป็น ปีที่ 3 และในปี 2569 มีรัฐวิสาหกิจคู่ความร่วมมือใหม่เพิ่มเติม 22 แห่ง แบ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ให้การสนับสนุน 11 แห่ง และรัฐวิสาหกิจที่รับการสนับสนุน 11 แห่ง โดยมุ่งยกระดับผลการดำเนินงานด้าน Core Business Enablers ร่วมกัน

Green Airport โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมการบิน
ความร่วมมือ AOT–PTT จึงมีความน่าสนใจในมิติของการนำศักยภาพจากธุรกิจที่แตกต่างกันมาเชื่อมต่อกัน โดย AOT มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าอากาศยาน ขณะที่ PTT มีฐานองค์ความรู้ด้านพลังงาน วิศวกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
หากสามารถต่อยอด MOU ไปสู่โครงการที่เกิดขึ้นจริง ความร่วมมือนี้จะมีส่วนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสนามบินไทยไปสู่ Green Airport ผ่านการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการนำ Digital Technology และ AI มาช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการ
นี่จึงเป็นอีกก้าวของการเชื่อมโยง “โครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน” เข้ากับ “โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน” เพื่อสร้างระบบนิเวศที่รองรับทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจและโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมขยับเป้าหมาย Green Airport จากแนวคิดด้านความยั่งยืนไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานที่จับต้องได้มากขึ้นในระยะยาว

