แม็คโคร กะบี่ -โลตัส โก เฟรช กระบี่ ทาวน์ ได้รับการรับรอง Zero Waste to Landfill Store จาก LRQA สะท้อนแนวทางจัดการขยะและอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ ป้องกันขยะตั้งแต่ต้นทาง ไปจนถึงการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างมูลค่า ซีพี แอ็กซ์ตร้า ตั้งเป้าลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ภายในปี 2573
รับรอง 2 สาขา เดินหน้าจัดการขยะครบวงจร
ธุรกิจค้าปลีกมีโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การวางแผนสินค้า การควบคุมสินค้าคงคลัง ไปจนถึงอาหารส่วนเกินและบรรจุภัณฑ์ที่เหลือจากการจำหน่าย การลดขยะจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการคัดแยกก่อนทิ้ง แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การป้องกันไม่ให้เกิดของเสียด้วย
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกแม็คโคร-โลตัส ระบุว่า แม็คโคร สาขากระบี่ และโลตัส โก เฟรช สาขากระบี่ ทาวน์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน Zero Waste to Landfill Store หรือสาขาปลอดขยะสู่การฝังกลบ จาก LRQA องค์กรตรวจประเมินอิสระระดับโลกโดยซีพี แอ็กซ์ตร้าเป็นบริษัทแรกของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้
บริษัทวางเป้าหมายลดขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ภายในปี 2573 ผ่านแนวทางจัดการขยะอาหารและวัสดุเหลือใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

3 ยุทธศาสตร์หลัก วัดผล ป้องกัน และนำกลับมาใช้ประโยชน์
ซีพี แอ็กซ์ตร้าแบ่งแนวทางจัดการขยะออกเป็น 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ Measure, Prevent และ Divert ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การทำความเข้าใจปัญหา การลดขยะที่ต้นทาง ไปจนถึงการหาทางใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้ง
1. Measure: วัดผลอย่างแม่นยำ
บริษัทเก็บข้อมูลแหล่งที่มา ประเภท และปริมาณขยะรวมถึงอาหารส่วนเกินอย่างละเอียด เพื่อนำมาวิเคราะห์สาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไขให้เหมาะกับแต่ละสาขา โดยใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานในการติดตามและบริหารจัดการขยะ
2. Prevent: ป้องกันการเกิดขยะตั้งแต่ต้นทาง
การลดขยะเริ่มตั้งแต่การวางแผนผลผลิต โดยร่วมมือกับผู้ผลิตและเกษตรกรเพื่อบริหารปริมาณสินค้าให้เหมาะสม พร้อมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เช่น ถุงหายใจได้และ Skin Pack เพื่อช่วยยืดอายุความสดของผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์

ด้านการบริหารสินค้า บริษัทนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบคาดการณ์ความต้องการสินค้า (Demand Forecast System) มาใช้ประกอบการควบคุมคำสั่งซื้อและสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับยอดขายจริงในแต่ละวัน รวมถึงบริหารสินค้าที่ใกล้หมดอายุเพื่อลดโอกาสเกิดขยะและรักษามูลค่าของสินค้า
3. Divert: เบี่ยงเบนขยะจากหลุมฝังกลบและสร้างมูลค่า
บริษัทดำเนินโครงการจัดการอาหารส่วนเกินและวัสดุเหลือใช้หลายรูปแบบ ได้แก่
กินได้ไม่ทิ้งกัน: ส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดีและปลอดภัยให้ชุมชนเปราะบางและผู้ขาดโอกาส โดยร่วมมือกับกรุงเทพมหานครและมูลนิธิ SOS
สนับสนุนสวัสดิภาพสัตว์: ส่งมอบอาหารส่วนเกินจากสาขาแม็คโครและโลตัสให้สถานีเพาะเลี้ยงและศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศ
From Waste to Wealth: นำเศษอาหารไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์หรือปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร

พลาสติกคืนค่า (AXTRA Circular Impacts): ร่วมมือกับกรมควบคุมมลพิษ ติดตั้งเครื่องรับคืนขวดพลาสติก (RVM) และจัดตลาดนัดรีไซเคิล เพื่อนำขวด PET และบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยระบุว่ามีการนำวัสดุกลับไปแปรรูปเป็นสินค้าใหม่ เช่น เสื้อสะท้อนแสงสำหรับพนักงานกวาดขยะกรุงเทพมหานคร
ผลิตพลังงานทดแทน: นำขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตพลังงานทดแทน
แนวทางเหล่านี้สะท้อนการจัดการขยะหลายระดับ ตั้งแต่การป้องกันไม่ให้เกิดของเสีย การส่งต่ออาหารที่ยังใช้ประโยชน์ได้ ไปจนถึงการรีไซเคิลและนำขยะที่เหลือไปใช้เป็นเชื้อเพลิง

เป้าหมายปี 2573 กับโจทย์พิสูจน์ผลลัพธ์ที่วัดได้
การได้รับการรับรองจาก LRQA เป็นอีกก้าวหนึ่งของซีพี แอ็กซ์ตร้าในการดำเนินงานด้านการจัดการขยะ อย่างไรก็ตาม การประเมินความก้าวหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ภายในปี 2573 จำเป็นต้องพิจารณาผลการดำเนินงานที่วัดได้ควบคู่กัน
สำหรับธุรกิจค้าปลีก การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมเพียงด้านเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับการวางแผนสินค้า การลดอาหารสูญเสีย และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนแนวทางดำเนินงานให้เป็นผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้อย่างต่อเนื่อง




