ตลาด Music Streaming ไทยยังมีโอกาสเติบโต โดยมีมูลค่า 6,475 ล้านบาท และส่วน Audio-Ads Streaming ขยายตัว 34.8% JOOX จึงเดินหน้าสร้างความแตกต่างผ่านอัลบั้ม “JOOX ORIGINAL 100 แรงม้า” พร้อมเชื่อมคอนเทนต์เพลงเข้ากับคอนเสิร์ต สิทธิประโยชน์สมาชิก และกิจกรรมแฟนคลับ เพื่อขยายการมีส่วนร่วมของผู้ฟังบนแพลตฟอร์ม
ตลาดเพลงดิจิทัลโต เปิดพื้นที่แข่งขันด้วยประสบการณ์ผู้ฟัง
การแข่งขันในตลาด Music Streaming ไม่ได้จำกัดอยู่ที่จำนวนเพลงหรือการเพิ่มผู้ใช้งานอีกต่อไป เมื่อแพลตฟอร์มต้องสร้างเหตุผลให้ผู้ฟังเลือกกลับมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง คอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับศิลปินจึงกลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของการแข่งขัน
ข้อมูลที่ได้รับระบุว่า ตลาด Music Streaming ของไทยมีมูลค่า 6,475 ล้านบาท เติบโต 13.4% สูงกว่าอัตราการเติบโตของตลาดโลกที่ 7.7% ขณะที่ตลาด Audio-Ads Streaming ในไทยเติบโต 34.8% และ Subscription Music Streaming เติบโต 13.1%
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก MIDiA ที่ถูกรายงานผ่านสื่อไทยคาดการณ์ว่า จำนวนผู้สมัครสมาชิก Music Streaming แบบ Subscription ในไทยอาจเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปี 2023 อย่างไรก็ตาม การเติบโตของแต่ละรูปแบบบริการมีปัจจัยและฐานการคำนวณแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำอัตราการเติบโตมาเปรียบเทียบโดยไม่พิจารณาบริบท

สำหรับผู้ให้บริการ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ แต่การเติบโตในระยะยาวยังต้องอาศัยความสามารถในการดึงดูดผู้ฟัง สร้างความผูกพัน และทำให้บริการมีคุณค่ามากกว่าการเป็นช่องทางเปิดเพลง
JOOX ดัน Original Content ผ่านอัลบั้ม 100 แรงม้า
JOOX ภายใต้ Tencent Music Entertainment (TME) นำกลยุทธ์ Original Content กลับมาต่อยอดผ่านโปรเจกต์ “JOOX ORIGINAL ALBUM 100 แรงม้า” ซึ่งต่อเนื่องจาก JOOX Original 100×100 Season 1–3 ที่ข้อมูลต้นฉบับระบุว่าเคยสร้างเพลงฮิตระดับหลักร้อยล้านวิวมาแล้วทั้ง 3 อัลบั้ม
อัลบั้มใหม่นี้ประกอบด้วย 5 เพลงจากศิลปิน 10 คน ครอบคลุมแนว Rock, Country และ Hip-Hop โดยใช้การร่วมงานระหว่างศิลปินที่มีสไตล์และฐานผู้ฟังแตกต่างกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผลงานเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังที่หลากหลาย
รายชื่อศิลปินประกอบด้วย ก้านตอง ทุ่งเงิน, แพร ชนา, FULL, เล็ก รัชเมศฐ์, SPRITE, ปลาย กนกพร, เน็ค นฤพล, BOVINI, J JAZZSPER และบาส Go Went Go ซึ่งมีฐานผู้ติดตามรวมทุกแพลตฟอร์มเกือบ 20 ล้าน Followers ตามข้อมูลที่ได้รับ
แนวทางดังกล่าวทำให้ Original Content มีบทบาทมากกว่าการผลิตเพลงใหม่ เพราะยังเป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่างให้แพลตฟอร์ม และเพิ่มโอกาสในการดึงผู้ฟังให้เข้ามารับฟังคอนเทนต์เฉพาะบน JOOX

5 เพลงใหม่ เชื่อมการฟังออนไลน์กับเวทีจริง
ทั้ง 5 เพลงของอัลบั้ม 100 แรงม้ามีกำหนดทยอยเผยแพร่ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคมของปีที่ระบุในข้อมูลต้นฉบับ โดยเปิดตัวแล้ว 2 เพลง ได้แก่ “อกหักตอนฝนตก” จาก J JAZZSPER x SPRITE และ “เธอไหวฉันก็ไหว” จาก ก้านตอง x เล็ก รัชเมศฐ์ ซึ่งเปิดให้ฟังแบบ Exclusive บน JOOX เท่านั้น
นอกจากการรับฟังเพลงบนแพลตฟอร์มแล้ว JOOX ยังวางแผนต่อยอดโปรเจกต์สู่ประสบการณ์ออฟไลน์ ผ่าน Special Show ของ 100 แรงม้า ในงานม่วนรังสิต Fest และ BIG MOUNTAIN VILLAGE ในเดือนธันวาคม
การเชื่อมต่อระหว่างคอนเทนต์ออนไลน์กับกิจกรรมบนเวทีช่วยขยายรูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ฟัง จากการเปิดเพลงฟังไปสู่การสัมผัสประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปินและผลงานโดยตรง
จาก Music Content สู่ Music Experience
JOOX วางคอนเสิร์ตและ Music Festival เป็นอีกหนึ่งช่องทางเชื่อมโลกออนไลน์กับประสบการณ์จริง โดยตั้งเป้าเข้าถึงผู้ชมจากงานคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีมากกว่า 300,000 คนตลอดทั้งปี ครอบคลุมทุกภูมิภาค เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้งานปัจจุบัน
ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มเข้าร่วมกิจกรรมดนตรีหลายงาน อาทิ Monster Music Fest, GFEST Marathon Concert และ PERSES “UNCENSORED” CONCERT ซึ่งมีผู้ชมรวมกว่า 60,000 คน ตามข้อมูลที่ได้รับ
อีกส่วนหนึ่งคือ JOOX VIP ซึ่งนำเสนอสิทธิประโยชน์มากกว่าการฟังเพลงแบบ Premium ทั้งการเข้าถึงบัตรคอนเสิร์ต การฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณาคั่น ระบบเสียง Hi-Fi และการดาวน์โหลดเพลงเพื่อฟังแบบ Offline

กลยุทธ์นี้สะท้อนแนวทางการเพิ่มคุณค่าของสมาชิกผ่านสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับดนตรี ไม่ได้พึ่งพาการฟังเพลงเพียงอย่างเดียว
Fandom Economy เมื่อการฟังเพลงต่อยอดเป็นความผูกพัน
นอกจากคอนเสิร์ตและสิทธิประโยชน์สมาชิก JOOX ยังพัฒนากิจกรรมที่เชื่อมโยงกับ Fandom Economy ผ่าน JOOX Starlight Card และ JOOX Snap Card ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้สะสมการ์ดศิลปินบนแพลตฟอร์ม และมีส่วนร่วมกับเพลงผ่านกิจกรรมฟัง Like, Comment, Save และ Share
เมื่อสะสมครบตามเงื่อนไข ผู้ใช้สามารถนำไปแลกเป็นการ์ดจริงเพื่อเก็บสะสมได้ โดย JOOX เคยดำเนินกิจกรรมกับศิลปินระดับโลกอย่าง BIGBANG และ BLACKPINK ก่อนต่อยอดสู่ศิลปินไทยที่มีฐานแฟนคลับแข็งแรง
ข้อมูลจาก JOOX ระบุว่า แคมเปญของ POOH & PAVEL และ LOOKMHEE & SONYA สามารถสร้างยอดสะสม Snap Card สูงสุดในประเทศไทย และช่วยเพิ่มยอดสตรีมของทั้งสองคู่ได้ 16 เท่า ขณะที่กิจกรรม Live Chat ยังสร้างกระแสบน X จนติดอันดับ 10 ในประเทศไทย และอันดับ 37 ของโลก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลลัพธ์ของแคมเปญที่รายงานในข้อมูลต้นฉบับ ยังต้องพิจารณารายละเอียดช่วงเวลา ฐานเปรียบเทียบ และวิธีวัดผลเพิ่มเติม หากต้องการประเมินผลเชิงธุรกิจอย่างรอบด้าน
เกมแข่งขันที่วัดมากกว่ายอดสตรีม
ทิศทางของ JOOX สะท้อนการขยายบทบาทของแพลตฟอร์มเพลงดิจิทัล จากบริการรับฟังเพลงไปสู่ระบบนิเวศที่เชื่อม Original Content สมาชิก คอนเสิร์ต และกิจกรรมแฟนคลับเข้าด้วยกัน
โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือ ความสามารถในการเปลี่ยนความสนใจที่เกิดจากเพลงหรือกิจกรรมเฉพาะให้กลายเป็นการใช้งานต่อเนื่อง รวมถึงการรักษาความสัมพันธ์กับผู้ฟังกลุ่มต่าง ๆ โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะช่วงที่มีแคมเปญ
สำหรับตลาด Music Streaming ไทย การแข่งขันจึงมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับคุณค่าที่ผู้ฟังได้รับจากแพลตฟอร์มมากขึ้น ทั้งความแตกต่างของคอนเทนต์ ประสบการณ์ร่วมกับศิลปิน และความสามารถในการสร้างชุมชนแฟนเพลง ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาธุรกิจเพลงดิจิทัลต่อไป

