AIS ขับเคลื่อนต่อเนื่องโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 280 องค์กร ควบคู่กับการสื่อสารสร้างสรรค์ผ่านแคมเปญ “Countdown to the Taste of Tomorrow” ล่าสุด รับ 6 รางวัลจาก 5 เวทีระดับประเทศและนานาชาติ ประจำปี 2026
ขยะอิเล็กทรอนิกส์กับโจทย์การจัดการที่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ
การเติบโตของเทคโนโลยี ทำให้การจัดการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุการใช้งาน เป็นอีกประเด็นสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม เพราะการจัดการขยะประเภทนี้ จำเป็นต้องคำนึงถึงความถูกต้องและความปลอดภัยของกระบวนการ ไม่ใช่เพียงการนำอุปกรณ์ที่ไม่ใช้แล้วออกจากบ้านหรือสำนักงานเท่านั้น
ความท้าทายจึงอยู่ที่การทำให้ประชาชนเข้าใจว่าควรจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างไร และมีช่องทางใดที่ช่วยให้สามารถส่งต่อเข้าสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสมได้อย่างสะดวก
ภายใต้โจทย์ดังกล่าว AIS เดินหน้าโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” โดยร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 280 องค์กร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน สามารถส่งต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้องและปลอดภัย ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย

แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเครือข่ายความร่วมมือในการขยายการจัดการ E-Waste จากประเด็นที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบเพียงลำพัง ไปสู่การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
อย่างไรก็ตาม ความเข้มแข็งของระบบจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังต้องพิจารณาจากผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้ควบคู่กัน ทั้งปริมาณขยะที่รวบรวมเข้าสู่ระบบ ความครอบคลุมของช่องทางรับทิ้ง และความต่อเนื่องของการมีส่วนร่วมจากประชาชนและองค์กร ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินผลสำเร็จในระยะยาว
ใช้เรื่องอาหารไทยสื่อสาร E-Waste ให้ใกล้ตัวมากขึ้น
นอกเหนือจากการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การสื่อสารให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ AIS ให้ความสำคัญ ผ่านแคมเปญ “Countdown to the Taste of Tomorrow” ภายใต้โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste”
แคมเปญนี้นำอาหารไทย 4 เมนูที่คุ้นเคย ได้แก่ ต้มยำกุ้ง ผัดไทย ต้มข่าไก่ และส้มตำ มาเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความเชื่อมโยงระหว่าง E-Waste กับอนาคตของอาหารไทย โดยเล่าถึงผลกระทบที่อาจเชื่อมโยงกับดิน น้ำ วัตถุดิบ และห่วงโซ่อาหาร หากขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี
การหยิบเรื่องอาหารซึ่งอยู่ใกล้ตัวผู้คนมาเป็นจุดตั้งต้น ช่วยเปลี่ยนประเด็นสิ่งแวดล้อมที่มีรายละเอียดซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น และทำให้ผู้ชมมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการจัดการขยะกับคุณภาพชีวิตในอนาคต
สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า ยิ่งเทคโนโลยีเดินหน้าเร็วเท่าไร ความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเทคโนโลยีก็ยิ่งต้องก้าวตามไปด้วย
การพัฒนาสังคมดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างนวัตกรรมเพื่อปัจจุบัน แต่ต้องคำนึงถึงการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตด้วย โดย AIS ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้การใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

คว้า 6 รางวัลจาก 5 เวที ตอกย้ำการยอมรับด้านการสื่อสารเพื่อสังคม
แคมเปญ “Countdown to the Taste of Tomorrow” ได้รับรางวัลรวม 6 รางวัลจาก 5 เวทีระดับประเทศ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และนานาชาติ ประจำปี 2026 ครอบคลุมผลงานด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ การตลาดคอนเทนต์ ความคิดสร้างสรรค์ ประเด็นสังคม และสิ่งแวดล้อม
รางวัลที่ได้รับประกอบด้วย
Gold — Marketing Excellence Awards 2026 สาขา Excellence in Communications / Public Relations จัดโดย Marketing-Interactive
Gold — Content Marketing Awards Asia Pacific 2026 สาขา Best CSR / Social Impact Content Campaign จัดโดย MARKETECH APAC
Silver — Creativepool Annual 2026 สาขา Social Good
Silver — Advertising Awards Asia Pacific 2026 สาขา Best Social Cause Advertising Campaign
Bronze 2 รางวัล — The AdForum PHNX Awards 2026 สาขา Public Relations และ Environmental
การได้รับรางวัลจากเวทีเหล่านี้สะท้อนการยอมรับผลงานในมิติการสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการนำประเด็น E-Waste มาถ่ายทอดให้เข้าถึงผู้คนผ่านเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม รางวัลด้านการสื่อสารควรพิจารณาควบคู่กับข้อมูลผลการดำเนินงานของโครงการ เพื่อให้เห็นภาพความสำเร็จทั้งในด้านการสร้างการรับรู้และการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นจริง

จากการสร้างการรับรู้สู่การจัดการขยะที่วัดผลได้
สายชล ระบุว่า จะเดินหน้าโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม พร้อมพัฒนารูปแบบการสื่อสารที่เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง เพื่อส่งเสริมให้การแยกและส่งต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
โจทย์สำคัญในระยะต่อไปคือการทำให้ความตระหนักรู้เปลี่ยนเป็นพฤติกรรมที่ต่อเนื่อง และสามารถติดตามผลได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อมูลที่ควรติดตาม ได้แก่ ปริมาณ E-Waste ที่รวบรวมและส่งเข้าสู่กระบวนการจัดการ จำนวนจุดรับทิ้งที่ใช้งานได้จริง ความครอบคลุมของเครือข่าย และสัดส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชน
การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพไม่สามารถอาศัยการสื่อสารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีทั้งความรู้ ช่องทางส่งต่อที่เข้าถึงได้ ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และระบบติดตามผลที่โปร่งใส
สำหรับโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” เครือข่ายความร่วมมือกว่า 280 องค์กรและการต่อยอดแคมเปญสู่เวทีรางวัลระดับประเทศและนานาชาติ เป็นองค์ประกอบที่บริษัทนำเสนอในการขับเคลื่อนภารกิจนี้ ขณะที่การเปิดเผยผลลัพธ์ด้านการจัดการขยะอย่างต่อเนื่องจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้สังคมประเมินความก้าวหน้าและผลกระทบของโครงการได้ชัดเจนยิ่งขึ้น




