เกือบ 90% ของประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ กำหนดเป้าหมายระดับชาติแล้ว แต่รายงานสหประชาชาติชี้ เป้าหมายที่ได้รับการประเมิน ยังมีไม่ถึงครึ่งที่อยู่บนเส้นทางสู่ความสำเร็จ ขณะที่เส้นตายปี 2030 ใกล้เข้ามา โลกจึงต้องเร่งเปลี่ยนพันธกรณีให้เป็นการลงมือทำจริง พร้อมอุดช่องว่างด้านเงินทุน นโยบาย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ประเทศส่วนใหญ่มีเป้าหมาย แต่ความก้าวหน้ายังไม่ทันเส้นตาย
รายงาน State of Biodiversity Action ซึ่งอันโตนิอู กูแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ เปิดตัวก่อนการประชุมระดับโลกว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพที่เยเรวาน เป็นการประเมินความก้าวหน้าร่วมกันระดับโลกครั้งแรกภายใต้กรอบการทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพโลกคุนหมิง-มอนทรีออล (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework)
กรอบดังกล่าวได้รับการรับรองในเดือนธันวาคม 2022 (พ.ศ. 2565) ประกอบด้วยเป้าหมาย 23 ข้อที่มุ่งหยุดยั้งและพลิกฟื้นการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2030 พร้อมเป้าหมายระยะยาวอีก 4 ข้อสำหรับปี 2050
รายงานระบุว่า ประเทศต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการกำหนดพันธกรณีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเกือบ 90% ของภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ทั้ง 196 ภาคี กำหนดเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติแล้ว ขณะที่เกือบ 60% จัดทำกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ และมากกว่า 70% ส่งรายงานระดับชาติ
นอกจากนี้ ชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น รัฐบาลระดับภูมิภาคย่อย ภาคธุรกิจ และองค์กรภาคประชาสังคม ได้ลงทะเบียนพันธกรณีรวมประมาณ 5,000 รายการ
อย่างไรก็ตาม การมีเป้าหมายและพันธกรณีจำนวนมากยังไม่เพียงพอที่จะรับประกันผลสำเร็จ เพราะเป้าหมายระดับชาติที่ประเทศต่าง ๆ ประเมินแล้วมีไม่ถึงครึ่งที่อยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ช่องว่างนี้สะท้อนความท้าทายสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ นั่นคือ การเปลี่ยนแผนที่ประกาศไว้ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
เป้าหมายระดับชาติยังมีช่องว่าง ทั้งพื้นที่อนุรักษ์และแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ
แม้เป้าหมายระดับชาติจะครอบคลุมเป้าหมายระดับโลกโดยเฉลี่ย 22 จากทั้งหมด 23 ข้อ แต่หลายประเทศยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายครอบคลุมรายละเอียดที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเป้าหมายที่ 18 ซึ่งเรียกร้องให้จัดการแรงจูงใจที่เป็นอันตรายต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และลดการอุดหนุนที่ก่อผลเสียต่อธรรมชาติ รายงานพบว่า ประเทศต่าง ๆ มีเป้าหมายส่งเสริมแรงจูงใจเชิงบวกอยู่บ้าง แต่มีจำนวนน้อยกว่ามากที่ให้คำมั่นเกี่ยวกับการลดเงินอุดหนุนที่เป็นอันตราย
อีกประเด็นคือเป้าหมายที่ 3 ซึ่งมุ่งอนุรักษ์พื้นที่ทางบกและทางทะเลอย่างน้อย 30% ภายในปี 2030 รายงานระบุว่าคำมั่นในปัจจุบันยังห่างไกลจากเป้าหมายระดับโลกดังกล่าว
นอกเหนือจากความทะเยอทะยานที่ยังไม่เพียงพอ รายงานยังชี้ถึงช่องว่างด้านเงินทุน วิธีดำเนินงาน ความร่วมมือระหว่างภาคส่วน ตลอดจนข้อมูลและองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการติดตามความก้าวหน้า
กลุ่มเป้าหมายที่ต้องอาศัยการดำเนินงานนอกเหนือจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มล้าหลังมากที่สุด โดยเฉพาะการดำเนินงานของภาคธุรกิจ การบริโภคอย่างยั่งยืน การจัดการแรงจูงใจที่เป็นอันตราย และการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ
การแก้ปัญหาต้องครอบคลุมเศรษฐกิจ การเงิน และภาคธุรกิจ
กรอบความหลากหลายทางชีวภาพโลกครอบคลุมปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการสูญเสียธรรมชาติ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและทะเล การใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตอย่างไม่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่รุกราน รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเงินที่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
การดำเนินงานจึงไม่อาจจำกัดอยู่ในหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม แต่ต้องเชื่อมโยงนโยบายของภาคเกษตร ประมง ป่าไม้ โครงสร้างพื้นฐาน การเงิน และธุรกิจเข้าด้วยกัน
แนวทางที่รายงานให้ความสำคัญ ได้แก่ การปฏิรูปแรงจูงใจที่ส่งผลเสียต่อธรรมชาติ การสนับสนุนรูปแบบการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน การปรับปรุงการเปิดเผยข้อมูลของภาคธุรกิจเกี่ยวกับผลกระทบและการพึ่งพาความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนการนำเงินลงทุนไปสนับสนุนการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างยั่งยืน
อันโตนิอู กูแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า รายงานนี้แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบสำคัญหลายประการของความก้าวหน้า ทั้งเงินทุน ขีดความสามารถ ความร่วมมือ และข้อมูล ยัง ‘หายไปจากการปฏิบัติ’ ธรรมชาติจะไม่เจริญงอกงามได้ด้วยเจตนาดีเพียงอย่างเดียว
เลขาธิการสหประชาชาติ ยังเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการมีส่วนร่วมของชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งองค์ความรู้ดั้งเดิมและการดูแลรักษาของชุมชนมีส่วนช่วยปกป้องระบบนิเวศ การดำเนินงานเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางอาหารและน้ำ สุขภาพ การดำรงชีวิต และความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
เขายังเรียกร้องให้เพิ่มการสนับสนุนด้านเงินทุนและเทคนิค โดยเฉพาะแก่ประเทศกำลังพัฒนา ควบคู่กับการปฏิรูปเงินอุดหนุนที่เป็นอันตราย การส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ และการบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับนโยบายสาธารณะและงบประมาณให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
COP 17 จุดเปลี่ยนสู่การเร่งดำเนินงานก่อนปี 2030
รายงาน State of Biodiversity Action จะเป็นข้อมูลประกอบการทบทวนความก้าวหน้าร่วมกันครั้งแรกภายใต้กรอบความหลากหลายทางชีวภาพโลก ใน CBD COP17 หรือการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity – CBD) เพื่อหารือทิศทางการอนุรักษ์ธรรมชาติของโลกในช่วงเวลาที่เหลือก่อนถึงปี 2030 ระหว่างวันที่ 19–30 ตุลาคม 2026
ฮัมบาร์ดซุม มาเตโวสยาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของอาร์เมเนียและประธาน COP 17 ที่กำลังจะรับตำแหน่ง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ต้องช่วยให้ประเทศต่าง ๆ ประเมินได้ว่าความคืบหน้าอยู่ในระดับใด มาตรการใดได้ผล ช่องว่างสำคัญอยู่ตรงไหน และต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อเร่งการดำเนินงาน
ด้านอิงเงอร์ แอนเดอร์เซน ผู้อำนวยการบริหารโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า โลกมีความก้าวหน้าแต่ยังต้องดำเนินการมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เร่งตัวขึ้นเพิ่มแรงกดดันต่อธรรมชาติ
เธอย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษ ไม่สามารถแก้ไขแยกออกจากกันได้

ขณะที่แอสตริด โชมาเคอร์ เลขาธิการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันปิดช่องว่างที่ยังเหลืออยู่ ต่อยอดความสำเร็จที่ผ่านมา เสริมสร้างความร่วมมือ และนำความหลากหลายทางชีวภาพเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจทั่วทั้งภาครัฐและสังคม
เปลี่ยนพันธกรณีให้ตรวจสอบได้
ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือการเปลี่ยนพันธกรณีให้เป็นการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการเพิ่มเงินทุนและขีดความสามารถ การลดแรงจูงใจที่เป็นอันตราย การปรับแนวทางลงทุนและการบริโภค ตลอดจนการสร้างระบบข้อมูลที่ช่วยติดตามผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การประชุม COP 17 จึงเป็นเวทีสำคัญสำหรับประเมินว่าประเทศต่าง ๆ อยู่ห่างจากเป้าหมายปี 2030 เพียงใด และจะเร่งการดำเนินงานร่วมกันอย่างไร
สำหรับภาคธุรกิจและผู้กำหนดนโยบาย ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการประกาศเจตนารมณ์ด้านธรรมชาติ แต่ยังรวมถึงการนำความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปอยู่ในกระบวนการตัดสินใจ การจัดสรรงบประมาณ และการดำเนินงานจริง เพื่อให้ความพยายามระดับโลกนำไปสู่การหยุดยั้งและพลิกฟื้นการสูญเสียธรรมชาติได้ตามเป้าหมาย
ที่มา : https://www.cbd.int/globalreview/report2026-launch
: https://armenia.un.org/en/289877-conference-parties-convention-biological-diversity-cop17




