โอสถสภา ปักหมุดโครงการ OSP Bottle to Bottle ฉลองครบ 135 ปี นำขวดแก้วหลังการบริโภคกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ตั้งเป้ารวบรวมเศษแก้ว 625,000 ตันภายในปี 2030 พร้อมขยายความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ ชุมชน ผู้รับซื้อของเก่า และพนักงานจิตอาสา เพื่อสร้างระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์แก้วอย่างเป็นรูปธรรม
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ยกระดับโครงการ “OSP Bottle to Bottle” เป็นโครงการ CSR สำคัญขององค์กร โดยมุ่งเพิ่มการเก็บกลับขวดแก้วหลังการบริโภค โดยเฉพาะขวดแก้วขนาดเล็กที่มีโอกาสหลุดออกจากระบบจัดการขยะ เพื่อนำมาคัดแยกและรีไซเคิลเป็นเศษแก้วสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขวดแก้วใบใหม่
แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน Closed-Loop Glass Circularity หรือระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์แก้วแบบครบวงจร ซึ่งเชื่อมโยงการผลิต การใช้บรรจุภัณฑ์ และการจัดการหลังการบริโภคเข้าด้วยกัน เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดโอกาสที่ขวดแก้วจะตกค้างในสิ่งแวดล้อม

OSP ตั้งเป้ารวบรวมเศษแก้ว 625,000 ตันภายในปี 2030
มุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OSP กล่าวว่า OSP ใช้ขวดแก้วเป็นหนึ่งในบรรจุภัณฑ์หลัก การนำขวดแก้วหลังการบริโภคกลับเข้าสู่ระบบจึงเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทตั้งเป้ารวบรวมเศษแก้วให้ได้ 625,000 ตันภายในปี 2030 ซึ่งตามข้อมูลของบริษัท คิดเป็น 99% ของประมาณการยอดขาย M-150 ระหว่างปี 2026–2030
เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนความพยายามขยายระบบเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะขวดแก้วขนาดเล็ก ผ่านการเพิ่มพื้นที่ดำเนินงาน ช่องทางรวบรวม และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้ขวดแก้วหลังการบริโภคกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายจำเป็นต้องอาศัยระบบรวบรวมที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงความร่วมมือจากผู้บริโภค ผู้เก็บและผู้รับซื้อของเก่า ชุมชน และภาคธุรกิจ เพื่อให้ขวดแก้วถูกคัดแยกและส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง
ผนึกภาครัฐและชุมชน เก็บขยะชายหาดแหลมฉบัง
อีกหนึ่งกิจกรรมภายใต้โครงการคือการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ เครือข่ายในพื้นที่ ชุมชน และพนักงานจิตอาสา “โอสถสภา หัวใจทำดี” จัดกิจกรรมเก็บและคัดแยกขยะบริเวณชายหาดแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม

อุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางมีความสำคัญต่อการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยการนำขวดแก้วขนาดเล็กที่ตกค้างกลับเข้าสู่ระบบช่วยลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม ผู้คน และสัตว์ในพื้นที่ อีกทั้งยังมีโอกาสสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน
ด้านอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ระบุว่า การสร้างความเข้าใจและส่งเสริมให้ประชาชนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเองเป็นเรื่องสำคัญ ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นโอกาสในการขยายการมีส่วนร่วมไปยังพื้นที่อื่น เพื่อให้การดูแลสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ขวดแก้วที่รวบรวมได้จะถูกนำไปคัดแยกและแปรรูปเป็นเศษแก้ว หรือ cullet ก่อนนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขวดแก้วใหม่ กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และอาจช่วยลดการใช้วัตถุดิบใหม่และพลังงานในการผลิต ทั้งนี้ ผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของระบบรวบรวม การคัดแยก และกระบวนการรีไซเคิลด้วย
3 กลไกขยายระบบเก็บกลับขวดแก้ว
OSP วางแนวทางขยายเครือข่ายการรวบรวมขวดแก้วผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่
1. เชื่อมโยงผู้เก็บและผู้รับซื้อของเก่าโดยตรง
บริษัทมุ่งเพิ่มโอกาสในการรวบรวมขวดแก้ว โดยเฉพาะขวดขนาดเล็ก ผ่านกลไกราคาเป็นธรรม (Fair Pricing) และการชำระเงินที่รวดเร็ว (Faster Payment) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้เก็บและผู้รับซื้อของเก่ามีส่วนร่วมในระบบมากขึ้น

2. ขยายเครือข่ายพันธมิตร
OSP เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจ ผู้รับซื้อของเก่า ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และบริษัทสมาชิก 40 แห่ง เพื่อส่งเสริมการคัดแยกและรวบรวมขวดแก้วตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเพิ่มจุดและช่องทางการรวบรวม
3. ส่งเสริมพนักงานจิตอาสาให้มีส่วนร่วม
พนักงานจิตอาสา “โอสถสภา หัวใจทำดี” มีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมรวบรวมขวดแก้วและกิจกรรมดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน เพื่อเปลี่ยนแนวคิดเรื่องความยั่งยืนให้เป็นการลงมือทำที่บุคลากรและคนในพื้นที่สามารถมีส่วนร่วมได้
จาก CSR สู่การสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
การยกระดับ OSP Bottle to Bottle เป็นโครงการ CSR สำคัญในวาระครบรอบ 135 ปี สะท้อนแนวทางที่ OSP เชื่อมโยงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับธุรกิจหลักขององค์กร โดยใช้การเก็บกลับบรรจุภัณฑ์เป็นกลไกเพิ่มการหมุนเวียนทรัพยากร

ความท้าทายสำคัญต่อจากนี้คือการทำให้ระบบเก็บกลับขวดแก้วมีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะขวดแก้วขนาดเล็กที่อาจหลุดจากระบบรวบรวม ตลอดจนการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้ผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางจนถึงโรงงานรีไซเคิล
หากสามารถขยายเครือข่ายและติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล ลดการสูญเสียทรัพยากร และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์แก้วในประเทศไทยv


