กทม.วางแผนจัดการขยะหลังน้ำท่วมเป็น 2 ระดับ ทั้งเก็บขยะระหว่างยังมีน้ำและเร่ง Big Cleaning ทันทีเมื่อน้ำลด พร้อมจับคู่ 50 เขต โยกเจ้าหน้าที่ รถขยะ รถดัมพ์ และเรือ เข้าช่วยพื้นที่ที่ขาดกำลัง โดยตั้งเป้าไม่ให้ขยะตกค้างบนถนนใหญ่ก่อนเปิดทำงานและเปิดเรียน
ขยะหลังน้ำท่วมต้องจัดการ “สองจังหวะ” ทั้งพื้นที่ยังมีน้ำและพื้นที่น้ำลดแล้ว
การจัดการขยะในพื้นที่น้ำท่วมของกรุงเทพมหานครกำลังถูกแบ่งออกเป็น 2 ภารกิจหลัก คือ การจัดเก็บขยะในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม และการเร่งเก็บกวาดครั้งใหญ่ในพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว เพื่อไม่ให้ขยะตกค้างกลายเป็นปัญหาซ้ำหลังสถานการณ์คลี่คลาย
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อดีตผู้บริหารด้านความยั่งยืนคนแรกของ กทม.ระบุว่า สำนักงานเขตต้องประเมินทรัพยากรของตัวเองก่อน ทั้งจำนวนเจ้าหน้าที่และยานพาหนะว่าสามารถเข้าพื้นที่ได้หรือไม่ หากรถขยะไม่สามารถเข้าไปได้ อาจต้องใช้รถดัมพ์หรือเรือเข้าช่วยขนขยะออกจากพื้นที่
ขณะเดียวกัน บางเขตมีเจ้าหน้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ กทม.จึงต้องบริหาร “Demand-Supply” ระหว่างเขตที่ต้องการกำลังเสริมกับเขตที่ยังมีศักยภาพในการส่งเจ้าหน้าที่และทรัพยากรไปช่วยพื้นที่อื่น

จับคู่ 50 เขต โยกกำลังจากพื้นที่ไม่วิกฤตช่วยพื้นที่น้ำท่วม
กทม.ได้ซักซ้อมการบริหารจัดการขยะร่วมกับทั้ง 50 เขต และวางระบบจับคู่เขตที่ไม่ได้ประสบวิกฤตน้ำท่วมกับเขตที่กำลังเผชิญปัญหา โดยให้สำนักสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่เป็นส่วนกลางในการประสานและจัดสรรทรัพยากร ตัวอย่างการจับคู่ ได้แก่ เขตหลักสี่ที่ประสบภัย มีเขตดินแดงและสาทรเข้าช่วย ขณะที่ดอนเมืองมีเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเข้าช่วย และบางกะปิมีบางคอแหลมและตลิ่งชันเข้ามาสนับสนุน
รูปแบบดังกล่าวครอบคลุมทั้งกำลังคนและอุปกรณ์ โดยแต่ละเขตต้องรายงานว่าพื้นที่ใดเป็นจุดสำคัญที่ต้องการกำลังเพิ่มเติม เพื่อให้ส่วนกลางสามารถกระจายทรัพยากรไปยังพื้นที่ที่จำเป็นได้เร็วขึ้น
น้ำลดเมื่อไร ต้อง Big Cleaning ทันที
สำหรับพื้นที่ที่น้ำลดและสามารถเข้าทำงานได้แล้ว กทม.กำหนดให้เริ่ม Big Cleaning ได้ทันทีภายในวันนั้นหรือวันถัดไป โดยเป้าหมายคือเร่งเคลียร์ขยะให้หมดภายในวันเดียวในจุดที่มีความพร้อมด้านกำลัง
ผู้บริหาร กทม. ยกตัวอย่างพื้นที่ที่เริ่มดำเนินการ ได้แก่ เขตห้วยขวาง บริเวณถนนเพชรบุรี และพื้นที่สวนริมคลองแสนแสบ รวมถึงหมู่บ้านชินเขตที่มีแผน Cleaning ในช่วงเวลา 13.00 น.
การทำความสะอาดจะเน้นขยะชิ้นใหญ่ กระสอบทรายที่ตกค้างจากสถานการณ์น้ำท่วม และขยะทั่วไป โดยสำนักงานเขตจะกำหนดจุดทิ้งขยะและนำรถที่เหมาะสมเข้าพื้นที่ ทั้งรถขยะและรถดัมพ์สำหรับขนย้ายออก

หากพื้นที่มีลักษณะลึกจนรถขยะไม่สามารถเข้าได้ กทม.กำลังระดมทรัพยากรประเภทเรือเพื่อใช้ขนขยะออกจากพื้นที่ด้วย
“น้ำลดปุ๊บเนี่ย ต้องรีบเคลียร์ขยะชิ้นใหญ่ออกให้หมดเลย ไม่ให้มีขยะตกค้าง”
— ผู้บริหาร กทม.
ขยะปลายทางยังใช้ 3 จุดเดิม อ่อนนุช–หนองแขม–สายไหม
หลังเก็บขยะออกจากพื้นที่แล้ว ขยะจะถูกนำไปยังจุดรับขยะเดิมของ กทม. ได้แก่ อ่อนนุช หนองแขม และสายไหม ซึ่งผู้บริหารระบุว่าสามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ
สำหรับบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ที่น้ำแห้งแล้ว กทม.จะกลับเข้าสู่รอบการเก็บขยะตามปกติ ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำค้างอยู่ แต่ละเขตต้องกำหนดจุดทิ้งขยะให้ชัดเจน เช่น จุดที่จัดไว้ตามหมู่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะถูกนำไปกองกระจายตามซอย
กทม.ยังเตรียมสื่อสารข้อมูลจุดเก็บขยะชิ้นใหญ่ฟรีในช่วงวิกฤตผ่านเว็บไซต์ Greener Bangkok เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าจุดใดมีบริการเก็บขยะชิ้นใหญ่ในแต่ละวัน

อีกโจทย์ที่ต้องเร่งพร้อมกันคือ “รถจอดทิ้ง” บนเส้นทางหลัก
นอกจากขยะแล้ว กทม.ยังเร่งจัดการรถยนต์ที่ถูกจอดทิ้งไว้ตามจุดเสี่ยง โดยให้ฝ่ายเทศกิจของแต่ละเขตออกสำรวจพื้นที่ว่าจุดใดมีรถจอดไม่เป็นระเบียบหรือเป็นอุปสรรคต่อการสัญจร
ขั้นแรกคือการสื่อสารให้เจ้าของรถนำรถกลับออกจากพื้นที่ หากไม่สามารถดำเนินการได้ กทม.จะนำรถลากเข้าช่วยเคลื่อนย้าย โดยประสานตำรวจเพื่อจัดระเบียบรถให้อยู่ชิดทางหรือไม่กีดขวางเส้นทางมากที่สุด
พื้นที่เป้าหมายที่ผู้บริหารระบุว่ากำลังเร่งดำเนินการ ได้แก่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ คลองตัน และพื้นที่บริเวณรามคำแหง เนื่องจากต้องเตรียมเส้นทางรองรับการกลับมาเปิดทำงานและเปิดเรียน
“พรุ่งนี้ต้องไม่มีแบบพวกขยะตกค้างอะไรอยู่บนถนนใหญ่นะครับ”
— ผู้บริหาร กทม.
สุขาภิบาลศูนย์พักพิงยังอยู่ในแผนเฝ้าระวัง
อีกด้านหนึ่ง กทม.ยังให้ความสำคัญกับสุขาภิบาลในศูนย์พักพิง โดยมอบหมายให้สำนักอนามัยส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบศูนย์พักพิงในประเด็นความสะอาด น้ำเสีย และสุขาภิบาล โดยเฉพาะห้องน้ำ
ข้อมูลจากผู้บริหารระบุว่า ขณะสัมภาษณ์ศูนย์พักพิงผ่านเกณฑ์ แต่ยังมีการเฝ้าระวังต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดจากภาคเอกชน เพื่อนำเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยดูแลพื้นที่

จาก “เก็บขยะ” สู่การเคลียร์พื้นที่ให้กลับมาใช้งาน
ขั้นตอนต่อไปของ กทม. คือให้แต่ละเขตสำรวจพื้นที่ที่น้ำลดแล้วและรายงานทันทีว่าจุดใดพร้อมทำ Big Cleaning และจุดใดต้องการกำลังจากเขตอื่น เพื่อให้ส่วนกลางสามารถจัดสรรทรัพยากรได้ทันที
ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมและไม่สามารถใช้รถขยะเข้าถึงได้ จะต้องใช้ทรัพยากรที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ เช่น เรือ ขณะที่พื้นที่น้ำลดแล้วจะเร่งเก็บขยะชิ้นใหญ่ กระสอบทราย และขยะทั่วไปออกจากพื้นที่
โจทย์สำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงที่ “ขยะจะถูกเก็บเมื่อไร” แต่คือการบริหารกำลังคน ยานพาหนะ และอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ที่แตกต่างกัน เพื่อให้หลังน้ำลด พื้นที่สามารถกลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด และลดปัญหาขยะตกค้างบนเส้นทางหลัก


