TOA เปิดแคมเปญ “TOA Wood Expert ดูแลไม้ไปด้วยกัน” พร้อมเชื่อมการดูแลวัสดุในชีวิตประจำวันเข้ากับโครงการคาร์บอนเครดิตป่าชุมชน 6,000 ไร่ ครอบคลุม 111 ชุมชนใน 5 จังหวัด อย่างไรก็ตาม คุณค่าด้านสภาพภูมิอากาศของโครงการจะวัดได้ชัดเจนขึ้น เมื่อมีการเปิดเผยปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บได้ สถานะการรับรอง และผลประโยชน์ที่ชุมชนได้รับ
6,000 ไร่ 111 ชุมชน เชื่อมการตลาดกับคาร์บอนเครดิตป่าไม้
แนวคิดหลักของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA กับการทำแคมเปญคือ “ดูแลไม้ในบ้าน เท่ากับดูแลไม้ในป่า” ชวนผู้บริโภคมองว่าการบำรุงรักษาไม้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงรักษาพื้นผิวหรือความสวยงาม แต่ยังช่วยยืดอายุชิ้นงาน ลดความถี่ในการเปลี่ยน และอาจลดความต้องการใช้วัตถุดิบใหม่ โดย TOA ใช้ “พี่ช่างจ๊อบ” คาแรกเตอร์กระรอกผู้เชี่ยวชาญเรื่องไม้ เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้เข้าถึงผู้บริโภคหลายวัย
TOA ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้ “โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ครอบคลุมพื้นที่ในสัดส่วนที่ TOA สนับสนุนรวม 6,000 ไร่ เชื่อมโยง 111 ชุมชนในเชียงราย เชียงใหม่ ตาก ยโสธร และอำนาจเจริญ
เป้าหมายของความร่วมมือประกอบด้วยการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารป่าชุมชน การเพิ่มแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

“Carbon Sink” หรือแหล่งดูดซับคาร์บอน หมายถึงระบบธรรมชาติหรือระบบที่มนุษย์จัดการซึ่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศ เช่น ป่าไม้ แต่การมีพื้นที่ป่าไม่ได้หมายความว่าจะเกิดคาร์บอนเครดิตโดยอัตโนมัติ ปริมาณที่นำไปออกเครดิตต้องผ่านกระบวนการกำหนดฐานอ้างอิง ตรวจวัด รายงาน และทวนสอบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ระบุว่า โครงการนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 โดยข้อมูลผู้รับประโยชน์ปี 2566 ครอบคลุมป่า 147,037 ไร่ และ 120 ชุมชนทั่วประเทศ กลไกโครงการให้ภาคเอกชนสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดทำฐานข้อมูลและพัฒนาคาร์บอนเครดิต ขณะที่รายได้ของชุมชนอยู่ในรูปกองทุนหมู่บ้านสำหรับดูแลป่าและพัฒนาคุณภาพชีวิต
ข้อมูลอีกชุดที่มูลนิธิฯ เผยแพร่ในปี 2567 ระบุว่า การดำเนินงานสามระยะแรกครอบคลุมพื้นที่ 192,646 ไร่ ป่าชุมชน 127 แห่ง ประชาชนกว่า 71,834 คน และมีกองทุนรวมกว่า 66.4 ล้านบาท สะท้อนว่าคาร์บอนเครดิตป่าไม้สามารถเป็นทั้งเครื่องมือด้านภูมิอากาศและกลไกทางเศรษฐกิจของชุมชนได้ หากมีระบบแบ่งปันผลประโยชน์ที่ตรวจสอบได้

จาก Product Showcase สู่การแข่งขันด้วยองค์ความรู้
TOA จัดงาน “TOA Wood Expert ดูแลไม้ไปด้วยกัน” ระหว่างวันที่ 17–23 กันยายน 2569 ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา ภายในงานมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ดูแลไม้ การให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ DIY Workshop และกิจกรรม Interactive ที่อธิบายความเชื่อมโยงระหว่างไม้ในบ้านกับพื้นที่ป่า
ในเชิงธุรกิจ รูปแบบดังกล่าวทำให้การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลไม้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ราคา สี หรือความทนทานเท่านั้น แต่ขยายไปสู่องค์ความรู้ ประสบการณ์การใช้งาน และความสามารถในการแสดงผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบได้
งานยังมีกิจกรรม “SNAP YOUR PLANT WITH ALLY แชะ & แชร์” ให้ผู้ร่วมงานถ่ายภาพต้นไม้ที่สะท้อนตัวตนและเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมคัดเลือกผู้โชคดี 8 คนเข้าร่วม Exclusive Workshop กับ “แอลลี่–อชิรญา” ซึ่งเป็นการใช้กิจกรรมไลฟ์สไตล์ขยายประเด็นสิ่งแวดล้อมไปยังผู้บริโภควงกว้าง

จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA ระบุว่า บริษัทมองไม้เป็นทรัพยากรที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศและชุมชน ไม่ใช่เพียงวัสดุสำหรับบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ การยืดอายุไม้จึงเป็นวิธีหนึ่งในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและลดความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรใหม่
พื้นที่ป่าเป็นจุดเริ่มต้น แต่ KPI จะชี้ความน่าเชื่อถือ
จุดแข็งของแนวทางนี้คือการเชื่อมพฤติกรรมใกล้ตัวของผู้บริโภคเข้ากับปัญหาทรัพยากร ป่าไม้ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะที่การทำงานผ่านป่าชุมชนสามารถสร้างประโยชน์ร่วมทั้งด้านคาร์บอน ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขพื้นที่ 6,000 ไร่ยังไม่เพียงพอสำหรับประเมิน Climate Impact ของความร่วมมือ เพราะข้อมูลต้นฉบับยังไม่ได้ระบุปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะกักเก็บได้ สถานะการขึ้นทะเบียนหรือรับรองเครดิต ระยะเวลาติดตาม ความเสี่ยงจากไฟป่า ตลอดจนสัดส่วนรายได้ที่ชุมชนจะได้รับ
นอกจากนี้ คาร์บอนเครดิตป่าไม้ควรเป็นมาตรการเสริมจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง ไม่ใช่สิ่งทดแทนการลดการปล่อยจากโรงงาน พลังงาน วัตถุดิบ และห่วงโซ่อุปทานของบริษัท กรอบ Net Zero ที่น่าเชื่อถือจึงต้องแสดงทั้งเส้นทางลดการปล่อยและบทบาทของการดูดกลับคาร์บอนอย่างแยกจากกัน

จับตาคาร์บอน ผลประโยชน์ชุมชน และอายุใช้งานไม้
สิ่งที่ควรติดตามต่อจากการเปิดแคมเปญ 3 ด้าน ได้แก่ ปริมาณคาร์บอนที่ได้รับการรับรองจริง ผลประโยชน์ที่ส่งถึง 111 ชุมชน และหลักฐานว่าการดูแลช่วยยืดอายุชิ้นงานไม้หรือลดการใช้วัสดุใหม่ได้เท่าใด
หาก TOA เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นระยะ พร้อมรายงานวิธีตรวจวัดและผู้ทวนสอบอิสระ แคมเปญนี้จะสามารถขยับจากการสื่อสารสร้างการรับรู้ ไปสู่กรณีศึกษาที่วัดผลได้ของการเชื่อมผลิตภัณฑ์ การใช้ทรัพยากรอย่างหมุนเวียน และการลงทุนในธรรมชาติ




