ไทยยูเนี่ยน ประกาศความร่วมมือ ITF เป็นระยะเวลา 3 ปี เนื่องในวันแรงงานสากล ยกระดับการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม คุ้มครองแรงงานประมงข้ามชาติ และพัฒนาระบบร้องเรียนในห่วงโซ่อุปทาน เริ่มต้นโฟกัสแรงงานอินโดนีเซียบนเรือไต้หวัน
ความร่วมมือไทยยูเนี่ยน-ITF ยกระดับมาตรฐานแรงงานประมง
อดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยน พยายามสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเล ผ่านความร่วมมือกับสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ (International Transport Workers’ Federation: ITF) ในโครงการระยะเวลา 3 ปี
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการ:
– ส่งเสริมการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม (Ethical Recruitment)
– ยกระดับการคุ้มครองแรงงานประมงข้ามชาติ
– พัฒนาระบบร้องเรียนและกลไกการเยียวยา
โดยถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของการยกระดับ ESG ในอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก
โฟกัสแรงงานอินโดนีเซียในห่วงโซ่อุปทาน
อดัม กล่าวว่า ระยะแรกบริษัท ลงลึกแรงงานบนเรือประมงไต้หวัน การดำเนินงานระยะแรกจะมุ่งเน้นไปที่ แรงงานประมงชาวอินโดนีเซีย ที่ทำงานบนเรือประมงสัญชาติไต้หวัน ภายใต้ห่วงโซ่อุปทานของไทยยูเนี่ยน โดยผสานระบบบริหารจัดการคู่ค้าของไทยยูเนี่ยน ความเชี่ยวชาญด้านสิทธิแรงงานของ ITF เพื่อยกระดับความปลอดภัย สวัสดิภาพ และสภาพแวดล้อมการทำงาน

ยกระดับตั้งแต่ต้นทาง ก่อนแรงงานลงเรือ
ไทยยูเนี่ยน จัดทำระบบสรรหาแรงงานแบบ End-to-End โครงการนี้ไม่ได้หยุดแค่ปลายทาง แต่เริ่มตั้งแต่ “ต้นทาง” ของแรงงาน ด้วยกระบวนการที่ครอบคลุม ได้แก่
– การฝึกอบรมก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทาง
– การลงนามและตรวจสอบสัญญาจ้าง
– การตรวจสอบค่าบริการจัดหางาน
– การให้ความรู้ด้านการเงิน
– ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
– ความเข้าใจสิทธิแรงงาน
– การเข้าถึงช่องทางร้องเรียน
ดันโมเดลต้นแบบอุตสาหกรรม
อดัม กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยนให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และการดูแลให้แรงงานได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ภายใต้ความร่วมมือกับ ITF ในครั้งนี้ เรามุ่งเน้นการทำงานที่เป็นระบบและยึดแรงงานเป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับกระบวนการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม พร้อมผลักดันกลไกการรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยาให้เกิดผลจริงในทางปฏิบัติ ซึ่งเราตั้งเป้าหมายให้ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นต้นแบบในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของอุตสาหกรรมโดยรวมต่อไป
ด้านจอห์นนี ฮานเซน ประธานภาคการประมง ITF กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าอุตสาหกรรมประมงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงและอันตรายมากที่สุดในโลก ทว่าความเสี่ยงเหล่านี้สามารถบริหารจัดการและป้องกันได้ ความร่วมมือระหว่าง ITF และไทยยูเนี่ยนในครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบสำคัญของการประสานพลังระหว่างองค์กรธุรกิจและสหภาพแรงงาน เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติต่อแรงงานในภาคประมงอย่างเป็นธรรมและการเคารพสิทธิมนุษยชน
เทคโนโลยีดิจิทัล กุญแจสู่ความโปร่งใส
อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการคือการนำ เครื่องมือดิจิทัล มาใช้เพื่อ เพิ่มความโปร่งใสในข้อมูลแรงงาน ตรวจสอบย้อนกลับได้ และลดความเสี่ยงเชิงระบบ พร้อมพัฒนาระบบร้องเรียนที่เข้าถึงได้จริง กลไกการเยียวยาที่ทำงานร่วมกันระหว่าง ไทยยูเนี่ยน ITF และเจ้าของเรือ สิ่งนี้จะช่วย “ขยายเสียงของแรงงาน” และทำให้สามารถระบุปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
เชื่อมกลยุทธ์ SeaChange® 2030 สู่ ESG ระดับโลก
โครงการนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ SeaChange® 2030 ซึ่งเป็นกรอบความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน ที่มุ่งเน้นการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การคุ้มครองทางสังคมในห่วงโซ่อุปทาน และการดูแลระบบนิเวศทางทะเลระยะยาว
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม สัญญาณ ESG ที่นักลงทุนจับตา
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญของโลกธุรกิจ
– ESG กลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ไม่ใช่ทางเลือก
– นักลงทุนให้ความสำคัญกับ **Supply Chain Transparency**
– บริษัทที่บริหารแรงงานอย่างมีจริยธรรม มีแนวโน้มสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว
สำหรับอุตสาหกรรมอาหารทะเล นี่อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” สู่การยกระดับทั้งระบบ

