กลุ่มเซ็นทรัลเดินหน้าขับเคลื่อน Central Group Love the Earth ตั้งเป้าฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวกว่า 50,000 ไร่ ลดขยะฝังกลบ 30% ภายในปี 2030 พร้อมสร้างสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ เดินหน้าขับเคลื่อนแคมเปญ “Central Group Love the Earth” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนของประเทศไทยที่ร่วมสนับสนุนโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ภายใต้แคมเปญ “Now For Climate” พร้อมตั้งเป้าฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50,000 ไร่ และลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2030 เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยกลุ่มเซ็นทรัลมุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านแนวทางที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง ทั้งการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้ชุมชน รวมถึงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อส่งต่อโลกที่ดีขึ้นให้คนรุ่นต่อไป
กลยุทธ์ 3 มิติ “ธุรกิจ-ชุมชน-ระบบนิเวศ” สู่เป้าหมาย Net Positive Impact
กลุ่มเซ็นทรัลวางกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่
- ธุรกิจ (Business)
- ชุมชน (Community)
- ระบบนิเวศ (Ecosystem)

เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ธุรกิจสีเขียว ลดคาร์บอนทั้งห่วงโซ่คุณค่า
- Central Retail ดัน “ฮักโลก” ส่งเสริมการบริโภคอย่างรับผิดชอบ
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้าส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ “ฮักโลก (Hug the Earth)” ร่วมกับหอการค้าไทย โดยรวบรวมสินค้าที่ได้รับฉลากรักษ์โลกไว้ในพื้นที่จำหน่ายของธุรกิจในเครือ อาทิ เซ็นทรัล โรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต ซีเอ็มจี ท็อปส์ โก โฮลเซลล์ ไทวัสดุ เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท และบีทูเอส
นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขยายจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์และจุดคัดแยกขยะ เพื่อสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

- Green Transportation ลดดีเซลกว่า 1 ล้านลิตรต่อปี
เซ็นทรัล รีเทล ยังผลักดันระบบขนส่งสีเขียวผ่านการใช้รถพลังงานไฟฟ้า (EV) และการวางแผนเส้นทางขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ถึง 1,023,209 ลิตรต่อปี หรือเทียบเท่าการลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 2,706 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
- Solar Rooftop 184 แห่ง ผลิตพลังงานสะอาดกว่า 204,818 เมกะวัตต์-ชั่วโมง
ปี 2025 กลุ่มเซ็นทรัลติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาแล้ว 184 แห่ง สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้ 204,818 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้กว่า 102,389 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี โดยมีสัดส่วนพลังงานสะอาดคิดเป็น 23% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด

- Central Pattana ยกระดับศูนย์การค้าสู่ Green & Sustainable Shopping Destination
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เดินหน้าพัฒนาอาคารเขียวและโครงสร้างพื้นฐานด้านความยั่งยืน ผ่านการออก Green Bond และ Sustainability-linked Bond มูลค่ารวมกว่า 22,300 ล้านบาท
ภายใต้โครงการ Central Pattana Green Growth มีการติดตั้ง Solar Rooftop มากกว่า 30 โครงการทั่วประเทศ กำลังการผลิตรวม 25.7 เมกะวัตต์ ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 50 ล้านหน่วยต่อปี
ปัจจุบัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์ และเซ็นทรัล จันทบุรี ได้รับมาตรฐานอาคารเขียว TREES ระดับ Gold ขณะที่เซ็นทรัล กระบี่ ตั้งเป้าสู่มาตรฐานสากล EDGE Certification – Zero Level

ตั้งเป้าลดขยะฝังกลบเหลือ 30%
ในปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนาสามารถลดสัดส่วนขยะฝังกลบเหลือ 54% ของขยะทั้งหมด คิดเป็นการลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 123,745 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายลดขยะฝังกลบเหลือ 30% ภายในปี 2030
ปัจจุบันมีการส่งเสริมการคัดแยกขยะร่วมกับลูกค้า ร้านค้า และชุมชนกว่า 190 ชุมชน รวมถึงขยายโครงการ Green Partnership ไปยังผู้ประกอบการกว่า 200 ราย ครอบคลุมมากกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ

Centara ลดพลาสติก ลดน้ำ ลดพลังงาน และบริจาคอาหารส่วนเกิน
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืนผ่านโครงการ ปลา P.O.P. (Plastic Only Please!) เพื่อรณรงค์คัดแยกขยะพลาสติกในโรงแรมและรีสอร์ททุกแห่ง
ปี 2568 มีขยะพลาสติกเข้าสู่ระบบรีไซเคิลรวม 4,223 กิโลกรัม ช่วยลดขยะสู่หลุมฝังกลบอย่างมีนัยสำคัญ
ผ่านโครงการ Going Greener, Reserve Water Drop และ My Green Day มีห้องพักเข้าร่วมกว่า 441,858 ห้อง สามารถลดการใช้ผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวได้กว่า 7.6 ล้านชิ้น ประหยัดน้ำ 6,570 ลูกบาศก์เมตร ประหยัดพลังงาน 13,752 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน น้ำ และสารเคมีรวมกว่า 54 ล้านบาท
ด้านการจัดการอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) เซ็นทาราร่วมบริจาคอาหารให้มูลนิธิ SOS อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560-2568 รวมกว่า 164,776 กิโลกรัม หรือเทียบเท่าอาหาร 654,722 มื้อ พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 372,142 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

จริงใจมาร์เก็ต โมเดลเศรษฐกิจชุมชนสีเขียว
ตลาดจริงใจมาร์เก็ต จังหวัดเชียงใหม่ ส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนผ่านการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ควบคู่กับการจัดการขยะครบวงจร
ปัจจุบันสามารถลดปริมาณขยะได้มากกว่า 7 ตันต่อปี มีผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 314 ราย และสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนมากกว่า 463.5 ล้านบาทต่อปี
สร้างชุมชนเข้มแข็งผ่านเกษตรฟื้นฟูและโมเดลเลิกเผา
เกษตรฟื้นฟู 7,000 ไร่ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
กลุ่มเซ็นทรัล ส่งเสริม Regenerative Farming ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ และวิสาหกิจชุมชนบ้านเทพพนา จังหวัดชัยภูมิ เพื่อสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ วนเกษตร และพืชมูลค่าสูง เช่น อะโวคาโดสายพันธุ์แฮสส์
ปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่กว่า 7,000 ไร่ ช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ลดการใช้สารเคมี และกักเก็บคาร์บอนในดิน
Zero Burning Initiative เปลี่ยน “เลิกเผา” ให้เป็น “รายได้”
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ Zero Burning Initiative หรือโมเดล “เลิกเผาด้วยรายได้” ในพื้นที่นำร่อง 10,000 ไร่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
โครงการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และตลาดรับซื้อ เพื่อสร้างรายได้ทางเลือกให้เกษตรกรจากกาแฟ อะโวคาโด แมคคาเดเมีย ไผ่ และพืชมูลค่าสูงอื่น ๆ โดยไม่ต้องพึ่งการเผาพื้นที่เกษตร

พร้อมพัฒนา Smart Forest Platform ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบ Real-time โดยพื้นที่นำร่องไม่มีการเผาในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา และคาดว่าจะช่วยลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 5,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ฟื้นฟูระบบนิเวศ ตั้งเป้าพื้นที่สีเขียว 15,000 ไร่ ภายในปี 2569
Plant Together ปลูกป่า 11 จังหวัด
กลุ่มเซ็นทรัลตั้งเป้าฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวมากกว่า 15,000 ไร่ ใน 11 จังหวัด ภายในปี 2569 ผ่านโครงการ Plant Together ซึ่งเชื่อมโยงการปลูกป่าต้นน้ำ ป่าชุมชน และการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมเข้ากับการสร้างรายได้ให้ชุมชน
คาดว่าจะช่วยลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกรวมกว่า 4,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
กาแฟรักษ์ป่าภูชี้เดือน สร้างรายได้ควบคู่อนุรักษ์ป่า
โครงการกาแฟรักษ์ป่าภูชี้เดือน จังหวัดเชียงราย ส่งเสริมการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่าในพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ ช่วยรักษาความชุ่มชื้น ลดการตัดไม้ทำลายป่า และเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร
ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 84 ครัวเรือน สร้างรายได้ให้ชุมชนมากกว่า 5.8 ล้านบาทต่อปี พร้อมต่อยอดสู่ศูนย์เรียนรู้ โรงแปรรูปกาแฟ และโฮมสเตย์ชุมชน

สร้างป่าสาธารณะต้นแบบเมืองมรดกโลกที่อยุธยา
โครงการถิ่นรมณีย์ศรีอยุธยาเริ่มปลูกต้นไม้ต้นแรกบนพื้นที่ 20 ไร่ เพื่อพัฒนาป่าสาธารณะต้นแบบในเมืองมรดกโลก ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ กักเก็บคาร์บอน ลดฝุ่น PM2.5 และเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน โดยตั้งเป้าปลูกป่าครบพื้นที่ภายใน 2 ปี
อนุรักษ์ป่าชายเลน 1,000 ไร่ และฟื้นฟูแนวปะการังด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน
กลุ่มเซ็นทรัลยังส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าชายเลนในจังหวัดจันทบุรี สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่รวมประมาณ 1,000 ไร่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูดซับคาร์บอน ลดการกัดเซาะชายฝั่ง และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ
ขณะเดียวกัน โครงการ Reef Revival 2569 ที่ดำเนินการในเกาะมันใน จังหวัดระยอง และเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลผ่านองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยคาดว่าจะมีตัวอ่อนปะการังเกาะอาศัยบนโครงสร้างมากกว่า 400 ตัวภายใน 18 เดือน และติดตามสุขภาพระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร
ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันลงมือทำวันนี้
กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ตระหนักถึงการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้แนวคิด #NowForClimate
ภาคธุรกิจไทยควรมีบทบาทอย่างไรในการลดก๊าซเรือนกระจก ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างเศรษฐกิจสีเขียวให้เกิดขึ้นจริงในระดับประเทศ?

