กลุ่มเซ็นทรัลร่วมกับ SOS Thailand เดินหน้าลดขยะอาหาร ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดีสู่ชุมชนกว่า 2,000 แห่ง ลดก๊าซเรือนกระจก สร้างความยั่งยืนด้านอาหาร
ปัญหา “ขยะอาหาร” (Food Waste) กำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายระดับโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางอาหาร โดยข้อมูลจากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า คนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยสูงถึง 86 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และยังติดอันดับ 77 ของโลกในการสร้างขยะอาหาร ซึ่งขยะเหล่านี้เมื่อถูกฝังกลบจะปล่อย “ก๊าซมีเทน” ตัวการสำคัญที่เร่งภาวะโลกร้อน
เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายดังกล่าว กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลังกับ มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS Thailand) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการส่งต่อ อาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ที่ยังมีคุณภาพดี ไปยังชุมชนและกลุ่มเปราะบาง ลดทั้งปริมาณขยะอาหารและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือครั้งนี้นำโดยบริษัทในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ เซ็นทรัล รีเทล (ท็อปส์ และ โก โฮลเซลล์), เซ็นทรัลพัฒนา, โรงแรมเซ็นทารา และเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป ซึ่งร่วมดำเนินงานภายใต้โครงการความยั่งยืน “เซ็นทรัล ทำ”
พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า การหมุนเวียนอาหารส่วนเกินคุณภาพดีไปสู่ผู้ที่ต้องการ เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการลดขยะอาหารและสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนให้กับสังคม

ตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี (ตั้งแต่ปี 2561) ความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและ SOS สามารถ:
- ส่งต่ออาหารรวมกว่า 2,100 ตัน
- คิดเป็นมากกว่า 8.7 ล้านมื้อ
- ครอบคลุม 2,215 ชุมชน
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 5,300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ล่าสุด ได้จัดกิจกรรม “ครัวรักษ์โลก” นำอาหารส่วนเกินจากภาคธุรกิจ เช่น ท็อปส์, โก โฮลเซลล์ และโรงแรมเซ็นทารา มาปรุงเป็นเมนูอาหารและขนม เพื่อส่งมอบให้กับชุมชนรอบวัดจันทร์ประดิษฐาราม รวมกว่า 100 คน โดยมีผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาร่วมลงมือสร้างมื้ออาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ

ด้าน SOS Thailand ยังคงขับเคลื่อนระบบอาหารอย่างยั่งยืนผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ Food Rescue, Food Preparation และ Education พร้อมพัฒนานวัตกรรมใหม่ เช่น การวัดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในรูปแบบ “จำนวนต้นไม้”, การผลักดันคาร์บอนเครดิต (T-VER) และการทำงานร่วมกับเกษตรกรผ่านโครงการ Rescue Farm
ทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย SOS กล่าวว่า ความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัลช่วยผลักดันการลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับสังคมไทย SOS ไม่เพียงเป็นตัวกลางในการรับและแจกจ่ายอาหาร แต่ยังเป็นองค์กรที่พยายามสร้างระบบนิเวศการจัดการอาหารส่วนเกินที่ยั่งยืน ผ่านทั้งกฎหมาย นวัตกรรมการวัดผล และการมีส่วนร่วมของคนทุกภาคส่วน

ในปีนี้ SOS ได้นำเสนอสิ่งใหม่ๆ และโครงการที่น่าสนใจหลายด้าน:
- ตัวเลขวัดผลใหม่: นอกจากน้ำหนักอาหารและคาร์บอนที่ลดได้แล้ว ปัจจุบันมีการคำนวณเปรียบเทียบเป็น “จำนวนต้นไม้” เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าการกอบกู้อาหารช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้เท่ากับการปลูกต้นไม้กี่ต้น
- การผลักดันด้านกฎหมาย: ร่วมกับภาครัฐเพื่อปลดล็อกอุปสรรคด้านภาษีในการบริจาคอาหาร เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถส่งต่ออาหารส่วนเกินแทนการทำลายทิ้งได้สะดวกขึ้น
- คาร์บอนเครดิต: กำลังพัฒนาโครงการร่วมกับภาครัฐเพื่อให้เกิดผลตอบแทนแก่ภาคเอกชนในรูปแบบคาร์บอนเครดิต (T-VER) ที่สามารถเทรดได้ทั้งในและต่างประเทศในอนาคต
- ความร่วมมือกับอุตสาหกรรมโรงแรม: ขยายการรับอาหารส่วนเกินไปยังวัตถุดิบในครัวที่ยังทานได้แต่ไม่สามารถเสิร์ฟลูกค้าได้ เช่น หัวปลาแซลมอน หรือโครงไก่
- โครงการกอบกู้อาหารจากต้นทาง (Rescue Farm): ทำงานร่วมกับเกษตรกรและสหกรณ์เพื่อเก็บเกี่ยวพืชผักที่ไม่ผ่านมาตรฐานการขายแต่ยังบริโภคได้ โดย SOS จะจัดทีมอาสาสมัครไปช่วยเก็บเกี่ยวเพื่อลดภาระค่าแรงของเกษตรกร
- SOS Food Drive: เปิดโอกาสให้บริษัทที่ไม่ได้ผลิตอาหารสามารถมีส่วนร่วมได้ โดยให้พนักงานร่วมกันบริจาคอาหารแห้งหรืออาหารที่ยังไม่เปิดบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งต่อให้ชุมชน

สำหรับกิจกรรม “ครัวรักษ์โลก” นำอาหารส่วนเกินจากภาคธุรกิจ ส่งต่อสู่ชุมชน เป็นกิจกรรมที่กลุ่มเซ็นทรัลยังดำนินการต่อเนื่อง โดย กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่า “การลดขยะอาหาร” เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ เพียงรับประทานอาหารให้หมดจาน หรือบริโภคอย่างพอดี ก็สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

