แกร็บ เผย “รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “Rising as One” สะท้อนบทบาทแพลตฟอร์มดิจิทัลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมทั่วภูมิภาค สร้างรายได้ให้คนขับและผู้ประกอบการกว่า 1.53 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 772,000 ตันในปี
แกร็บเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่าน ESG และ AI
จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า แกร็บเชื่อว่าความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยั่งยืนต้องเติบโตควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อม ระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา แกร็บ ประเทศไทย มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในระบบนิเวศ ทั้งคนขับ ร้านค้า และผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
“แกร็บยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจ GrabForGood หรือ ‘แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ โดยมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยต่อไป” จันต์สุดากล่าว

รายได้คนขับ-ร้านค้าโต 19% แตะ 5 แสนล้านบาท
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ “รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568” (ESG Report 2025) คือการสร้างรายได้ให้กับคนขับและผู้ประกอบการร้านค้า-ร้านอาหารทั่วภูมิภาค รวมกว่า 1.53 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อนหน้า
นอกจากนี้ แกร็บยังเปิดรับพาร์ทเนอร์ร้านค้าหน้าใหม่กว่า 856,000 รายทั่วภูมิภาค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ SME และรายย่อย ช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ไรเดอร์หารายได้มากกว่า 1 บริการ
ข้อมูลยังระบุว่า 76% ของไรเดอร์ที่ใช้รถจักรยานยนต์ สามารถสร้างรายได้จากมากกว่า 1 บริการบนแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งอาหารผ่าน GrabFood บริการส่งสินค้าผ่าน GrabMart หรือบริการรับส่งพัสดุผ่าน GrabExpress
โมเดลดังกล่าวสะท้อนแนวโน้ม “Multi-Service Gig Economy” ที่กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปล่อยสินเชื่อกว่า 1 แสนล้านบาท หนุนผู้ประกอบการรายย่อย
แกร็บให้สินเชื่อแก่คนขับและผู้ประกอบการรายย่อยรวมกว่า 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน การเข้าถึงแหล่งทุนถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสภาพคล่องและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการรายเล็กในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

ขณะเดียวกัน ยังมีคนขับที่เป็นผู้หญิงและผู้พิการกว่า 189,000 คนให้บริการบนแพลตฟอร์ม เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อนหน้า สะท้อนแนวทางการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในตลาดแรงงานยุคใหม่
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ คนขับทุกคนบนแพลตฟอร์มได้รับความคุ้มครองจากประกันอุบัติเหตุตลอดระยะเวลาการให้บริการ
แกร็บลดคาร์บอนกว่า 7.7 แสนตัน ดัน Green Programme ต่อเนื่อง
ด้านสิ่งแวดล้อม แกร็บระบุว่าสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 772,000 ตัน ผ่านการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ รวมถึงโครงการคาร์บอนเครดิตที่เน้นการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางธรรมชาติ
ในประเทศไทย โครงการ Grab EV มีรถยนต์ไฟฟ้าให้บริการบนแพลตฟอร์มแล้วกว่า 30,000 คัน ช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ
นอกจากนี้ บริษัทยังลดขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้กว่า 10,142 ตัน ผ่านแนวคิด Reduce, Reuse และ Recycle
เงินบริจาคจาก Green Programme ยังถูกนำไปใช้ปลูกต้นไม้กว่า 210,000 ต้น เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์ม
รายงานยังเผยให้เห็นบทบาทของ AI ที่เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาองค์กรและยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ
ปัจจุบัน 1 ใน 4 ของผู้ประกอบการรายย่อยบนแพลตฟอร์ม ใช้งาน Merchant AI Assistant ผ่าน GrabMerchant App เพื่อช่วยบริหารร้านค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่ารวมของการสั่งซื้อ (GMV) ได้เฉลี่ยถึง 15%
ขณะเดียวกัน พนักงานประจำของแกร็บทุกคนได้รับการอบรมด้าน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และต่อยอดการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้บริการ คนขับ และร้านค้า
ESG กลายเป็นเกมแข่งขันใหม่ของแพลตฟอร์มดิจิทัล
การเปิดเผย ESG Report 2025 ของแกร็บ สะท้อนให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” ไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์องค์กรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล
ทั้งการสร้างรายได้ การเข้าถึงแหล่งทุน การใช้ AI และการลดคาร์บอน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ท่ามกลางแรงกดดันจากผู้บริโภค นักลงทุน และภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้น

แกร็บเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านความยั่งยืน
นอกจากการดำเนินธุรกิจ แกร็บ ประเทศไทย ยังเดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านกิจกรรม “GrabForGood” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
ในปีนี้ บริษัทได้ร่วมมือกับ “Precious Plastic Bangkok” ถ่ายทอดความรู้ด้านการคัดแยกและรีไซเคิลพลาสติก พร้อมจัดเวิร์กช็อปนำฝาขวดพลาสติกมาแปรรูปเป็นของที่ระลึก เช่น พวงกุญแจและสร้อย เพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในองค์กร

