HP วาง Circular Economy เป็นหนึ่งแกนสำคัญกลยุทธ์ความยั่งยืน ตั้งเป้าสู่ 75% Circularity สำหรับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ภายในปี 2030 พร้อมสร้างระบบการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียน ยืดอายุผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการรับคืนและรีไซเคิล ล่าสุด เอชพี ประเทศไทย จับมือกระทรวง พม. ขยายแนวคิดสู่การปฏิบัติผ่าน “HP Plant a Tree” นำตลับหมึกใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล พร้อมสนับสนุนปลูกต้นไม้ 1 ต้นต่อทุก 30 ตลับที่ได้รับคืน
จากปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น “Circular Economy” หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน กำลังเปลี่ยนจากเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นหนึ่งในโจทย์เชิงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพราะความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ไม่ได้จบลงเพียงการลดพลังงานขณะใช้งาน แต่ครอบคลุมไปถึงคำถามว่า วัตถุดิบมาจากไหน ผลิตภัณฑ์ถูกใช้งานได้นานเพียงใด และเมื่อหมดอายุการใช้งานแล้วจะกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างไร
สำหรับ HP แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาวางเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Sustainable Impact โดยบริษัทกำหนดแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมครอบคลุมทั้งการลดการปล่อยคาร์บอน การใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน และการดูแลผืนป่า พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญในการผลักดันผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้มี Circularity ในสัดส่วน 75% ภายในปี 2030
ภายใต้เป้าหมายนี้ Circularity ของ HP ไม่ได้หมายถึง “การรีไซเคิล” เพียงปลายทาง แต่ครอบคลุมการนำผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนกลับมาใช้ซ้ำ การเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนในผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการออกแบบโมเดลที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ผ่านการบำรุงรักษา อัปเกรด ซ่อมแซม การปรับสภาพอุปกรณ์เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และบริการที่ช่วยให้ทรัพยากรอยู่ในระบบได้นานขึ้น

จาก Linear Economy สู่ระบบที่ดึงทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่
หัวใจสำคัญของ Circular Economy คือการเปลี่ยนวิธีคิดจากเศรษฐกิจแบบเส้นตรง หรือ Take–Make–Waste ที่นำทรัพยากรมาผลิต ใช้งาน และทิ้ง ไปสู่ระบบที่พยายามรักษามูลค่าของวัสดุ ผลิตภัณฑ์ และทรัพยากรให้อยู่ในระบบเศรษฐกิจให้นานที่สุด
HP พยายามสร้างวงจรดังกล่าวในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนในผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การออกแบบเพื่อยืดอายุการใช้งาน ไปจนถึงการนำอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองกลับคืนเมื่อหมดอายุการใช้งาน เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับสภาพ ใช้ซ้ำ หรือรีไซเคิลตามความเหมาะสม
หนึ่งในโครงสร้างสำคัญที่รองรับแนวคิดนี้คือ HP Planet Partners โครงการรับคืนและรีไซเคิลอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์การพิมพ์ของ HP ซึ่งมีให้บริการมากกว่า 50 ประเทศและเขตพื้นที่ทั่วโลก
สำหรับตลับหมึก HP และ LaserJet ที่ส่งคืนผ่านโครงการ จะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบ Closed-loop หลายขั้นตอน โดยพลาสติกรีไซเคิลจากตลับหมึกที่ใช้แล้วสามารถนำกลับไปเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตตลับหมึก HP ของแท้ใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ซึ่งทำให้ “ของเสีย” จากปลายทางการใช้งานมีโอกาสกลับมาเป็น “วัตถุดิบ” ของระบบการผลิตอีกครั้ง
นี่จึงเป็นอีกภาพที่สะท้อนว่า การสร้าง Circular Economy จำเป็นต้องมีระบบรองรับตลอดวงจร ไม่ใช่เพียงการรณรงค์ให้ผู้บริโภคแยกขยะเท่านั้น
HP วางเป้าหมาย Circularity เชื่อม Climate Strategy
กลยุทธ์ Circular Economy ยังเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในภาพใหญ่ของ HP โดยบริษัทประกาศเป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero Greenhouse Gas Emissions ตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2040 พร้อมกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่คุณค่า 50% ภายในปี 2030 เทียบกับฐานปี 2019
ขณะเดียวกัน HP ตั้งเป้าหมายให้ 75% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายในแต่ละปี มาจากวัสดุรีไซเคิล วัสดุหมุนเวียน รวมถึงผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนที่นำกลับมาใช้ซ้ำ ภายในปี 2030
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ Circular Economy ถูกเชื่อมเข้ากับการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะการลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่ การยืดอายุผลิตภัณฑ์ และการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ สามารถช่วยลดทั้งของเสียและความต้องการใช้ทรัพยากรใหม่ในระบบการผลิต
ข้อมูลจาก Sustainable Impact Report 2024 ของ HP ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2019 บริษัทใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือมาจากแหล่งหมุนเวียนในผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์แล้วมากกว่า 4 พันล้านปอนด์ ขณะที่อุปกรณ์ใช้แล้วมากกว่า 85% ที่ HP รวบรวมผ่านบริการ IT Asset Disposition (ITAD) ในปี 2024 มีคุณสมบัติสามารถนำไปปรับสภาพเพื่อใช้งานต่อได้ แทนที่จะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ทันที
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนอีกด้านของ Circular Economy ที่สำคัญไม่แพ้การรีไซเคิล นั่นคือ การรักษาผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในระบบการใช้งานให้นานที่สุด ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการรีไซเคิลวัสดุ
จากกลยุทธ์ระดับโลก สู่ “HP Plant a Tree” ในประเทศไทย
แนวคิดดังกล่าวกำลังถูกถ่ายทอดลงสู่การดำเนินงานในประเทศไทย ล่าสุด เอชพี ประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมความรู้ด้านการรีไซเคิลและการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างรับผิดชอบ ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์ HP อาทิ แล็ปท็อป เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตลับหมึก และผงหมึกสำหรับงานพิมพ์
กิจกรรมดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการเกิดของเสียและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวง พม. ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่กับการสร้างสังคมที่ยั่งยืน
ภายในงานยังมีการส่งมอบ กล่องรับคืนตลับหมึกและผงหมึก ซึ่งติดตั้งบริเวณด้านหน้ากระทรวงฯ เพื่อรวบรวมตลับหมึกใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี พร้อมมอบกระถางต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตและการดูแลสิ่งแวดล้อม
พม. ชูสิ่งแวดล้อมเป็นฐานยกระดับคุณภาพชีวิต
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีพันธกิจในการพัฒนาระบบสวัสดิการและนวัตกรรมทางสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาสังคมที่คำนึงถึงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะท้อนวิสัยทัศน์ สิ่งแวดล้อมที่ดีและสังคมที่ตระหนักถึงความยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
การพัฒนาสังคมในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงมิติสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนามนุษย์ เพราะสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตสามารถส่งเสริมทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่สังคมที่เข้มแข็งและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

“HP Plant a Tree” เมื่อการคืนตลับหมึกเชื่อมไปถึงพื้นที่สีเขียว
วรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์ กรรมการผู้จัดการ เอชพี ประเทศไทย กล่าวว่า เอชพีนำโซลูชัน รวมถึงองค์ความรู้ด้านการรีไซเคิลและการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ มาสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลสิ่งแวดล้อม ภายใต้ โครงการ HP Plant a Tree ตลับหมึกและผงหมึกที่ได้รับคืนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี โดย ทุก ๆ 30 ตลับที่ได้รับคืน จะได้รับการสนับสนุนการปลูกต้นไม้ 1 ต้น เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวกลับคืนสู่ประเทศไทย
เอชพี ประเทศไทย ดำเนินโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าองค์กรและพันธมิตรที่เข้าร่วมสามารถส่งคืนตลับหมึกและผงหมึกพิมพ์ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี และตลับหมึกที่ได้รับคืนจะไม่นำส่งไปฝังกลบ
Circular Economy ต้องมากกว่า “รีไซเคิล”
เมื่อมองกิจกรรมในประเทศไทยเชื่อมกับกลยุทธ์ระดับโลก ภาพของ HP Plant a Tree จึงไม่ได้มีเพียงมิติของการปลูกต้นไม้หรือการตั้งจุดรับคืนตลับหมึก แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้างระบบจัดการทรัพยากรหลังการใช้งาน เพื่อให้วัสดุสามารถกลับเข้าสู่วงจรได้อีกครั้ง
ภาพใหญ่ของกลยุทธ์จึงสามารถมองเป็นวงจรตั้งแต่ “ออกแบบและเลือกวัสดุ → ใช้งานและยืดอายุผลิตภัณฑ์ → รับคืน → ใช้ซ้ำหรือปรับสภาพ → รีไซเคิล → นำวัสดุกลับเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่”
นี่คือความแตกต่างระหว่างการทำ “Recycling” เป็นกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม กับการพยายามสร้าง Circular Economy อย่างเป็นระบบ
และหาก HP สามารถเดินหน้าไปถึงเป้าหมาย Circularity 75% ในปี 2030 ได้ตามที่วางไว้ ความสำเร็จจะไม่ได้วัดเพียงจำนวนตลับหมึกหรืออุปกรณ์ที่ถูกนำกลับมารีไซเคิล แต่จะอยู่ที่ความสามารถในการทำให้ทรัพยากรและผลิตภัณฑ์ถูกหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจได้นานขึ้น พร้อมลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่และลดของเสียจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
นั่นทำให้ Circular Economy ไม่ได้เป็นเพียง “ปลายทางของขยะ” แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ โมเดลธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่าใหม่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่ความสามารถในการเติบโตทางธุรกิจ ต้องเดินไปพร้อมกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

