แมคแอนดริว แอนด์ พาร์ทเนอร์ส รุกธุรกิจโลจิสติกส์เต็มรูปแบบ จับมือสแกนเนีย เสริมฟลีท Green Logistics รับมอบรถบรรทุก Scania Super Euro 5 จำนวน 40 คัน ยกระดับศักยภาพการขนส่ง
บริษัท แมคแอนดริว แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกสารให้ความหวานและแป้งดัดแปร (Modified Starch) รายใหญ่ของไทย ประกาศขยายธุรกิจสู่การให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการรับมอบรถบรรทุก Scania Super Euro 5 จำนวน 40 คัน เพื่อยกระดับศักยภาพการขนส่ง รองรับยุทธศาสตร์ Green Logistics และเพิ่มจำนวนรถในฟลีทเป็น 164 คัน
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทในการก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการด้าน Green Supply Chain ครบวงจร พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมในปีนี้แตะ 1,000 ล้านบาท และขยายสู่ 3,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี ขณะที่รายได้จากธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์คาดว่าจะเพิ่มเป็น 200 ล้านบาทในปีนี้ และมีศักยภาพเติบโตแตะ 1,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี

ยกระดับจากผู้ผลิตสู่ผู้นำ Green Supply Chain
ชาลี วันไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมคแอนดริว แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด กล่าวว่า บริษัทกำลังก้าวข้ามบทบาทจากผู้ผลิตเพื่อภาคการเกษตรแบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตและการขนส่งครบวงจร หรือ Green Supply Chain เพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และระบบอาหารอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน
เดิมบริษัทดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตแป้งดัดแปรและสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้น ไส้กรอก และผงปรุงรส ก่อนต่อยอดสู่ธุรกิจโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ควบคุมคุณภาพการขนส่ง และส่งมอบสินค้าได้อย่างปลอดภัยและตรงเวลา
ปัจจุบัน บริษัทมีรถขนส่งสำหรับให้บริการลูกค้าและธุรกิจภายในรวมประมาณ 124 คัน และเมื่อรวมรถ Scania Super Euro 5 ที่รับมอบใหม่อีก 40 คัน ทำให้มีรถในฟลีทรวม 164 คัน

Scania Super Euro 5 เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และรองรับงานข้ามแดน
รถบรรทุก Scania Super Euro 5 ที่รับมอบทั้งหมดได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ทั้งด้านระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบความปลอดภัย และการประหยัดเชื้อเพลิง
หนึ่งในจุดเด่นคือระบบควบคุมรอบเครื่องยนต์อัตโนมัติที่ช่วยรักษารอบการทำงานให้เหมาะสม ลดผลกระทบจากพฤติกรรมการขับขี่ และช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีนัยสำคัญ
รถชุดใหม่นี้จะถูกนำไปให้บริการในเส้นทางระยะไกลและการขนส่งข้ามแดนเป็นหลัก ได้แก่ เวียงจันทน์ สุวรรณเขต (สปป.ลาว) และมาเลเซีย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้ามูลค่าสูง เช่น อะไหล่ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และน้ำมันเครื่องในรูปแบบตู้คอนเทนเนอร์ 100%
นอกจากประสิทธิภาพของตัวรถแล้ว บริษัทได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อและประกันภัยจาก Scania Siam Leasing รวมถึงมีแผนอบรมพนักงานขับรถก่อนเริ่มปฏิบัติงาน พร้อมติดตามและประเมินผลการขับขี่ทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง
Green Logistics หัวใจสำคัญของการเติบโตระยะยาว
บริษัทระบุว่า ความร่วมมือกับสแกนเนียถือเป็นอีกก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ Green Logistics โดยปัจจุบันรถบรรทุกเครื่องยนต์สันดาปทั้งหมดของบริษัทเป็นรถมาตรฐาน Euro 5 ซึ่งช่วยลดการปล่อยมลพิษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในระยะยาว บริษัทมีแผนขยายจำนวนรถขนส่งอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงาน และการเติบโตของธุรกิจขนส่งที่มีความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้น
ตั้งเป้ารายได้ 3,000 ล้านบาท พร้อมขยายลงทุนท่าเรือและคลังสินค้า
ปัจจุบัน รายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจโรงงานผลิตแป้งดัดแปรและสารให้ความหวาน ธุรกิจเทรดดิ้งสินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์มีสัดส่วนประมาณ 15% ของรายได้รวม
บริษัทคาดว่ารายได้รวมปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็นมากกว่า 3,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี ขณะที่ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ตั้งเป้าสร้างรายได้ 200 ล้านบาทในปีนี้ และเติบโตสู่ระดับ 1,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจโลจิสติกส์ ผ่านการเข้าซื้อท่าเรือและคลังสินค้าที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายใน 2–3 เดือนข้างหน้า เพื่อรองรับทั้งการดำเนินธุรกิจของบริษัทเอง และการให้บริการแก่ลูกค้าภายนอก

